สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดริมแม่น้ำโขงยังคงน่ากังวล เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานีเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง 3.4 เมตร แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ เนื่องจากหลายพื้นที่ในประเทศเมียนมา จีน ลาว และไทยกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่มีปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงสูงมาก
ขณะที่ จ.เชียงราย กำลังเข้าสู่ภาวะฟื้นฟู แต่สถานการณ์น้ำท่วมได้เคลื่อนต่อไปยังลุ่มน้ำโขง กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนเฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 16 – 21 กันยายน 2567 เนื่องจากมวลน้ำหลากในแม่น้ำโขงได้เคลื่อนผ่าน จ.เลย จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ ประกอบกับเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 มีปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดหนองคายสูงสุดที่ 21,187 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 1.62 เมตร

มวลน้ำดังกล่าวเคลื่อนผ่านไปยัง จ.บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5 – 1.0 เมตร ในช่วงวันที่ 18 – 21 กันยายน 2567 โดยเฉพาะที่ จ.นครพนม คาดว่าระดับน้ำจะล้นตลิ่ง 0.3 – 0.5 เมตร ในวันที่ 18 กันยายน 2567 ขอให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังบริเวณริมแม่น้ำโขงและริมแม่น้ำสาขา
นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำในลำน้ำห้วยหลวงที่ จ.อุดรธานี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.21 เมตร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในวันนี้ (17 ก.ย. 67) เนื่องจากน้ำในลำน้ำสาขาไม่สามารถระบายลงแม่น้ำโขงที่กำลังเอ่อล้นได้ ส่งผลให้มีความเสี่ยงน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง บริเวณพื้นที่ด้านท้ายน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ได้แก่
- อ.กุดจับ, อ.สร้างคอม, และ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี
- อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

สถานการณ์น้ำท่าทยอยสูงขึ้น ประกอบกับน้ำฝนที่จะเทลงมาเพิ่มอีก จากข้อมูลคาดการณ์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ควรเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักระหว่างวันที่ 15 – 24 กันยายน 2567 โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมหลากอีกครั้งจากฝนตกหนักที่คาดว่าจะครอบคลุมพื้นที่ถึง 80%
ขณะที่ข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำ ในวันที่ 17 กันยายน 2567 เปิดเผยข้อมูลระดับน้ำท่า ที่เป็นลำน้ำสาขาจากแม่น้ำโขง พบหลายสถานีอยู่ในระดับสูงกว่าตลิ่ง ดังนี้:
สถานี | ที่ตั้ง | ปริมาณน้ำ | สถานะ | ระดับน้ำ (ม.รทก.) | ระดับตลิ่ง (ม.รทก.) |
บ้านโนนตูม | ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี | 103.75% | ล้นตลิ่ง | 171.68 | 171.5 |
บ้านท่าห้วยหลัว | ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี | 101.55% | ล้นตลิ่ง | 154.95 | 154.95 |
ลำน้ำอูน | ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร | 105.35% | ล้นตลิ่ง | 155.2 | 154.85 |
สะพานหาดกวน-อุ่มไผ่พัฒนา | ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม | 103.06% | ล้นตลิ่ง | 145.31 | 144.87 |
ปตร. บ้านนาบัว-ท้ายน้ำ | ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม | 100.81% | ล้นตลิ่ง | 138.77 | 138.72 |
ที่มา: กองอำนวยการแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำ วันที่ 17 กันยายน 2567
‘นครพนม’ เตรียมตัว! 18 – 19 ก.ย. นี้
รศ.เสรี ศุภราทิตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า ระดับน้ำในพื้นที่ตอนล่างของ จ.นครพนม คาดว่าจะสูงสุดในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.7 – 1.0 เมตร จากข้อมูลล่าสุดของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และ เตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ธาตุพนม และบางส่วนของ อ.เมืองนครพนม เตรียมความพร้อม ยกของขึ้นที่สูง และย้ายยานพาหนะออกจากพื้นที่เสี่ยง ที่ระบุในภาพจาก ESRI ทั้งนี้ขอให้ท้องถิ่นตรวจสอบระดับความสูงของคันป้องกันน้ำด้วย

