“น้ำท่วมต้องรีบแก้ นโยบายแย่ ๆ ต้องทบทวน” พีมูฟ จี้ นายกฯ หาทางออกปม ‘ธนาคารที่ดิน’ ก่อนหมดอายุ 30 ก.ย.นี้

ขออย่าปล่อยให้ บจธ. สิ้นสุดลงโดยไร้ทางออก หวั่นกระทบเกษตรกร คนจน กว่า 1.7 ล้านครอบครัว ต้องเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำในที่ดิน ทำกิน

วันนี้ (29 ก.ย. 2569) นอกจากวาระสำคัญต่าง ๆ ในการประชุม ครม.วันนี้ The Active ชวนจับตาไปที่การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและติดตามความคืบหน้า นโยบายธนาคารที่ดิน หลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบริหารการถือครองและกระจายการถือครองที่ดินถูกยกเลิกกะทันหัน เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ในวันที่ 30 กันยายน 2569  

จำนงค์ หนูพันธ์ ประธานขบวนการประชาขนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เปิดเผยกับ The Active ว่า ตัวแทนจะขอเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนมติ ครม. 15 กันยายน 2569 โดย ครม. ต้องไม่ปล่อยให้ บจธ. สิ้นสุดลงโดยไม่มีทางออก จะส่งผลโดยตรงต่อประชาชนที่กำลังรอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกที่เป็นรูปธรรมร่วมกับประชาชน

“เราเข้าใจสถานการณ์ความเดือดร้อนภัยพิบัติ รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เช่นเดียวกัน เรื่องนโยบายที่แย่และเป็นปัญหา ก็ต้องทบทวน โดยเฉพาะมติ ครม. 15 กันยายน 2569 ที่ให้มีการย้ายธนาคารที่ดิน ไปอยู่กับ คทช. ซึ่งโดยโครงสร้างกลไกเดินหน้าไม่ได้ การบริหารจัดการธนาคารที่ดินจะต้องไม่เป็นในรูปแบบรัฐ เราเห็นความล้มเหลวมาหลายครั้งแล้ว ที่ผ่านมาการบริหารของ บจธ.ก็เกิดผลในความคุ้มค่าทั้งการบริหารงบประมาณ และการช่วยเหลือเกษตรกรคนยากจนให้เข้าถึงสิทธิที่ดิน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ”

จำนงค์ หนูพันธ์

(ภาพ : เปรม เต็งสวัสดิกุล)

ขณะที่เดียวกันเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เข้ายื่นข้อเรียกร้องและหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและติดตามความคืบหน้านโยบายธนาคารที่ดิน หลังการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบริหารการถือครองและกระจายการถือครองที่ดินถูกยกเลิกกะทันหัน ใน 3 ประเด็นสำคัญ

  1. เร่งประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินตามแนวทางของ บจธ. โดยขอให้ผู้ว่าฯ ประสานไปยัง ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งจัดประชุมคณะอนุกรรมการฯ โดยเร็ว พร้อมขอให้แจ้งความคืบหน้าต่อผู้นำที่ยื่นหนังสือภายใน 7 วัน

  2. ต้องไม่ปล่อยให้ บจธ. สิ้นสุดลงโดยไม่มีทางออก สกน. ยังยืนยันความกังวลต่อการสิ้นสุดของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประชาชนที่กำลังรอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกที่เป็นรูปธรรมร่วมกับประชาชน

  3. ให้รัฐเรียนรู้จาก “โฉนดชุมชน” ที่พิสูจน์แล้วว่าที่ดินไม่หลุดมือ สกน. เชิญชวนผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ศึกษารูปแบบการจัดการที่ดินโดยชุมชน ทั้งพื้นที่บ้านศรีเตี้ย บ้านแพะใต้ และบ้านท่ากอม่วง ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี และสามารถรักษาที่ดินของสมาชิกไม่ให้หลุดมือ พร้อมสะท้อนบทเรียนจากบ้านท่าลุก ต.หนองยวง อ.เวียงหนองล่อง ซึ่งไม่มีระบบโฉนดชุมชน จนที่ดินปฏิรูปหลุดมือไปสู่ ธ.ก.ส. และนายทุน

(ภาพ : เปรม เต็งสวัสดิกุล)

นอกจากเรื่องนโยบายที่ดิน สกน. ยังสะท้อนถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อการชุมนุม โดยเฉพาะการตั้งแถวปิดกั้น การพกพาอาวุธปืน และการออกคำสั่งที่ส่งผลต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม พร้อมขอให้จังหวัดช่วยประสานไม่ให้มีการดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบ

ด้าน ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ยืนยันว่าจะลงนามและส่งหนังสือข้อเสนอของ สกน. ไปยังรัฐบาลภายในวันนี้ทันที โดยไม่ต้องรอครบ 7 วัน พร้อมรับรองว่าจะนำเสนอข้อเรียกร้องทั้งหมดโดยไม่ตกหล่น รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายและอนาคตของ บจธ.

สำหรับกรณีการปิดประตูศูนย์ราชการ จังหวัดชี้แจงว่าเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินราชการและป้องกันบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ก่อสร้าง ขณะเดียวกันจังหวัดระบุว่าได้จัดเตรียมพื้นที่ศูนย์ราชการศรีบัวบาน เต็นท์ และห้องน้ำไว้รองรับประชาชนแล้ว

สกน. ยืนยันว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงคำรับปากหรือการส่งต่อหนังสือจากจังหวัดหนึ่งไปยังรัฐบาล แต่คือ คำตอบที่ชัดเจนและการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมต่ออนาคตของธนาคารที่ดินและที่ดินทำกินของประชาชนเมื่อรัฐบาลยังไม่ตอบ ประชาชนก็จะเดินหน้าทวงถามต่อไป

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active