กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ระดมทีมช่าง 500 คน ประเมินความเสียหายบ้าน คาดเริ่มจ่ายใน 2 สัปดาห์

กทม. แจง เงินผ่านแอปฯ ทางรัฐเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ส่วน Claim Bangkok ใช้ยื่นขอความช่วยเหลือตามความเสียหายจริง พร้อมระดมทีมช่างจากส่วนกลาง สำนักงานเขตราว 500 คน ลงพื้นที่ประเมินค่าซ่อมแซมบ้าน

วันนี้ (21 ต.ค. 2569) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเตรียมความพร้อมสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชน

ทวิดา เปิดเผยว่า สถานการณ์และรายละเอียดการเยียวยาและกระบวนการประเมินความเสียหายที่จะเริ่มคิกออฟ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัยเพิ่ม 6 เขต เหลือ 2 เขต คือ ลาดกระบัง และหนองจอก เนื่องจากเขตลาดกระบัง ในบางเส้นทางในชุมชนยังมีน้ำขังอยู่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร การระบายน้ำได้ค่อนข้างช้า เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แล้วระดับน้ำโดยรอบแล้วก็มีการระบายน้ำจากทางปริมณฑลเพิ่มเติม ทำให้เราระบายน้ำได้จะช้า ดังนั้น ยังมีหลายชุมชนที่ยังมีระดับน้ำให้เห็นอยู่

ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม.

ทวิดา ย้ำว่า การประกาศสิ้นสุดพื้นที่ประสบสาธารณภัย ไม่เกี่ยวข้องกันกับการประกาศให้ความช่วยเหลือและเยียวยา ซึ่งประกาศสิ้นสุดสถานการณ์อุทกภัย คือ สถานการณ์ที่เป็นอุทกภัยนั้นสิ้นสุดลง แต่การให้ความช่วยเหลือการเยียวยา การขนขยะทำความสะอาด การเบิกเงิน การยื่นเอกสารยังคงทำได้อยู่ตลอด กทม. ได้ยืดระยะเวลาในการส่งเอกสารทวนเอกสารเพิ่มเติมเอกสารแก้ไขให้กับประชาชนไปถึงวันที่ 30 พ.ย. 69 แล้ว

ทวิดา เปิดเผยข้อมูลการโอนเงินเยียวยา อัปเดตวันที่ 17 ต.ค. ที่อนุมัติโดยสำนักงานเขต 408,427 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงิน 248,000 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 60% จากยอดที่ กทม. ตั้งต้นไว้อยู่ที่ประมาณ 1,060,000 บาท

ขณะที่ยอดของ claim.bangkok.go.th มีคนลงทะเบียนอยู่ทั้งหมด 134,752 คำร้อง โดยเหตุผลที่ยอดแตกต่างกัน เนื่องจากประชาชนในแอปทางรัฐเป็นการจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ไม่ใช่การจ่ายตามความเสียหายจริงที่ต้องประเมินมูลค่าการจ่ายแบบบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จึงสามารถเข้ามาในระบบแล้วระบุว่าตนเองนั้นอยู่ในวงเล็บไหนในเงื่อนไขอะไร

“เช่น น้ำเข้าหรือน้ำล้อม น้ำเข้าถ้าต่ำกว่า 7 วัน มีทรัพย์สินเสียหายก็อยู่ในหมวด 1 ถ้าน้ำเข้าเกินกว่า 7 วัน ความเสียหายไม่ต้องเอาแค่น้ำเข้าเกิน 7 วัน ระบุมาวงเล็บ 2 ในอีก 2 วงเล็บเป็นเรื่องของน้ำล้อม ไม่ว่าที่ที่พักอาศัยของท่านจะเป็นอาคาร หรือเป็นบ้านเรือนก็ตาม เพราะฉะนั้นในการเข้าแบบนี้แล้วจ่าย แต่จะจ่าย 5,000 หรือ 9,000 สังเกตว่ามันจะแบ่งกลุ่มค่อนข้างง่าย ที่แบ่งกลุ่มค่อนข้างง่าย เพื่อให้ประชาชนเลือก ประชาชนจะได้เลือกระบุเลยว่าตัวเองเป็นคนเดือดร้อน  อยู่อาศัย เดือดร้อนจริง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเจ้าของบ้านเลขที่นั้นก็ได้ เป็นห้องเช่าคุณก็ได้รับความลำบากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณต้องมีสิทธิ์ได้การบรรเทาความเดือดร้อนจากแอปทางรัฐ ดังนั้นยอดมันจะเยอะมาก”

