เตือน! วันนี้ – 20 เม.ย. ไทยตอนบนรับมือพายุฤดูร้อน เสี่ยงพายุลมแรง-ลูกเห็บตก

กรมอุตุฯประกาศเตือน ประเทศไทยตอนบนเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 18-20 เมษายนนี้ หลังอากาศร้อนจัดทะลุ 43 องศาเซลเซียสปะทะมวลอากาศเย็นจากจีน เฝ้าระวังเกือบ 40 จังหวัดเสี่ยงพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก พร้อมเจาะลึกกระบวนการเกิด”ลูกเห็บ” ตกเสี่ยงกระทบบ้านเรือนเสียหาย

วันที่ 17-18 เมษายนที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อน พัดบ้านเรือนเสียหายในหลายพื้นที่ อย่างที่ ที่บ้านจำปา ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม

เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างหนัก จนทำให้ชานชาลาที่ 1 ของสถานีรถไฟนครราชสีมา ซึ่งมีความสูงประมาณ 15 เมตร และยาวกว่า 70 เมตร พังถล่มลงมา เหตุเกิดขณะที่มีผู้โดยสารนั่งรอรถไฟไปกรุงเทพมหานคร สร้างความแตกตื่นอย่างมากหลายคนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดแรงลมยังทำให้หลังคากระเบื้องแตกเสียหาย และมีโครงสร้างบางส่วนทับรางรถไฟ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการใช้งานชานชาลาที่ 1 ชั่วคราว และเปลี่ยนไปใช้ชานชาลาที่ 2 และ 3 แทน

ที่จังหวัดสุรินทร์พายุฤดูร้อน พัดถล่มกลางงานขึ้นบ้านใหม่แบบนี้ ในพื้นที่อำเภอปราสาท ทำให้เวที เครื่องเสียง และอุปกรณ์จัดงาน พังเสียหายจำนวนมากเคราะห์ดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บนอกจากนี้ พายุยังพัดข้ามพรมแดนจากฝั่งกัมพูชาเข้าสู่พื้นที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ แรงลมและฝนทำให้เพิงร้านค้าของประชาชนพังเสียหาย สินค้าภายในร้านเปียกฝน และเพิงเก็บของบางส่วนพังถล่ม

ส่วนที่จังหวัดปราจีนบุรี เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายอำเภอทั้งศรีมหาโพธิ และกบินทร์บุรีมีรายงานลูกเห็บตกขนาดใหญ่ สร้างความตกใจให้ชาวบ้าน บางคนไม่เคยพบเห็นมาก่อน ต่างบันทึกภาพไว้ขณะที่แรงลมพายุ ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มกว่า 7 ต้นขวางถนนสาย 33 ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเจ้าหน้าที่ การไฟฟ้าเร่งเข้าซ่อมแซมและสามารถทยอยจ่าย ไฟคืนให้ประชาชนได้ภายในเวลาไม่นาน ส่วนความเสียหายเบื้องต้นประเมินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท /ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมามีรายงานว่าเสาไฟฟ้าที่ล้มลง กู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพายุฤดูร้อนจะกระทบหลายจังหวัดทั่วไทย เกือบ 40 จังหวัด ถึง 20 เมษายน 2569

สุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ เปิดเผยถึงประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 8 (27/2569) ระบุว่าในช่วงวันที่ 18 – 20 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะต้องเผชิญกับพายุฤดูร้อน ซึ่งจะมาพร้อมพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกในบางพื้นที่

สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปะทะกับอากาศในประเทศไทยที่กำลังร้อนถึงร้อนจัด โดยในวันนี้อุณหภูมิสูงสุดพุ่งไปถึง 43 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปาง ซึ่งความร้อนสะสมนี้เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น

จังหวัดเสี่ยงพายุลมแรงและลูกเห็บตก 18-19 เมษายน 2569

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก และพิษณุโลก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก: ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี (ฝั่งตะวันออก) นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ (เน้นเฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง): นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 20 เม.ย. ฝนจะลดลงและอากาศจะกลับมาร้อนจัด ก่อนที่มวลอากาศเย็นระลอกใหม่จะแผ่ลงมา กระตุ้นให้เกิดพายุฤดูร้อนอีกครั้งในช่วงวันที่ 23-24 เมษายนนี้

เจาะลึกกระบวนการเกิด “ลูกเห็บ” หลังหลายพื้นที่เกิดพายุลูกเห็บตกหนัก

เวลาเกิดพายุฤดูร้อน สิ่งที่มักสร้างความเสียหายอย่างหนักคือ “ลูกเห็บ” บางครั้งตกลงมาเป็นเม็ดเล็กๆ แต่หลายครั้งก็รวมตัวเป็นก้อนใหญ่ทำหลังคาบ้านทะลุ กระจกรถแตก หรือเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

จุดเริ่มต้นของลูกเห็บเกิดจาก “กระแสลมพัดขึ้น” (Updraft) ที่รุนแรงในพายุฝนฟ้าคะนอง ลมนี้จะหอบเอาหยดน้ำฝนลอยพุ่งกลับขึ้นไปบนฟ้าในชั้นบรรยากาศที่สูงและเย็นจัดจนอุณหภูมิติดลบ ทำให้หยดน้ำถูกแช่แข็ง ก้อนน้ำแข็งจะถูกลมพัดวนไปมา ปะทะกับหยดน้ำอื่นๆ และพอกตัวหนาขึ้นเป็นชั้นๆ คล้าย “หัวหอม” (หากแข็งตัวเร็วจะมีสีขุ่นเพราะมีฟองอากาศ แต่ถ้าแข็งตัวช้าจะใส)

เมื่อก้อนน้ำแข็งเหล่านี้มีขนาดใหญ่และหนักเกินกว่าที่กระแสลมจะพยุงไหว หรือเมื่อกระแสลมเริ่มอ่อนกำลังลง แรงโน้มถ่วงก็จะดึงมันตกลงมาสู่พื้นดินกลายเป็นพายุลูกเห็บ

อันตรายจากความเร็วตกกระทบ

อย่าประมาทขนาดของลูกเห็บเด็ดขาด แม้เม็ดเล็กๆ อาจตกลงมาด้วยความเร็ว 14-40 กม./ชม. แต่สำหรับลูกเห็บยักษ์ในพายุรุนแรง มันอาจพุ่งลงมาด้วยความเร็วเกิน 100 กม./ชม. หรือทะลุ 160 กม./ชม. ซึ่งสามารถทะลุหน้าต่างกระจกบ้านได้อย่างง่ายดาย จากสถิติลูกเห็บที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 8 นิ้ว หรือเกือบเท่าลูกวอลเลย์บอล และหนักเกือบ 1 กิโลกรัม

ในช่วงเวลาแห่งความแปรปรวนนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเร่งเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผลและเตรียมป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรอย่างรัดกุม

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active