ดันมาตรฐานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หวังเพิ่มความน่าเชื่อถือ-โอกาสจ้างงาน

สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย เตรียมเผยแพร่มาตรฐานวิชาชีพภายในสิ้นปี 69 พร้อมวางระบบรับรองสมาชิกเป็นรายปี หวังให้แบรนด์ เอเจนซีนำไปใช้ประกอบการจ้างงาน เปิดโอกาสครีเอเตอร์รายเล็กเข้าถึงตลาดมากขึ้น รวมถึงผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมใช้มาตรฐานเป็นแนวทางกำกับดูแล

ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) เปิดเผยว่า สมาคมกำลังผลักดันแนวปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อให้บริษัทโฆษณา เอเจนซี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้ประกอบการพิจารณาจ้างงานและประเมินความน่าเชื่อถือของครีเอเตอร์ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์กลางสำหรับการพิจารณาความเหมาะสมของครีเอเตอร์ ขณะที่สถาบันการศึกษาก็ยังขาดหลักเกณฑ์สำหรับนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอน

ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาร่วมหารือ เพื่อผลักดันให้ทุกฝ่ายในระบบนิเวศคอนเทนต์ครีเอเตอร์นำมาตรฐานนี้ไปใช้ร่วมกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของหน่วยงานต่าง ๆ ในอนาคตได้ เช่น สถาบันการเงินอาจนำไปใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แพลตฟอร์มอาจนำไปใช้กำกับดูแล เอเจนซีอาจไม่จ้างผู้ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือองค์กรผู้มอบรางวัลอาจนำมาตรฐานไปใช้ประกอบการคัดเลือก เป็นต้น

สำหรับแนวทางการรับรองมาตรฐานครีเอเตอร์ สมาคมวางแผนไว้ 2 ระดับ โดยระดับแรก คือ ผู้สมัครต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนดของสมาคม โดยการรับรองจะทำเป็นแบบปีต่อปี หมายความว่าผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในปีนี้ อาจไม่ผ่านเกณฑ์ในปีถัดไปก็ได้ หากมีพฤติกรรมหรือการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ผู้ที่ผ่านการรับรองจะได้รับเครื่องหมายหรือแบดจ์ (Badge) ซึ่งสามารถนำไปแสดงบนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เรทการ์ด (Rate Card) หรือเอกสารการทำงานและค่าบริการของครีเอเตอร์ เพื่อแสดงว่าได้รับการรับรองจากสมาคม ซึ่งเครื่องหมายดังกล่าวจะเปลี่ยนทุกปีตามรอบการรับรอง

ส่วนระดับที่สอง เป็นระบบเครื่องหมายรับรองเฉพาะทาง ซึ่งสมาคมตั้งเป้าผลักดันในปีที่ 2 หรือปีที่ 3 ของการดำเนินงานสมาคม (สมาคมฯ เปิดตัว 27 เม.ย. 69) โดยหากครีเอเตอร์ มีเครื่องหมายรับรองว่ามีความรู้และผ่านเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ก็อาจได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภคและเอเจนซีมากกว่าผู้ที่ไม่มีการรับรอง

อย่างไรก็ตาม ระบบรับรองเฉพาะทางยังเป็นแผนระยะถัดไป ระยะแรกจะเริ่มจากการจัดทำมาตรฐานกลางและระบบสมาชิกของสมาคมก่อน

นายกฯ TCCA กล่าวต่อว่า สิ่งที่สมาคมกำลังทำนั้น แม้หลายคนจะมองว่าเป็นการกำกับดูแล แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เติบโตมากกว่า หากประเทศไทยมีมาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง ครีเอเตอร์ก็จะมีโอกาสเติบโตต่อไปได้

“เชื่อมาก ๆ ว่ายิ่งครีเอเตอร์ประเทศไหนแข็งแรง ในแง่การจ้างครีเอเตอร์ ถ้าได้ผลกว่าการยิงแอด (Advertising) สุดท้ายเนี่ยเงินจะกลับมาในประเทศ” ขจร กล่าว

สุวิตา จรัญวงศ์ อุปนายกด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลวิชาชีพ TCCA มองว่า การรับรองมาตรฐานของสมาคมไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดโอกาสครีเอเตอร์รายเล็ก แต่กลับอาจช่วยสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงโอกาสจ้างงานมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันบางครั้งผู้ที่มีโอกาสเติบโตกลับเป็นคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก มีชื่อเสียง หรือแสดงภาพลักษณ์ความร่ำรวย แม้ผู้บริโภคจะไม่ทราบว่าเบื้องหลังมีการรับจ้างโฆษณาหรือมีพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่

หากมีมาตรฐานและระบบรับรอง ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามเพียง 4,000 คน แต่ผ่านมาตรฐานของสมาคม ก็อาจได้รับโอกาสในการจ้างงานจากบริษัทแบรนด์สินค้ามากขึ้น เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลนั้นได้รับการรับรอง แม้จะไม่ใช่คนมีชื่อเสียงก็ตาม

ทั้งนี้ จากการหารือที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหลายแห่งกำลังให้ความสนใจเรื่องการกำกับดูแลคอนเทนต์ครีเอเตอร์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานระยะต่อไป สมาคมตั้งเป้าเผยแพร่เอกสารมาตรฐานฉบับสมบูรณ์ผ่านช่องทางของสมาคมภายในสิ้นปี 2569 และจากนั้นใช้ในปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้อย่างจริงจัง

สำหรับแนวปฏิบัติวิชาชีพและจรรยาบรรณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ฉบับแรก เบื้องต้นประกอบด้วย 27 แนวปฏิบัติ ดังนี้

  1. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารที่เคารพศักดิ์ศรี อัตลักษณ์ และความหลากหลาย
  2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นและการวิจารณ์
  3. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารข่าว ข้อมูลสาธารณะ และความคิดเห็น
  4. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างหรือผู้สนับสนุนเนื้อหา
  5. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการสร้างเนื้อหา
  6. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างเนื้อหา
  7. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเด็กและเยาวชน
  8. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเพศ เพศสัมพันธ์ และสรรพคุณทางเพศ
  9. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารเหตุความรุนแรงและเหตุฉุกเฉิน
  10. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารอย่างรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพสัตว์
  11. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านสุขภาพ การแพทย์ การรักษา และการใช้ยา
  12. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องสำอาง
  13. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  14. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์ยาสูบ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า
  15. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการพนัน การเสี่ยงโชค และสลาก
  16. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านอาวุธ ปืน และวัตถุระเบิด
  17. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านความเชื่อและการพยากรณ์
  18. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเมือง การเลือกตั้ง และการชุมนุมสาธารณะ
  19. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการเงิน การลงทุน และสินทรัพย์ดิจิทัล
  20. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกออนไลน์และกลโกงไซเบอร์
  21. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และเผยแพร่เนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
  22. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์เกมและอีสปอร์ต
  23. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างเนื้อหาและการสื่อสาร
  24. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีและการวางแผนภาษีสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์
  25. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์
  26. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลตนเองของคอนเทนต์ครีเอเตอร์
  27. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของคอนเทนต์ครีเอเตอร์

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active