‘พีมูฟ’ เตรียมร้อง นายกฯ-กมธ.-กรรมการสิทธิฯ ตรวจสอบเหตุรุนแรงที่ ก.มหาดไทย

ย้ำเคลื่อนไหว ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง จี้ ผู้มีอำนาจ ตรวจสอบการดำเนินการของ ตำรวจ-อส. ละเลยหน้าที่ ลุแก่อำนาจ ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

จากกรณีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ชุมนุม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย กับ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ภายหลังได้ติดตามการแก้ไขปัญหาของประชาชน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย จนเป็นเหตุให้ตัวแทนผู้ชุมนุม 3 คน ได้รับบาดเจ็บ

นำมาสู่การออกแถลงการณ์ของพีมูฟ ที่ได้ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 โดยมี ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งในวันนั้นพีมูฟได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอเปิดเจรจาใน 5 ประเด็น ได้แก่

  1. กลไกการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ของขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย

  2. การแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล

  3. การแก้ไขปัญหากรณีชุมชนทับยาง ต.ท้ายเมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

  4. การแก้ไขปัญหาชุมชนไทดำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

  5. กรณีอื่นๆ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดประชุมโดยมีนัดหมายในวันนี้ (6 ส.ค. 2569) ตั้งแต่ 09.00 น. ณ กระทรวงมหาดไทย

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ เริ่มเกิดความตึงเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่ อส. ไม่ให้ประชาชนนั่งใกล้รถยนต์ที่จอดบนถนนสาธารณะ โดยในระหว่างนั้นได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคือหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ชัยวัฒน์ ดวงสอดศรี และพบว่าไม่มีอำนาจในการจัดสินใจใด ๆ ได้ จึงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเจรจาด้วยตัวเอง ในระหว่างนั้นปักหลักชุมนุมอยู่บนทางเท้านอกรั้วกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ตัวแทนเจรจาก็ไม่ขอเจรจาใด ๆ กับคนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

จนถึงช่วงบ่ายที่สภาพอากาศคล้ายฝนจะตก ผู้ชุมนุมจึงขยับเข้าไปปักหลักภายในรั้วกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด ซึ่งได้รับการประสานงานว่าจะมีการประสานงานรองปลัดกระทรวงมหาดไทยมาพบ จนเวลายืดเยื้อถึง 15.30 น. ก็ยังไม่ได้รับการประสานกลับมา จึงประกาศให้พี่น้องลุกขึ้นยืนและเดินเข้าประชุมประตูทางเข้าอาคาร

พีมูฟ ระบุด้วยว่า ในระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ อส. ปิดทางอยู่ และมีเจ้าหน้าที่ อส. คนหนึ่งพูดจายั่วยุโดยมีเนื้อความประมาณว่า “เรื่องที่ดินผมก็มีปัญหา แต่ผมก็ใช้เงินเดือนผมในการแก้ปัญหา” ซึ่งถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามกลุ่มผู้เดือดร้อน หลังจากนั้นจึงเกิดการปะทะกันจนมีสมาชิกได้รับบาดเจ็บ 3 คน

จากนั้นเมื่อควบคุมสถานการณ์ได้ จึงได้รับการประสานงานอีกครั้งว่า ภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาพบ และได้ร่วมหารือกับทีมในเจรจาภายในสถานที่ปักหลักชุมนุมในเวลาประมาณ 16.40 น. ซึ่งได้มีการขออภัยกันทั้ง 2 ฝ่าย และชี้แจงว่าจะมีการจัดประชุมแก้ไขปัญหาของกระทรวงมหาดไทยตามข้อเรียกร้องอีกครั้งในวันที่ 19 ส.ค. 2569 โดยมี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

แม้จะมีบทสรุปในการจัดประชุมนัดต่อไปตามข้อเรียกร้อง และได้มีการขออภัยกันแล้วทั้ง 2 ฝ่าย แต่พีมูฟขอตั้งข้อสังเกตต่อเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ ดังนี้

  1. ก่อนการชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย เราได้แจ้งการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินขบวน หรือเข้ายับยั้งควบคุมเหตุการณ์การปะทะในกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด แม้จะอ้างว่าภายในรั้วกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ อส. มีอำนาจพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ แต่ก็ขัดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่มอบอำนาจนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่นั้นๆ เป็นผู้อำนวยความสะดวกการชุมนุม จึงกล่าวได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่องต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว

  2. การใช้เจ้าหน้าที่ อส. มาควบคุมสถานการณ์และรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เหตุการณ์ความรุนแรงวันนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ อส. ไม่ได้ถูกฝึกอบรมมาสำหรับรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งท่าทียั่วยุ วุฒิภาวะ การควบคุมอารมณ์ การไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บ หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยับยั้งสถานการณ์กันเองในครั้งนี้ก็จะนำไปสู่การมีจำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 คนแน่นอน เพราะไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ อส. มีการห้ามปรามกันไม่ให้ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด

“เราจึงมีข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบเหตุการณ์การปะทะภายในกระทรวงมหาดไทยที่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บ ซึ่งแม้ท่านจะได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี มากำกับดูแลการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ และรองฯ ทรงศักดิ์ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดการประชุมแล้ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการประชุมได้และเกิดความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ อส. ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงมหาดไทยขึ้น นอกจากทำให้การแก้ไขปัญหาตามกลไกต้องล่าช้า ยังทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อส.”

พีมูฟ ขอยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยหน้าที่ กับเจ้าหน้าที่ อส. ที่ลุแก่อำนาจ สร้างผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน หลังจากนี้จะยื่นเรื่องร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี กลไกคณะกรรมาธิการ รัฐสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ตรวจสอบเหตุการณ์นี้และมีมาตรการคุ้มครองการเคลื่อนไหว ติดตามการแก้ไขปัญหาในกระทรวงมหาดไทยต่อไป

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active