‘มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย’ ย้ำ นโยบายด้านที่อยู่อาศัย ในทางปฏิบัติยังพบข้อจำกัด ชี้ ที่อยู่อาศัยเพื่อคนไร้บ้านติดขัดระเบียบราชการ ชงแก้อุปสรรคงบฯ โครงการบ้านมั่นคง มองโอกาส กลุ่มเป้าหมาย เพื่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัยรูปแบบต่าง ๆ หวังรัฐปลดล็อก กระจายการถือครองที่ดินใช้สอยของรัฐ ด้าน รมว.พม. ย้ำ ภารกิจ 6 นโยบาย ส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม
วันนี้ (5 ต.ค. 2569) เนื่องใน วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศไว้ให้เป็น “วันที่อยู่อาศัยโลก” เพื่อให้ประชาคมโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญของ “การมีที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เราทุกคน นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุถึงการขับเคลื่อนงานนโยบายด้านที่อยู่อาศัย พร้อมเน้นย้ำใน 6 ภารกิจสำคัญที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนี้
- ช่วยเหลือ กลุ่มคนไร้ที่พึ่ง ให้มีที่อยู่อาศัยและมีโอกาสกลับมาสร้างคุณค่าในตัวเองและสังคม ผ่านระบบการคัดกรองศักยภาพ ส่งเสริมการมีอาชีพ และร่วมกับภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนที่อยู่อาศัยในระยะตั้งตัว
- ใช้กลไก บ้านมั่นคง สนับสนุนผู้มีรายได้น้อย สามารถรวมกลุ่มตั้งเป็นชุมชน และเข้าถึงสิทธิ์ในที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งในชุมชนเมือง ชุมชนชนบท ชุมชนริมคลอง และชุมชนริมรางรถไฟ
โดยขณะนี้ได้เตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการขยายแผนการพัฒนาโครงการ ’บ้านมั่นคงริมราง‘ ไปอีก 5 ปี ตลอดจนปรับเพิ่มเงินสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคของโครงการบ้านมั่นคงให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมากขึ้น - ริเริ่มแนวคิด บ้านมั่นคงชายแดน ร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ในการฟื้นฟูชุมชนชายแดน 752 ชุมชนใน 26 จังหวัด ให้มีที่อยู่อาศัยที่แข็งแรงปลอดภัย มีสาธารณูปโภคพื้นฐานและแผนการจัดการในชุมชนภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนชายแดนมีความเข้มแข็ง และเป็นกลไกพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยเตรียมนำร่อง 5 พื้นที่ ในปีงบประมาณ 2570 นี้
- สนับสนุนการเคหะแห่งชาติในการเร่งพัฒนา ‘ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย’ ทั้งในลักษณะห้องเช่า ที่ได้รับการอนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วจำนวน 4 โครงการในเดือนที่ผ่านมา และบ้านราคาประหยัด ในอีกหลายพื้นที่ที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาต่อไป
ตลอดจนเร่งฟื้นฟูโครงการเก่าของการเคหะแห่งชาติ ที่มีอายุอาคารมากกว่า 30 ปี และมีความทรุดโทรมจนอาจไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว โดยพิจารณาปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดิน พัฒนาเป็นอาคารสูงที่ใช้พื้นที่ดินลดลง และนำพื้นที่ที่เหลือมาพัฒนาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของกลุ่มอื่นใหม่เพิ่มเติมได้ - เตรียมออกมาตรการ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกรณีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้และช่วงที่ผ่านมา โดยได้มอบหมายทั้ง การเคหะแห่งชาติ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสำนักงานธนาานุเคราะห์ (สธค.) เร่งพิจารณามาตรการพักชำระการจ่ายค่าเช่า หรืองดเว้นการจัดเก็บดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประสบเหตุ
