ถกหลายฝ่าย หลังผลวิจัย พบ ‘สารหนู’ ในคนริมน้ำกก แม้ยังระบุต้นตอไม่ได้

ชี้ สัญญาณสุขภาพน่าเป็นห่วง เชื่อประชาชนได้รับสัมผัสสารพิษสะสมเป็นเวลานาน เสนอ ยกระดับวาระแห่งชาติ สธ.สั่งด่วน ขยายตรวจกลุ่มเสี่ยงจาก 300 เป็น 1,500 คน ชงตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัด เร่งงบฯ 2,000 ล้าน ย้ายแหล่งน้ำดิบ ย้ำ น้ำกก ล่องเรือได้ แต่ห้ามลงสัมผัส ส่วน น้ำสาย หยุดกิจกรรมทุกประเภท

ตามที่นักวิจัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ออกมาเปิดเผยผลวิจัยพบ สารหนู ใน เส้นผมและเล็บ ของกลุ่มตัวอย่างประชาชนริมแม่น้ำกก โดย กระทรวงสาธารณสุข ได้เรียกประชุมเร่งด่วนสั่งการเฝ้าระวังสุขภาพ ขณะที่คณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำจังหวัดเชียงราย เสนอรัฐบาลกลางยกระดับปัญหามลพิษข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ

ล่าสุด สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยกับ The Active ภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ผลวิจัยที่นำเสนอต่อที่ประชุมชี้ให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่ได้รับสัมผัสสารพิษสะสมเป็นเวลานาน แต่แหล่งต้นทางของการปนเปื้อนยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมทั้งเชิงวิชาการและเชิงพื้นที่

สธ.สั่งด่วน ขยายตรวจกลุ่มเสี่ยงจาก 300 เป็น 1,500 คน

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เร่งตรวจเฝ้าระวังสารหนูในปัสสาวะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ตรวจการปนเปื้อนในอาหาร และตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่เสี่ยง พร้อมให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประสานข้อมูลเชิงลึกจากผู้วิจัยและระดมหน่วยงานท้องถิ่น โรงพยาบาล และ รพ.สต. ร่วมวางมาตรการรับมือ

ขณะที่ นพ.เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ได้จัดทีมลงพื้นที่ตรวจคัดกรองและรักษากลุ่มเสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเดือนละ 1 ครั้ง และสุ่มตรวจปัสสาวะประชาชนกลุ่มเปราะบางตามพื้นที่เสี่ยง โดยปีนี้จะขยายการตรวจจาก 300 คน เป็น 1,500 คน ภายใต้แผนเฝ้าระวังสุขภาพระยะยาว 5 ปี

กรมอนามัย รายงานว่า น้ำประปาหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ยกเว้นบ้านป่ายางมน ต.รอบเวียง อ.เมือง และ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ที่พบสารหนูเกินมาตรฐานเล็กน้อย โดยกรมอนามัยได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำบริโภคให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นแล้ว

เสนอตั้งศูนย์ตรวจโลหะหนักประจำจังหวัด – เร่งงบ 2,000 ล้านย้ายแหล่งน้ำดิบ

สำหรับที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัด มีมติเสนอให้รัฐบาล ยกระดับปัญหามลพิษในแม่น้ำชายแดนเป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากมีลักษณะข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบในวงกว้าง พร้อมเสนอจัดตั้ง “ศูนย์ตรวจสารโลหะหนักประจำจังหวัด” เพื่อให้ตรวจวิเคราะห์น้ำและตะกอนได้รวดเร็วกว่าการส่งตรวจส่วนกลาง

นอกจากนี้ หน่วยงานด้านประปายังเร่งรัดการจัดสรรงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างระบบแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งน้ำที่อาจปนเปื้อน

น้ำกกล่องเรือได้ แต่ห้ามลงสัมผัส – น้ำสายปิดกิจกรรมทุกประเภท

สืบสกุล ยังเปิดเผยด้วยว่า สำหรับการใช้ประโยชน์แม่น้ำ ที่ประชุมเห็นพ้องให้หลีกเลี่ยงการลงสัมผัสน้ำกกโดยตรง เนื่องจากตะกอนอาจฟุ้งกระจายและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กิจกรรมท่องเที่ยวทางเรือยังทำได้ภายใต้ข้อควรระวัง ส่วนแม่น้ำสายซึ่งพบค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลายครั้ง ที่ประชุมแนะนำให้งดกิจกรรมสัมผัสน้ำทุกประเภทในช่วงนี้

แม้ประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องปรับตัวอยู่กับความเสี่ยงในระยะสั้น แต่ภาคประชาชนและนักวิชาการ ได้ยื่นข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อผลักดันให้รัฐบาลกลางเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและระยะยาวอย่างจริงจัง​​​​​​​​​​​​​​​​

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active