ทวิดา กมลเวชช

ทวิดา ชี้ว่า ส่วนใน claim.bangkok.go.th ประชาชนก็จะคุ้นชินตรงที่ว่าถ้าในกรณีที่ต้องการให้มีความช่วยเหลือเรื่องค่าวัสดุค่าซ่อมแซมบ้าน อาทิ กระเบื้อง ปาร์เกต์ หลุดหรือชำรุด จะสามารถบอกมาทาง claim.bangkok.go.th ได้ แต่ต้องมีเอกสารระบุหลักฐานชัดเจน ส่งทางออนไลน์รายละเอียดว่าเจ้าของบ้าน หรือได้รับการมอบอำนาจมา หรือว่าเป็นผู้อยู่อาศัย จะมีให้แนบเอกสารทุกอย่าง เพราะฉะนั้นตัวเลขอาจจะรันช้ากว่าด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรวบรวมเอกสารส่งมา คือ ประชาชนไม่ได้ต้องมาที่เขตเลย ทางสำนักงานเขตจะดูเรื่องจากคำร้องนี้

“แสดงว่าในปัจจุบัน มีประชาชนต้องการให้เราช่วยเหลือ ค่าซ่อมบ้าน ค่าช่วยเหลือในเรื่องของอุปกรณ์ประกอบอาชีพและทุนประกอบอาชีพ เช่น บางชุมชนมีช่างเย็บผ้า พอน้ำมันเข้ามาก็อาจจะน้ำท่วม ต้องมีความเสียหายตรงนี้ สามารถส่งรูปส่งความเสียหายมาให้เราดูได้ และต้องมีหลักฐานว่าเขาประกอบอาชีพนี้จริง หรือแม้แต่ท่านเป็นไรเดอร์มีใบจดทะเบียน ถ้ารถที่ใช้ปกติเบิกไม่ได้ เมื่อไหร่ก็ตามรถเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบอาชีพท่านก็จะสามารถขอได้เช่นเดียวกันก็ส่งรูปมาให้เรา ว่าท่านมีความเสียหายเกิดขึ้นจริงพร้อมหลักฐานเหล่านี้ ถ้าในกรณีที่ท่านมีใบรับรองแพทย์ทั้งผู้ป่วยนอกผู้ป่วยใน ที่ระบุว่าเกิดการบาดเจ็บที่เกิดจากน้ำท่วม ก็เอาใบรับรองแพทย์ส่งเข้ามาในระบบ ก็จะได้เงินจากทางกรุงเทพมหานครมีค่าปลอบขวัญด้วยในกรณีที่ท่านบาดเจ็บ”

ทวิดา กมลเวชช

ขณะเดียวกันถ้าไปเช่าบ้านอยู่ไม่ได้ ไปอยู่ในที่ที่กรุงเทพมหานครเป็นคนจัดให้ แล้วมีหลักฐานว่าอยู่บ้านเลขที่ที่อยู่ในพื้นที่ประกาศให้ความช่วยเหลือจริง มีเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าออกไปเช่าบ้านอยู่ ก็ส่งเข้ามาในระบบ เพื่อจะอนุมัติการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านเดือน 3,000 บาท ไม่เกิน 2 เดือน

“ฉะนั้นทั้งหมดสามารถผ่านออนไลน์มาได้ แต่สังเกตไหมคะว่าหลักฐานมันจะเยอะหน่อย ถ้าท่านขอหลายหมวด หลักฐานมันจะเยอะ ระหว่างที่รวบรวมเอกสารหรืออะไรเพื่อส่งมาออนไลน์ก็เป็นไปได้ว่า เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยอดอาจวิ่งไม่เท่ากัน ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในวงเล็บ 1 ที่บ้านเสียหายหรือวงเล็บ 2 ในแอปทางรัฐ อาจจะมาส่งทางนี้ได้ด้วย เพราะท่านได้ 2 ก้อน ในกรณีที่บ้านมีความเสียหายทรัพย์สินมีเสียหาย จะได้ทั้ง 2 ที่ ต้องส่งทั้ง 2 ที่”

ทวิดา กมลเวชช

แจงความล่าช้า แอปฯ “ทางรัฐ”

ทวิดา ระบุด้วยว่า กระบวนการพิจารณาคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มีหลายขั้นตอน เนื่องจาก กทม. มีรูปแบบที่อยู่อาศัยหลากหลาย ทั้งบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด และชุมชนที่มีบ้านหลายหลังหรือหลายห้องอาจใช้เลขที่อยู่เดียวกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนอนุมัติจ่ายเงิน สถานะคำร้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  • สีเขียว: ข้อมูลผู้ร้องตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลเดิม เอกสารครบถ้วน ไม่มีข้อขัดแย้ง สามารถพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม บางคำร้องอาจยังต้องส่งหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม

  • สีเหลือง: ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ หลักฐานการอยู่อาศัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือกรณีบ้านไม่มีเลขที่และข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องขอเอกสารเพิ่มหรือลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายกรณี

  • สีแดง: ไม่เข้าเงื่อนไขรับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย เช่น กรณีบ้านพักข้าราชการ โดยผู้ยื่นคำร้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้

เร่งเปิดกระบวนการ Claim Bangkok
เตรียมทีมช่าง 500 คน สำรวจความเสียหายบ้านจริง

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม.เตรียมเร่งดำเนินการผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเป็นกระบวนการแยกจากการรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ผู้ที่เข้าเกณฑ์อาจยื่นขอความช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ

สำหรับยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค. 69 เวลา 16.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 134,752 คำร้อง ครอบคลุมความช่วยเหลือหลายประเภท ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ ค่าที่พักชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาล ประเภทความช่วยเหลือที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 96,041 คำร้อง รองลงมาคือค่าซ่อมแซมบ้าน 72,848 คำร้อง ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ 37,737 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 21,718 คำร้อง และค่ารักษาพยาบาล 1,679 คำร้อง ส่วน 5 เขตที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง 20,045 คำร้อง เขตบางกะปิ 14,251 คำร้อง เขตสายไหม 11,145 คำร้อง เขตคลองสามวา 8,291 คำร้อง และเขตมีนบุรี 7,269 คำร้อง ตามลำดับ

สำหรับการประเมินค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริง เช่น พื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง และวัสดุส่วนที่ชำรุด เพื่อประเมินปริมาณและมูลค่าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย กทม. เตรียมระดมกำลังนายช่างจากส่วนกลางและสำนักงานเขตบัดดี้ รวมประมาณ 500 คน จัดทีมตรวจประเมินอย่างน้อยทีมละ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้

กทม. ได้จัดทำแบบฟอร์มมาตรฐานสำหรับการตรวจประเมิน เพื่อให้ทุกทีมใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมวางกระบวนการรวบรวมผลตรวจกลับเข้าสำนักงานเขต และให้คณะกรรมการระดับเขตพิจารณาตามขั้นตอน ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุมัติเงินช่วยเหลือต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยดำเนินการจ่ายเงินให้บางกรณีได้ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มกระบวนการ หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ขณะที่ ชัชชาติ บอกว่าหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความหนาแน่น 2 ปัญหาหลัก ก็คือเรื่องขยะกับเรื่องเยียวยา เพราะฉะนั้นในช่วงน้ำลดทำเรื่องขยะไปเยอะเก็บขยะไปทั้งหมด 25,000 ตัน ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ประชาชนสามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ ส่วนเรื่องเยียวยา มองว่ารัฐบาลทำได้เร็วในเรื่องการใช้แอปทางรัฐ แต่อาจจะมีเรื่องข้อมูลที่ส่งแล้วไม่ครบต้องขอเพิ่มเติม

“เชื่อว่า กทม. เองได้อนุมัติไปแล้ว 4 แสนเคส จาก 1 ล้าน ถ้าสามารถอนุมัติได้ ก็รีบอนุมัติไป ส่วนที่เหลืออาจจะมีกรณีที่ต้องมาเข้าคิวที่เขตบ้าง ก็จะมีคอขวด เพราะประชาชนอาจจะตกใจหรือว่ากลัวว่าจะมีเดดไลน์ แต่พอเราขยายเดดไลน์ไป สถานการณ์ก็คลี่คลายขึ้น คนสามารถทยอยมาได้ทั้งวัน”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เตรียมตั้ง คกก. ทบทวน “แก้มลิง” 

ชัชชาติ ยังชี้ว่า อีกประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลคือ “เรื่องแก้มลิง” ถูกมั้ยแก้มลิงนี้แล้วเราก็ได้คุยกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ได้รับบัญชาท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาดูเรื่องแก้มลิงของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้มีการเตรียมตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อทบทวนศึกษาเรื่องแก้มลิงให้รอบคอบให้ตอบให้ประชาชนให้ได้ ตอนนี้กำลังคุยกับ สทนช. ว่ากรรมการนี้ จะอยู่กับ กทม. หรือ สทนช. ตั้ง เพื่อความเป็นกลาง 

นอกจากนี้ กทม.จะให้สำนักงานเขตทบทวนจุดเสี่ยงน้ำท่วม ทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงระบบคลองและการระบายน้ำ เพื่อวางแผนป้องกันและลดผลกระทบในปีต่อไป พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงพื้นที่ เช่น การทำแนวกั้นน้ำหรือการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมในหมู่บ้านและชุมชน

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active