กมธ.อากาศสะอาด สว. ย้ำ มีความจำเป็น กองทุนอากาศสะอาด แก้ปัญหามลพิษ ช่วยเหลือเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เยียวยากลุ่มเปราะบาง หลังมีผู้สงวนให้ตัดหมวด 7 กองทุนฯ ทิ้งทั้งหมด เชื่อ ช่วยบริหารงบประมาณง่ายขึ้น สอดคล้องระบบราชการปกติ
วันนี้ (7 ก.ค. 69) ที่ประชุมวุฒิสภา มีวาระการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. (พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ) ในวาระ 2 หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยหนึ่งในประเด็นที่มีการขอสงวนให้ตัดออก คือ มาตรา 4 นิยาม ของคำว่า “คณะกรรมการกองทุนอากาศสะอาด” และ “กองทุน” ซึ่งหมายถึงกองทุนอากาศสะอาด
รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้สงวนให้ตัดออก บอกว่า ได้เสนอตัดคำนิยาม คณะกรรมการกองทุนอากาศสะอาด และตัดหมวด 7 กองทุนอากาศสะอาดออกทั้งหมด และต้องการปรับถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 21 มาตรา โดยให้เหตุผลเรื่องประสิทธิภาพ คือ การยกเลิกกองทุนที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลอิสระและมีการโอนเงินไปบริหารโดยสำนักงานโดยตรง จะถูกมองว่าช่วยให้การบริหารงบประมาณง่ายขึ้น และสอดคล้องกับระบบราชการปกติ โดยเน้นการใช้จ่ายและบรรลุวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ. ผ่านการกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐโดยตรง

“อีกประเด็นคือเรื่องของความโปร่งใสและการควบคุม การนำเงินไปรวมกับงบประมาณของสำนักงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเงินและการบัญชีที่เข้มงวด ของภาครัฐ ทำให้การใช้จ่ายมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย ถึงแม้ว่าร่างเดิมจะเน้นความเป็นอิสระและความคล่องตัว แต่เรื่องการแก้ไขที่ดิฉันเสนอมาก็คือเน้นการควบคุมการใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย”
รัชนีกร ทองทิพย์
รัชนีกร ระบุ แม้ว่าจะมีการเขียนขยายเวลาในการดำเนินการในส่วนของกองทุนอากาศสะอาดออกไป เพื่อให้มีการดำเนินการภายใต้กรอบของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ.2558 อย่างเคร่งครัด ท่านได้มีการแก้ขยายเวลาไว้ในมาตรา 2 แต่คำถามคือท่านมีการตั้งแนวคิดหรือไม่ว่าค่าทำเนียมหรือรายได้ในขณะที่ยังไม่สามารถใช้กองทุนได้ จะนำเงินไปวางไว้ที่ไหนและนำมาใช้ได้อย่างไร และการดำเนินการตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้วหรือยัง
“เพราะเหตุใด ทำไมถึงปล่อยมาจากชั้น สส. มาชั้น สว.แล้วผลักภาระให้ สว. แล้วเราต้องดำเนินการย้อนหลัง การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทั้งหมด เราควรทำให้เสร็จตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วก็อะไรไม่เรียบร้อยก็ไปทำย้อนหลัง ดิฉันขอตั้งคำถามว่ามันจะทำให้ผู้พิจารณากฎหมายร่วมกันกระทำความผิดไปกับพวกท่านหรือไม่ ประเด็นนี้ดิฉันเป็นห่วงมากที่สุดก็คือเรื่องกองทุน ถ้าทำไม่เรียบร้อยตั้งแต่แรก ไม่ผ่าน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ และ พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน และไปทำย้อนหลังจะสุ่มเสี่ยงผิดข้อบังคับ หรือผิดกฎหมายข้อใดหรือเปล่า หากในอนาคตมีการเสนอกฎหมายกองทุนเข้ามาอีกให้ชั้นกรรมาธิการพิจารณาวาระ 2 อีก แล้วเลียนแบบ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ท่านคิดว่าประเทศเราจะเดินต่ออย่างไร”
รัชนีกร ทองทิพย์
ย้ำไร้กองทุนฯ มาตรการทางเศรษฐศาสตร์เดินต่อยาก