นอกจากนี้ได้มีการเตรียมเสนอแนวคิดการสนับสนุนดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยในอัตราพิเศษ สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ในการประชุมคณะกรรมการที่อยู่อาศัยแห่งชาติต่อไป - ผลักดันการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางกายภาพในสถานที่ของรัฐ และพื้นที่สาธารณะ ตามหลักคิดอารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design (UD) เพื่อรองรับการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ทั้งเด็ก สตรีมีครรภ์ คนพิการ หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการแก้ไขกฎหมายให้มีการนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้กับการให้บริการของรัฐและเอกชนในทุกระดับ และสนับสนุนการจัดที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับผู้สูงอายุตามหลัก UD ให้เพิ่มมากขึ้น
“เมืองที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่น ๆ ต่อ ผม และกระทรวง พม. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายหลักด้านสวัสดิการและความมั่นคงของมนุษย์ ให้คำมั่นว่าเราจะสนับสนุนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายและพี่น้องทุกพื้นที่ เพื่อสร้าง สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้”
นิกร โสมกลาง

นโยบายที่อยู่อาศัย ในทางปฏิบัติยังพบข้อจำกัด
ด้าน คมสันต์ จันทร์อ่อน ผู้ประสานงานมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ให้ข้อมูลกับ The Active ถึงการขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่อาศัยของการ พม. 6 ภารกิจดังกล่าว โดยสิ่งที่ภาคประชาชนผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง คือ การอุดหนุนค่าเช่าห้องพัก เพื่อให้คนไร้บ้าน สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยราคาถูก โดยมีรัฐสนับสนุนค่าเช่าบางส่วน ซึ่งดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปี แต่ในทางปฏิบัติยังพบข้อจำกัดจากระเบียบของกระทรวงฯ และหน่วยงานระดับกรมซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติ ทำให้คนไร้บ้านบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงนโยบายดังกล่าวได้
“มีการดำเนินการมาแล้วหนึ่งปี พบปัญหาว่าความจริง กลับเจอระเบียบของทางกระทรวงฯ ของกรมเองที่เป็นหน่วยฝ่ายปฏิบัติก็มาติด ก็กลายเป็นว่าทำให้กลุ่มคนไร้บ้านบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงนโยบายนี้ได้ ก็อยู่ระหว่างการแก้ไขระเบียบตรงนี้กับแบบฟอร์ม ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกันมาก็ยังรอการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม หลังจากที่มีการเจรจากับทางที่ปรึกษารัฐมนตรีก็ได้ไปคุยกันมาแล้ว ก็ได้เห็นด้วยว่าต้องปรับแก้ ”
คมสันต์ จันทร์อ่อน
เดินหน้าแก้อุปสรรคงบฯ โครงการบ้านมั่นคง
อีกประเด็นคือ โครงการบ้านมั่นคง ซึ่ง คมสันต์ ระบุว่า ปัจจุบันรัฐสนับสนุนงบประมาณด้านที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 89,800 บาทต่อหน่วย ขณะที่ภาคประชาชนเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนเป็น 160,000 บาทต่อหน่วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากกระทรวงฯ ขณะที่สำนักงบประมาณมองว่าตัวเลขดังกล่าวสูงเกินไป
ความแตกต่างของงบฯ สนับสนุนระหว่างหน่วยงานอาจกลายเป็นช่องว่างในการเข้าถึงสิทธิด้านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการสนับสนุนผ่านการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีวงเงินสนับสนุนสูงกว่า
“มันไม่ผิด เพียงแต่ว่ามันไม่อยากให้มีช่องว่าง ดูความต่างว่าหน่วยงานนี้ได้รับเงินสนับสนุนที่อยู่อาศัยถึง 500,000 บาท แต่อีกหน่วยงานหนึ่ง การสนับสนุนแต่ว่าดำเนินการโดยชุมชน สนับสนุนให้แค่แสนเดียว ซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนี้ อย่างน้อยก็ตามข้อเรียกร้องของชุมชน 160,000 บาท สิ่งนี้ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคอีกเรื่อง”
คมสันต์ จันทร์อ่อน
ส่วนโครงการบ้านมั่นคงชายแดน ซึ่งเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คมสันต์ มองว่าเป็นแนวทางที่ดีแต่ควรพิจารณาความชัดเจนในการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีโครงการในพื้นที่อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกันยังมีคำถามถึงมาตรฐานการสนับสนุนว่าบ้านมั่นคงชายแดนจะได้รับงบประมาณสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยมากกว่าบ้านมั่นคงทั่วไปหรือไม่ เพราะหากมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน อาจนำไปสู่คำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำในการสนับสนุนระหว่างชุมชน
