มติเห็นชอบ ลดภาระเจ้าภาพ งานศพอีสานต้องไม่สิ้นเปลือง  

เจ้าภาพทำอาหาร แบบบุฟเฟ่ต์ ไม่เสริฟ์ หิวค่อยตักกิน ไม่หิวไม่ตัก เป้าหมายคือลดภาระเจ้าภาพ และอาหารเหลือทิ้ง ชี้ ส่วนใหญ่อยากให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครกล้าเริ่มต้น ขณะที่ค่างานศพอีสานโดยเฉลี่ย ประมาณ 1-5 แสนบาท

งานศพในอีสานเป็นที่เลื่องลือถึงการจัดงานที่ยิ่งใหญ่สมฐานะ ลูกหลานหลายบ้านใช้เม็ดเงินหลายแสนบาทกับการจัดเลี้ยงแขก ตามขนบที่สืบทอดกันมา เพราะมีความเชื่อว่าเพื่อให้เกียรติผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย 

ประเด็นนี้มีประชาชนบางส่วน และมีผู้นำท้องถิ่นหลายชุนชนพยายามหาทางออกเพื่อลดภาระของประชาชน ขณะที่ล่าสุดมีกระแสขึ้นมาอีกครั้งในออนไลน์ โดยเริ่มจาก ปิยะ วิจิตร กำนัน ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้โพสต์การนำเสนอ #งานศพต้องไม่สิ้นเปลือง  ในที่ประชุมหมู่บ้าน เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย และนอกจากนี้ยังมีประชาชนหลายพื้นที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยเช่นกัน

ปิยะ ระบุว่า ลำพังการสูญเสียคนที่รักก็ทุกข์ใจอยู่แล้วหากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆอีกมากมาย จะทุกข์ซ้ำ เพิ่มเติมอีกเท่าไหร่แนวคิดงานศพต้องไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเรื่องค่าอาหาร ได้คิดมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยเข้าที่ประชุมหมู่บ้าน แต่เมื่อปิยะ  กำนันในพื้นที่ ต.กุดบง ได้นำเรื่องงานศพต้องไม่สิ้นเปลืองเข้าที่ประชุมหมู้บ้านผลประชุมเสียงส่วนมากก็ลงมติเห็นชอบ

“เจ้าภาพจะทำอาหาร แบบบุฟเฟ่ต์ ข้าวราดแกงหรืออื่นๆ ไว้หน้าบ้าน ที่เห็นชัดเจน ตั้งแต่วันแรก จนแล้วเสร็จงานทุกอย่าง ไม่มีการเสริฟ์ หิวค่อยตักกิน ไม่หิวไม่ตัก เป้าหมายคือลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งลงได้มาก จะได้เป็นการช่วยเจ้าภาพ ทั้งเงินแรงงาน และทำบุญให้คนตาย ทุกคนรับรู้ โดยทั่วกัน จะไม่มีการเว้าพื้นกัน ว่าเจ้าภาพขี้ถี่ เพราะสาเหตุและวัตถุประสงค์ก็ตามที่แจ้ง ส่วนเจ้าภาพคนใดที่มีกำลังทรัพย์หน่อย จะทำแบบจัดเต็ม ดูแลแขกเต็มที่ จะทำแบบเดิมก็ได้ ก็ไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนแปลงทันทีทันใด”

ปิยะ เปิดเผยกับ The Active  ว่าแนวคิดดังกล่าวเริ่มจากตัวเองในฐานะผู้นำเวลาไปร่วมงานศพ ชาวบ้านก็จะหา อาหาร กับข้าวมาเสิร์ฟ แม้แต่บางครั้งปฏิเสธ ชาวบ้านก็จะเอามาขึ้นโต๊ะให้อยู่ดี จึงต้องกินเพื่อรักษาน้ำใจ ขณะเดียวกันก็พบว่าอาหารส่วนที่เหลือต้องเททิ้ง ซึ่งสร้างทั้งภาระค่าใช้จ่ายและสร้างขยะ 

“แล้วถ้าไม่กินให้สักนิดเลยก็จะเสียน้ำใจเจ้าภาพ พอกินนิดเดียวอาหารก็จะเหลือ ส่วนมากจะไม่นำวนไปเสิร์ฟใหม่ ก็จะเททิ้งเลย เป็นการสิ้นเปลืองเจ้าภาพโดยใช่เหตุ หรือไม่เฉพาะแขกผู้นำชุมชนญาติผู้ใหญ่เจ้าภาพก็ต้องทำแบบนี้เช่นกันเพราะเป็นประเพณีปฏิบัติไปแล้วถ้าไม่ทำก็จะโดนต่อว่านินทาว่าดูแลแขกไม่ดี สุดท้ายภาระตกอยู่ที่เจ้าภาพ แต่เคยไปร่วมงานในสังคมในตัวเมือง ในตัวจังหวัดจริงๆจะไม่เป็นแบบบ้านนอก คือเขาจะมี ข้าวราดแกง ให้ตักอย่างที่นำเสนอหรือไม่ก็ข้าวต้มหรือไม่ก็ชุดเบรคเป็นถุงกระดาษ มีแค่น้ำมีแค่นมซึ่งมันจะทำให้ประหยัดกว่าสังคมบ้านนอกเยอะ” 

ทั้งนี้ระบุเพิ่มเติมว่า ในต่างจังหวัดคนอยากจะทำแบบในเมือง แต่ไม่กล้าเพราะคนจะมองว่าขี้เหนียว ตนจึงตัดสินใจเริ่มก่อน โดยขอมติชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยากให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วแต่ไม่มีใครกล้าเริ่มต้น 

ในเมื่อลงมติหมู่บ้านยกมือโดยพร้อมเพียงดังนั้นถ้าเจ้าภาพจะทำแบบข้าวหม้อแกงหม้อ ก็ถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ของหมู่บ้าน จะไม่มีใครว่าเจ้าภาพได้ ส่วนใครจะทำแบบเดิม จัดเต็ม ก็ตามกำลังเจ้าภาพ ไม่มีการบังคับให้เขาเลิกเลยซะทีเดียว เพราะตนเองก็กังวลว่าอาจมีคนอ้างว่า ใช้อำนาจเผด็จการบังคับคนอื่น

ก่อนหน้านี้ Thai PBS เคยนำเสนอประเด็นเรื่องของ งานศพภาคอีสาน ทำไมถูกมองว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งถูกตีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1แสนบาท ไปจนถึง 5 แสนบาท 

ประเด็นนี้ยังคงถูกหยิบยกมาพูดกันอย่างต่อเนื่องในสังคมโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่เจ้าภาพจะต้องจ่าย  เช่นที่ ต.ขวาว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีการทำป้ายติดหน้าหน้าบ้านที่มีงานศพว่างานศพ ปลอดเหล้าปลอดเบียร์ 100%  ซึ่งเป็นกติกาชุมชนใช้มานานกว่า 15 ปี เพื่อพยายามลดค่าใช้จ่ายของพิธีกรรมหลังความตาย 

นอกจากการทำประชามติในชุมชนแล้ว หนึ่งในแนวทางที่มีความพยายามในการผลักดันคือเรื่องของการวางแผนและออกแบบวาระสุดท้ายผ่านการใช้สมุดเบาใจ คือ เอกสารแสดงเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับ สุขภาพช่วงสุดท้าย และการตายดี เพื่อให้พิธีในงานเกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและสวยงามตรงตามเจตจำนงค์ของผู้ตายโดยสมุดเบาใจ มีผลทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 และสอดคล้องกับมาตรฐานการวางแผนการดูแลล่วงหน้าสำหรับประเทศไทย 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active