ล่าสุดวันนี้ (17 ก.ย. 67) รายงานสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ในหลายจังหวัดระดับน้ำเริ่มลดลง ในขณะที่บางพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในจังหวัดที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ จ.นครพนม, มุกดาหาร และ อุบลราชธานี (ข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น.) โดยมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ ดังนี้
สถานี | ระดับน้ำ (เมตร) | ระดับน้ำท่วม (เมตร) | สูง-ต่ำกว่าระดับน้ำท่วม (เมตร) | แนวโน้ม |
---|---|---|---|---|
เชียงแสน (จ.เชียงราย) | 5.87 | 12.80 | -6.93 | ลดลง |
เชียงคาน (จ.เลย) | 15.53 | 16.00 | -0.70 | ลดลง |
หนองคาย | 13.17 | 12.20 | +0.97 | ลดลง |
นครพนม | 11.82 | 12.00 | -0.18 | เพิ่มขึ้น |
มุกดาหาร | 11.26 | 12.50 | -1.24 | เพิ่มขึ้น |
โขงเจียม (จ.อุบลราชธานี) | 12.67 | 14.50 | -1.83 | เพิ่มขึ้น |
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 17 กันยายน 2567 เวลา 07.00 น.
ขณะที่ข้อมูลคาดการณ์ภาพรวมของ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง คาดการณ์ว่ามวลน้ำจะเคลื่อนตัวสู่ จ.อุบลราชธานี ทำให้ระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำที่ อ.โขงเจียม เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 12.85 เมตร ในวันที่ 19 กันยายน แต่จะยังไม่ถึงระดับน้ำท่วมที่ 14.5 เมตร และจะค่อย ๆ ลดระดับลงตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ท้ายที่สุด มวลน้ำจะไหลออกตามลำน้ำโขง เข้าสู่ลาว กัมพูชา และไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในช่วงนี้ต้องติดตามประกาศจากทางการและ สนทช. อีกทีหนึ่ง