“ข้อควรระวังคือมันจะซับซ้อนกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นที่เขาทำอยู่แล้วหรือเปล่า มีการแบ่งกันชัดเจนไหม เพราะบางอันบางตัวก็เห็นทำเหมือนกัน เดี๋ยวจะมีความเหลื่อมล้ำกันอีกหรือเปล่าว่า พอมาเป็นบ้านมั่นคงชายแดน การสนับสนุนการสร้างที่อยู่อาศัยจะเยอะกว่าบ้านมั่นคงปกติหรือเปล่า”
คมสันต์ จันทร์อ่อน

เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เดินหน้าแก้ปัญหาเข้าถึงที่อยู่อาศัย
สำหรับการสนับสนุนที่อยู่อาศัยผ่านการเคหะแห่งชาติ คมสันต์ เห็นด้วยว่ามีการสนับสนุนในระดับที่ค่อนข้างมาก แต่ชี้ว่า กลุ่มเป้าหมายอาจแตกต่างจากชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง โดยกลุ่มที่สามารถอยู่อาศัยในอาคารสูงได้อาจเป็นกลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากในการประกอบอาชีพ ขณะที่ชุมชนบ้านมั่นคงจำนวนมากเป็นชุมชนแนวราบ ซึ่งจำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพและทำมาหากิน เช่น การเก็บของเก่า หรือการค้าขาย
คมสันต์ ยังเสนอว่า ในระยะยาวควรมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ย 2% เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้นเนื่องจากในปัจจุบัน คนจำนวนมากยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคาร
“ตอนนี้ลำบากขนาดว่าจะผ่านเกณฑ์หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยผ่านเกณฑ์ การพิจารณาจากแบงก์ว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยก็จะไม่ผ่านกัน”
คมสันต์ จันทร์อ่อน
สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เห็นในปัจจุบัน ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์การเข้าถึงสินเชื่อในระยะยาวได้หรือไม่ ในส่วนของการพัฒนาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ของรัฐเพื่อรองรับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย คมสันต์ มองว่า รัฐควรดำเนินการเรื่องนี้มานานแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ทั้ง 6 ภารกิจของ พม. ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่และอาจยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความหลากหลายของปัญหาและกลุ่มคนที่ต้องการที่อยู่อาศัย
“มีกลุ่มคนจนถึงขนาดที่ไม่มีเงิน ถึงแม้ว่าดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ เข้าธนาคารยังไงก็ไม่ผ่าน คือ คนไร้บ้าน จะมาเข้าก็ไม่ได้ มันต้องมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับพวกเขา เช่น ศูนย์พักตามจังหวัดใหญ่ ๆ ที่สามารถเข้าได้ตามวิถีชีวิตของคนไร้บ้าน ไม่ใช่ว่าไปกวาดจับแล้วเอาไปอยู่ เหมือนอยู่ในคุกอะไรอย่างนี้ แล้วก็อยู่ได้ 7 วันแล้วก็ไล่ออก พอไปเป็นคนไร้บ้านก็จับมาใหม่ มันกลายเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน และอันนี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่อยู่ในห้องเช่าก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมันมีหลากหลายประเทศไทยไม่ควรจะมีทางออกทางเดียวในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับคนทุกกลุ่ม”
คมสันต์ จันทร์อ่อน

กระจายถือครองที่ดิน รัฐจะกล้าทำไหม ?
ทั้งนี้การแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของ การกระจายการถือครองที่ดิน โดยมองว่า ที่ดินรัฐมีเยอะทั้งที่สาธารณะ ที่ทหาร ที่กองทัพบก ที่วัด หรืออาจเพิ่มภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่รกร้างว่างเปล่า บีบให้ปล่อยมาเป็นที่ดินราคาถูกเพื่อมาทำที่อยู่อาศัย
“มีทางออกเยอะ แต่ไม่รู้ว่ารัฐจะกล้าทำตรงนี้หรือเปล่า เพราะต่างคนก็ต่างหวงที่ดินกัน อย่างที่บอก ถ้ามันได้ที่ดินเสร็จปุ๊บ ภารกิจทั้ง 6 ข้อนี้ก็มีความเป็นไปได้ง่ายมาก”
คมสันต์ จันทร์อ่อน
