‘อบจ.ลำพูน’ เปิดตัว ‘รถรับส่ง นร.ฟรี’ ต้นแบบท้องถิ่น สร้างรูปธรรมขนส่งปลอดภัย-การศึกษาเสมอภาค

อบจ.ลำพูน เปิดตัวโครงการรถรับส่งนักเรียนฟรี สร้างกระแสการส่งเสริมการขนส่งสาธารณะสำหรับนักเรียน เชื่อ ลดปัจจัยค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ขนส่งที่ดีจะช่วยสร้างวัฒนธรรมการเดินทางใหม่ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนไทย หวังเห็นรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยทั่วประเทศ

วันนี้ (5 ก.พ. 69) เพจ อบจ. ลำพูน เปิดโครงการรถรับส่งนักเรียนฟรี ที่จะเริ่มในปีการศึกษาที่ 1/2569 หวังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรายได้ต่ำกว่า 36,000 บาท/ปี โดยเห็นว่า การศึกษาไม่ควรแพง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คือปัจจัยแฝงด้านการศึกษา กระทบกับชีวิตจริงของนักเรียนทุกคน 

อบจ.ลำพูน ย้ำว่า ระบบรถรับส่งที่ครอบคลุม ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่นักเรียนต้องเดินทางด้วยตนเอง ลดภาระของผู้ปกครองที่ต้องกังวลทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยในทุกวันเรียน พร้อมทั้งเชื่อว่า นโยบายสาธารณะที่ดีควรตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของประชาชน และ “การใช้ข้อมูลจริงเพื่อการตัดสินใจ” คือเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ : เพจ อบจ. ลำพูน

สำหรับการเปิดตัวโครงการดังกล่าวของ อบจ.ลำพูน กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ทันที สร้างกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ยอดกดถูกใจหลักหมื่น และยอดแชร์พุ่งสูงทะลุหลายพันภายในไม่กี่ชั่วโมง สิ่งนี้สะท้อนความต้องการของประชาชนต่อขนส่งสาธารณะสำหรับเด็กนักเรียนไทย พร้อมทำให้เกิดคำถามตามมาถึงการบริหารจัดการของท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด ที่อาจมีงบประมาณสูงแต่เพราะเหตุใดจึงยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดโครงการรถรับส่งนักเรียนฟรีได้

อดิศักดิ์ สายประเสริฐ อนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ความเห็นกับ The Active ต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากปกติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มักจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนเป็นผู้จัดการรถรับส่งนักเรียน หาก อบจ.เป็นผู้จัดหารถรับส่งนักเรียนเองได้ จะเป็นการช่วยลดภาระครูและโรงเรียน

ข้อจำกัด! รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย-ได้มาตรฐาน

นอกจากการจัดหารถรับส่งนักเรียนแล้ว อดิศักดิ์ ยังแสดงข้อกังวลต่อรถรับส่งนักเรียนไทย ที่ส่วนใหญ่ยังไร้มาตรฐาน และความปลอดภัยต่ำ จึงเสนอว่า หากท้องถิ่นต้องการจัดทำรถรับส่งนักเรียน ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเป็นหลัก ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  • การติดตั้งระบบ GPS ติดตามเส้นทางการเดินรถ

  • เข็มขัดนิรภัยที่เพียงพอและเหมาะสมต่อเด็ก

  • ทางออกฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

  • รถรับส่งต้องถูกต้องตามกฎหมายรถสาธารณะ

  • เสนอแยกหมวดป้ายทะเบียน รถรับส่งนักเรียนโดยเฉพาะ

  • มีสติกเกอร์ที่เด่นชัด

  • มีสัญญาณไฟ

  • ระบบความปลอดภัยภายในรถรับส่งนักเรียน

นอกจาก อบจ.ลำพูน ในจังหวัดภูเก็ตเองก็มีบริการรถรับส่งสาธารณะ City bus วิ่งใน 3 สาย 4 เส้นทาง โดยงดเก็บค่าโดยสารกับเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ คนพิการ และพระภิกษุเช่นเดียวกัน 

อดิศักดิ์ สายประเสริฐ อนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาองค์กรของผู้บริโภค

อดิศักดิ์ ยังย้ำถึงสถานการณ์รถรับส่งนักเรียนในปัจจุบัน ว่า ครม.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการสร้างความปลอดภัยในรถรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางบกเองก็กำลังพยายามแก้ไขกฎกระทรวง “กองทุนเลขสวย” เพื่อให้นำเงินมาอุดหนุนรถรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเสนอให้จดทะเบียนรถรับส่งนักเรียน เพื่อป้องกันการนำรถไปใช้งานประเภทอื่นในระหว่างวัน 

สร้างวัฒนธรรมการเดินทางใหม่ 

“ถ้าทุกจังหวัดลงทุนรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัยได้ สิ่งนี้จะเปลี่ยนวัฒนธรรมการเดินทาง เชื่อว่าการมีระบบขนส่งสาธรณะที่ดี จะช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงและจะช่วยเซฟชีวิตและทรัพย์สินของลูกหลานเราได้ในอนาคต”

อดิศักดิ์ สายประเสริฐ

ผู้เชี่ยวชาญด้านขนส่งสาธารณะ ยังให้ความเห็นอีกว่า หากทุกจังหวัดในประเทศเทศไทยสามารถจัดทำรถรับส่งสาธารณะที่ปลอดภัย ราคาถูกและเพียงพอได้ เด็กนักเรียนจะเกิดความคุ้นเคยต่อการใช้ขนส่งสาธารณะตั้งแต่เด็ก ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมการใช้รถขนส่งสาธารณะไม่ต้องพึ่งรถยนต์ส่วนบุคคลเหมือนในปัจจุบัน และสำคัญที่สุดจะช่วยลดอุบัติเหตุในท้องถนนที่เกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์ในเด็กนักเรียนลงได้

Author

Alternative Text
AUTHOR

อภิญญา สูงชาญฐ์

สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น