ธีระวุฒิ เต็มสิริวัฒนกุล กรรมาธิการวิสามัญฯ ชี้แจง เรื่องกองทุนว่า เป็นปัจจัยสำคัญในเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เพราะมีหมวดที่เกี่ยวกับการอุดหนุนส่งเสริมไปสู่อากาศสะอาด กองทุนจะมีส่วนช่วยในกลไกนี้อย่างมาก ทั้งเกษตรกร กิจกรรมต่าง ๆ ที่ปัจจุบันยังไม่พร้อมปรับกองทุนจะเข้าไปช่วยเปลี่ยนผ่าน กลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่จะไปช่วยในเรื่องการรักษา หากไม่มีกองทุนอากาศสะอาดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์จะไม่สามารถเดินต่อได้

“การพึ่งงบประมาณแผ่นดิน หากเปรียบเทียบกองทุนสิ่งแวดล้อมที่ได้รับเงินจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว บางปีได้ 50 ล้าน บางปีได้น้อยมาก คำถามคือ เราจะจัดการปัญหาได้อย่างไรถ้าเงินน้อยอย่างนี้ และยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยว่า จะมีนโยบายสนับสนุนเรื่องอากาศสะอาดมากน้อยเพียงใดในแต่ละปี ที่สำคัญเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมจำนวนเงินต้องเพียงพอ ต้องทันการณ์ และต้องมีความเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นกองทุนมีความจำเป็นอย่างมาก”
ธีระวุฒิ เต็มสิริวัฒนกุล
ส่วนเรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.บ.บริหารทุนหมุนเวียน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ กมธ.กำหนดในมาตรา 2 เป็นทางออกให้ไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.บริหารทุนหมุนเวียน เป็นวิธีการปฏิบัติตามระเบียบราชการแผ่นดิน เลยกำหนดว่าจะยังไม่บังคับใช้กองทุน 1 ปี เพื่อไปดำเนินการ
“รัฐสภามีอำนาจออกกฎหมายที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ การตั้งกองทุนอากาศสะอาดและเกิดขึ้นในชั้นกรรมาธิการ สส. ไม่ได้เกิดขึ้นในฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นกองทุนจึงจำเป็นต้องดำเนินไปได้โดยกองทุนต้องงดเว้น พ.ร.บ.บริหารทุนหมุนเวียน ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามใน มาตรา 2 ให้ กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการตามระเบียบราชการอยู่แล้ว เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินการตาม พ.ร.บ.บริหารทุนหมุนเวียน พ.ร.บ.วินัยการการเงินการคลังไปด้วย”
ธีระวุฒิ เต็มสิริวัฒนกุล
ขณะที่ วุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ตอบข้อชี้แจงเพิ่มว่า ทุกอย่างมีการอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ดังนั้นเหตุที่กังวลว่าจะผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ผิด ส่วนประเด็นเรื่องกองทุนจะต้องใช้เวลาตามที่กำหนดไว้ โดยขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบของพระราชบัญญัติทุนหมุนเวียน
วุฒิชาติ ย้ำถึงข้อกังวลของ รัชนีกร ว่าเป็นหน้าที่ของ สว. ที่ว่าเมื่อมีกฎหมายที่มาจากชั้น สส. มีความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นหน้าที่ของ สว. ที่ต้องมาดูว่าเพื่อให้เกิดความครบถ้วนของกฎหมาย ยืนยันว่ามีการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกองทุนมาให้ข้อมูล ซึ่งตามจริงใช้เวลาเพียง 6 เดือน แต่ได้เผื่อระยะเวลาไว้ 1 ปีเนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ส่วนเรื่อง “รายได้ในช่วงแรก” ถ้ามีจะตกเป็นรายได้ของแผ่นดิน เพราะ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ค่าทำเนียม ค่าปรับ เกิดขึ้นมาจากการกระทำความผิดของผู้ประกอบการ ดังนั้น 1 – 2 ปี น่าจะยังไม่เกิด
สำหรับผลการลงมติ ที่ประชุมเห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการฯ ให้คงมาตรา 7 กองทุนอากาศสะอาด ไว้ตามร่างเดิม 124 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 130 เสียง

