ผ่านไปแล้วกับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 2.4 ล้านคน ตั้งแต่การใช้สิทธินอกราชอาณาจักร จนถึงในราชอาณาจักรที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 69 ยังไม่ทันปิดหีบ ปมการจัดเลือกตั้งที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความผิดปกติที่ส่อแววความไม่โปร่งใส ก็ระอุทั้งโซเชียล
หนึ่งในปัญหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ การเขียนรหัสหน้าซองที่ใช้ใส่บัตรเลือกตั้งก่อนหย่อนลงหีบ ที่มีความผิดพลาดจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ‘เขียนผิด’ ไปหลายหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งรหัส 4 ตัวหน้าซองนี้ คือรหัสเขตเลือกตั้งที่ กกต. กำหนดขึ้นมา หากมีความผิดพลาดย่อมส่งผลต่อการจัดส่งบัตรไปยังเขตเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการนับคะแนนผิดพลาดและบัตรเสียจำนวนมาก
จากการบอกเล่าของผู้ใช้สิทธิ บางกรณีกรรมการประจำหน่วยฯ ได้ขีดฆ่าตัวเลขแล้วเขียนเลขใหม่ แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่าจะส่งผลให้เป็นบัตรเสียหรือไม่ ขณะที่บางกรณีแม้ทักท้วงทันที แต่กรรมการประจำหน่วยฯ ยืนยันว่าตนเขียนถูกต้องแล้วและไม่ยอมแก้ไข ทำให้ผู้ใช้สิทธิยังโวยต่อเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง กรรมการประจำหน่วยฯ จึงยอมแก้ไขรหัสหลังปิดหีบ
การเขียนรหัสผิดเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ สอดคล้องกับการรายงานความผิดปกติในการเลือกตั้งล่วงหน้าโดยประชาชน ผ่านเว็บไซต์ Vote62 โดยข้อมูลวันที่ 2 ก.พ. 69 เวลา 11.00 น. พบว่าการเขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนซองผิด เป็นความผิดปกติที่ถูกรายงานมากที่สุดถึง 602 รายงาน จากทั้งหมด 1,017 รายงาน

หากจำแนกกลุ่มความผิดปกติ พบว่าเกิดขึ้นที่คูหามากที่สุด 1,002 รายงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติจากการทำงานของกรรมการประจำหน่วยฯ เช่น เขียนรหัสเขตเลือกตั้งผิด ไม่เซ็นชื่อบนรอยต่อซอง ไม่ปิดเทปใส แจกบัตรเลือกตั้งผิดเขต เป็นต้น
รองลงมาคือความผิดปกติที่กระดานแนะนำผู้สมัครหรือพรรค 188 รายงาน เช่น ไม่มีกระดานแนะนำผู้สมัครหรือพรรคที่หน่วยเลือกตั้ง ใส่ข้อมูลผิด ไม่มีรูปผู้สมัคร รายชื่อไม่ครบ หรือยังแสดงชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว เป็นต้น
อย่างกรณี ไพศาล เรืองฤทธิ์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ จ.ระยอง เขต 1 ที่ภาพบนกระดานรายชื่อผู้สมัครถูกนำภาพผู้สมัครพรรคอื่น เขตอื่น แต่หมายเลขเดียวกัน มาปิดทับภาพหน้าตนเอง กรรมการประจำหน่วยฯ ชี้แจงว่าปิดทับเพราะเป็นผู้ถูกตัดสิทธิ ซึ่ง ไพศาลยืนยันว่าไม่ได้ถูกตัดสิทธิใด ๆ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกรณีถอนรายชื่อผู้สมัครออกจากกระดานเพราะถูกตัดสิทธิ ย่อมไม่ควรนำข้อมูลผู้สมัครอื่นมาแทนที่เพื่อสร้างความเข้าใจผิดอย่างที่เกิดขึ้น ที่จากการชี้แจงยังไม่ชัดว่ากรรมการประจำหน่วยฯ มีเจตนาอย่างไร
ส่วนความผิดปกติในสถานการณ์อื่น 184 รายงาน เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานหรือการจัดการของหน่วยเลือกตั้ง พบการทักท้วงโวยวาย รวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปผิดหน่วยฯ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยฯ ซึ่งสะท้อนถึงการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ของ กกต. ในพื้นที่ด้วย
กระดานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีรายงานความผิดปกติ 167 รายงาน โดยเฉพาะการลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วแต่ไม่พบชื่อทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้ ทำให้เป็นเสียงที่ขาดหายไปเลยเพราะไม่สามารถกลับไปใช้สิทธิที่ภูมิลำเนาได้ นอกจากนี้ยังมีการพบรายชื่อคนแปลกหน้าในทะเบียนบ้าน การมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้ที่เสียชีวิตแล้ว ที่อาจทำให้เกิด ‘บัตรเขย่ง’ อีกหรือไม่
ความผิดพลาดจำนวนมาก ทำให้ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังปิดหีบเลือกตั้งว่ามีการแก้ไขในบางกรณีแล้ว สำหรับการเขียนรหัสบนซองผิด ก็จะให้กรรมการประจำหน่วยฯ ตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ จำนวนบัตร และการจ่าหน้าอีกครั้งก่อนมอบบัตรเลือกตั้งให้ไปรษณีย์จัดส่ง
“ไม่กรอกก็ยังไปถึงเลย” แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ด้าน รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสว่า การแก้ไขปัญหาเขียนซองผิดไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีการตรวจสอบหลังปิดหีบอย่างที่ กกต.แถลง แต่หากข้อมูลแต่ละส่วนบนซองไม่ตรงกันแล้วเจ้าหน้าที่จะยึดตัวเลขไหนเป็นหลัก แม้การแกะซองเพื่อตรวจสอบก็ไม่สามารถระบุได้ เพราะบัตรเลือกตั้งไม่ระบุชื่อผู้สมัคร
แม้จะมีการพยายามแก้ไขปัญหาแต่ประชาชนไม่อาจวางใจ เพราะดูเหมือนว่าจะแก้ไขแค่กรณีที่ประชาชนทักท้วงเป็นส่วนใหญ่ ยังมีอีกหลายกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นไปแล้วไม่อาจแก้ไขทัน เป็นคำถามสำคัญจากใจประชาชน ว่าความผิดพลาดจากทำงานของเจ้าหน้าที่กำลังทำให้เสียงประชาชนกว่า 2 ล้านคน เสี่ยงไร้ค่าหรือไม่ แล้วจะวางใจต่อการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.อย่างไร
ความคุกรุ่นทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยความหวังถึงอนาคตประเทศไทย ที่เราทุ่มงบประมาณกว่า 7.8 พันล้านบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้หลายฝ่ายถามต่อถึงการเอาผิดในความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ดูจะเป็นไปได้ยาก
8 ก.พ. 69 นี้ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันจับตาการเลือกตั้งโปร่งใส เพื่อให้ผลการเลือกตั้ง 69 เป็นเสียงประชาธิปไตยจากประชาชนอย่างแท้จริง โดยประชาชนสามารถร่วมเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์ได้ที่ Vote62