ที่มา: คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567
‘นครพนม’ กับ แผนรับมือน้ำท่วม!
ขณะที่ วันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยกับ The Active ว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพราะมีน้ำเหนือไหลมาจาก จ.เชียงราย ซึ่งมาที่ จ.หนองคาย โดยระดับน้ำขึ้นมาวันละเกือบ 1 เมตร โดยในวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ระดับน้ำสูงขึ้นมา 0.35 เมตร และเมื่อวันที่ 16 กันยายน ขึ้นมาอีก 0.15 เมตร ขณะนี้ยังเหลือจุดวิกฤตที่รับน้ำได้อยู่ที่ 1.35 เมตร ซึ่งหากมีฝนตกลงมาอีก มีโอกาสที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น
ผู้ว่าฯ นครพนม ยังระบุถึง จุดเสี่ยงรับน้ำของ จ.นครพนม คือ พื้นที่ติดกับชายแดน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านแพง ซึ่งรับน้ำต่อจาก จ.บึงกาฬ เบื้องต้นตอนนี้มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว เป็นบ้านเรือนที่อยู่ติดกับริมตลิ่ง อ.ศรีสงคราม มีน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่แล้ว อ.เมืองนครพนม ได้รับผลกระทบแล้วเช่นกัน จึงได้อพยพย้ายประชาชนและสัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์ออกจากพื้นที่ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย และจัดเจ้าหน้าคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ ขณะที่ อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดรับน้ำต่อจาก อ.บ้านแพง ก็เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเช่นกัน ขณะเดียวกัน อ.ธาตุพนม ก็จะเป็นเขตที่รับช่วงต่อจาก อ.เมือง
ผู้ว่าฯ วันชัย ยังยืนยันถึง มาตรการและแผนรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครพนม ประกอบด้วย
- แจ้งเตือนสถานการณ์กับประชาชน ทุกช่องทางตลอดสัปดาห์ ผ่านเพจ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม และ เสียงตามสายหมู่บ้าน
- ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในชุมชนที่ติดริมฝั่งปม่น้ำโขง เฝ้าระวังระดับน้ำ เพื่อประเมินอพยพคนออกจากพื้นที่
- แจ้งเตือนประชาชนยกของขึ้นที่สูง ซึ่งขณะนี้ประชาชนดำเนินการเตรียมรับมือแล้ว
- อพยพสัตว์เลี้ยง และ ปศุสัตว์ ออกจากพื้นที่เสี่ยง
- เตรียมแจ้งเตือน เมื่อสถานการณ์น้ำเหนือไหลบ่า เตรียมการอพยพ
- สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัด ให้แพทย์ทำการสำรวจ ครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ที่ไม่สามรถช่วยเหลือตัวเองได้ หากเป็นพื้นที่เสี่ยง ให้นำตัวผู้ป่วยไปอยู่ที่ รพ.สต. หรือ ที่ที่เหมาะสมและปลอดภัย
เมื่อถามถึงความมั่นใจ ในการรับมืออุทกภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ผู้ว่าฯ นครพนม ยอมรับ มีแผนรับมือครบถ้วนทั้งหมดแล้ว ทุกหน่วยงานทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อุปกรณ์ เครื่องมือ เรือท้องแบน รถ รถพยาบาล การประสานกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทหาร ตำรวจ และทุกหน่วยที่มีกำลังช่วยเหลือมาเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
“มั่นใจครับ ว่าจะรับมือกับสภานการณ์น้ำท่วม จ.นครพนมได้ มีแผนรับมือครบหมดแล้ว ทุกพื้นที่อำเภอที่ติดแนวชายแดน พื้นที่อพยพคนและสัตว์เลี้ยงไป คือ ลานกลางหมู่บ้าน วัด โรงเรียน เป็นที่สูง โดยมีหอกระจายข่าวในทุกหมู่บ้าน มีหัวหน้าคุ้มบ้านเป็นกระบอกเสียง และยังมีชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) คอยบอกกล่าว แจ้งเตือน คือ มีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตลอดครับตอนนี้ พร้อมกับแจ้งเบอร์โทรศัพท์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนรับทราบทุกหมายเลข”
วันชัย จันทร์พร

จาก ‘น้ำท่วมเชียงราย’ สู่ แผนรับมือ ‘นครพนม’
ผู้ว่าฯ วันชัย ยังระบุถึงสถานการณ์ น้ำท่วมเชียงรายที่ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก เป็นบทเรียนที่ทำให้เห็นว่า จังหวัดต้องเตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา คนแรกที่ต้องดำเนินการคือ “ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องสั่งการ” หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นทหารบก ทหารเรือ หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพร้อมในการปฏิบัติงาน ประกอบกับการบังคับบัญชา ต้องมีความเข้มงวดกวดขัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องอยู่ในพื้นที่พร้อมทำงาน และขอให้ประชาชนในความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำ
“ผมได้กำชับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงานส่วนต่าง ๆ ห้ามออกนอกพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ยกเว้นเหตุจำเป็นจริง ๆ ให้ขออนุญาตกับผู้ว่าราชการจังหวัด อีกส่วนที่สำคัญคือชาวบ้าน ที่เตือนแล้วไม่ยอมอพยพ เราได้เอาบทเรียนที่เกิดขึ้นมาบอกกล่าว อย่างไรก็ต้องขอให้ย้าย ขอให้ออก หากเจ้าหน้าที่เตือนว่าน้ำจะมาแล้ว อย่าห่วงบ้าน ขอให้เอาชีวิตรอดก่อน อันนี้ย้ำเลยนะครับ เพราะประสบการณ์ของเชียงรายที่เราได้เห็นกันในข่าว เตือนแล้วคิดว่าคงไม่มา คงไม่แรง คิดไปเอง แต่พอมาจริง ๆ มันแรงเกินกว่าที่จะต้านทานได้นะครับ เวลาไปบอกชาวบ้าน ก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง”
วันชัย จันทร์พร