ญาติยังทำใจไม่ได้ ขอเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์มาตรการด้านความปลอดภัย ขณะที่การเยียวยา สตง.แถลง จ่ายไปแล้วกว่า 120 ล้านบาท ครอบคลุมผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบ ย้ำไม่มีผลผูกพันทางคดี
วันนี้ (28 มี.ค.69) พระสงฆ์ 9 รูปจากวัดยานนาวา ประกอบพิธีทางศาสนาทำบุญให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. พังถล่มลงมา เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 93 คน มีผู้สูญหาย 3 คน และมีผู้บาดเจ็บ 8 คน

บรรยากาศพบมีญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมทำบุญ เมื่อถึงเวลาญาติได้นำรูปของผู้เสียชีวิต มาประกอบพิธีกลางแจ้ง ก่อนที่พระสงฆ์จะนำสวดและญาติถวายภัตตาหารเพล
นางสาวขวัญเรียน ศิริจันทร์ น้องสาวของนายสุขสวัสดิ์ ศิริจันทร์ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุพี่ชายตัวเองทำงานอยู่ที่ชั้น 20 ก่อนที่จะเสียชีวิต ซึ่งเดิมทีพี่ชายอาศัยอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวหลังเกิดเหตุตัวเองยังคิดถึงพี่ชายทุกวัน เพราะเหลือตัวคนเดียว ส่วนพี่ชายมีภรรยาและลูกเล็ก ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างลำบาก เพราะขาดพี่ชายไป รายได้ก็ขาดหายตามไปด้วย
“ในโอกาสที่วันนี้ เป็นวันครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ ส่วนตัว อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งเตือนใจ ให้ทุกหน่วยงานตื่นตัวตระหนักถึงมาตรการการป้องกันและระมัดระวังให้ดีขึ้น”
เพราะชีวิตคนที่มาทำงานทุกคน มีครอบครัวและลูกเล็กที่รออยู่ข้างหลัง การสูญเสียที่เกิดขึ้นส่วนตัวมองว่าไม่คุ้มค่า และ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวเองยังคงทำบุญให้กับพี่ชาย และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ตลอด
นางสาวขวัญเรียน ยังเปิดเผยอีกว่า ตัวเองแม้เหตุการณ์จะผ่านมาครบ 1 ปี แต่ครอบครัวยังรับไม่ได้กับการสูญเสีย
สำหรับบรรยากาศภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างตึก สตง.แห่งใหม่ ยังคงถูกทิ้งร้าง มีเพียงอาคารจอดรถที่ยังคงสภาพเดิม นอกจากนี้ ยังพบโครงเหล็กเส้นบางส่วนฝังจมกับพื้นผิวคอนกรีตจากการรื้อถอนซากอาคาร หรือเหล็กเส้นบางส่วนฝังลึกอยู่ในเสาคอนกรีต โผล่ยื่นออกมาจากการพังทลายทรุดตัว และถุงปูนซีเมนต์สำเร็จรูปที่กองวางไว้ ส่วนจำพวกเศษซากของหินดินทราย เหล็กเส้นกองมหาศาลก่อนหน้านี้ได้ถูกเคลียร์ออกจากพื้นที่ไปเรียบร้อย นับแต่หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรื้อถอนซากอาคารและคืนพื้นที่ให้ สตง. เพื่อ สตง. อยู่ระหว่างรอคืนสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

ขณะที่สุทธิพงษ์ บุญนิธิรองผู้ว่า สตง. และโฆษก ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในส่วนการเยียวยาไปแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 129,855,093 บาท ครอบคลุมผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 96 ราย บาดเจ็บ 9 ราย (คนไทย 65 ราย, เมียนมา 36 ราย, กัมพูชา 3 ราย และลาว 1 ราย) โดยเป็นการเยียวยาโดย “ไม่ผูกพัน” กับคดี
การเยียวยาโดย “ไม่ผูกพัน” กับคดี หมายถึงการจ่ายเงินหรือชดเชยความเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้เสียหาย ในระหว่างที่กระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด การกระทำนี้ไม่ถือเป็นการยอมรับผิดทางกฎหมาย และไม่ผูกพันต่อผลคำพิพากษาในอนาคต ทำให้ผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือทันทีโดยไม่ต้องรอผลคดี
สำหรับความคืบหน้าของคดีนี้ จากการตรวจสอบนำไปสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ครอบคลุมทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้ควบคุมงาน ฐานความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้างอาคารโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามกฎหมาย
โดยชั้นศาลอาญานั้นมีการนัดตรวจพยานหลักฐาน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 68 โดยได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69
