นายกฯ มอบ ‘พิพัฒน์’ ศึกษาความเป็นไปได้ ลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชน ก่อนสรุปรายงาน ครม. ตัดสินใจ ด้าน พรรคประชาธิปัตย์ แถลงยื่นญัตติขอสภาฯ ตั้ง ‘กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์’ หวั่นไม่คุ้มค่า สร้างเสร็จถูกทิ้งร้าง เผย บริษัทเดินเรือสะท้อน สร้างเสร็จก็ไม่ใช้ ชี้ เสียเวลา-ภาระค่าใช้จ่าย
วันนี้ (29 เม.ย. 69) กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สส.ของพรรค ระบุถึงการยื่นญัตติด่วนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ หลังปรากฏข่าวที่รัฐบาลมีความเร่งรีบอย่างผิดปกติ ในการผลักดันโครงการระดับล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ควรพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ โปร่งใส และปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถพิจารณาศึกษาได้
‘แลนด์บริดจ์’ ไม่อยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล แต่ทำไมให้ความสำคัญ
กรณ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้ปรากฏในทั้งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยในการหาเสียง และยังไม่ได้ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แต่รัฐบาลกลับให้ความสำคัญ และอ้างว่า เป็นโครงการระดับประเทศที่พร้อมผลักดัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความกังวล จึงได้เสนอญัตติดังกล่าว โดยมี สส.ภาคใต้ร่วมลงสนามสนับสนุน เพื่อสะท้อนความกังวลของประชาชน ถึงความคุ้มค่าของโครงการฯ กับการใช้งบฯ กว่าล้านล้านบาท ซึ่งนักวิชาการ ได้ออกมาประเมินแล้วว่า ไม่คุ้มค่า

กรณ์ ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทเดินเรือก็ได้สะท้อนมายังพรรคประชาธิปัตย์ ว่าแม้รัฐบาลจะสร้างแลนด์บริดจ์แล้วเสร็จ ก็ไม่คุ้มค่าที่จะมาใช้บริการ เพราะไม่สามารถประหยัดเวลาได้เท่ากับการผ่านช่องแคบมะละกา และการใช้แลนด์บริดจ์ ยังจะต้องมีการขนย้ายสินค้าขึ้นลงจากเรือหลายต่อ ซึ่งเป็นภาระและเงื่อนไขเวลา รวมถึงยังมีภาระค่าใช้จ่ายอีก ดังนั้น โครงการนี้ จึงมีความสุ่มเสี่ยงว่า จะถูกทิ้งร้าง ไม่ถูกเอกชนใช้บริการ ดังนั้น จึงควรให้สภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณา
สำหรับงบประมาณ 1,000,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลจะลงทุนในการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์นั้น พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยเสนอตามนโยบายของพรรคในการหาเสียง ที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ได้หลายโครงการ เช่น การก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้เชื่อมนราธิวาส ถึงกรุงเทพฯ โดยใช้งบประมาณเพียง 400,000 – 500,000 ล้านบาท การผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ที่วิ่งบนระบบไฟฟ้า โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีก 100,000 – 150,000 ล้านบาท และโครงการท่าเรือน้ำลึก ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทางวิชาการ โดยใช้งบประมาณอีกราว 100,000 ล้านบาท ซึ่งโดยรวม 3-4 โครงการดังกล่าว ใช้งบประมาณราว 700,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีประโยชน์ไม่ชัดเจน และยังไม่แน่นอนว่า จะสร้างเสร็จหรือไม่ และเมื่อแล้วเสร็จ จะมีใครได้รับผลประโยชน์
“การเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล ควรให้โอกาส ตั้งคณะกรรมาธิการฯ รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ช่วยให้รัฐบาลตัดสินใจต่อการใช้ประโยชน์จากภาษีของประชาชนได้”
กรณ์ จาติกวณิช
เผย นายกฯ มอบ ‘พิพัฒน์’ ศึกษาความเป็นไปได้ รับฟังประชาชน ก่อนเดินหน้า ‘แลนด์บริดจ์’
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว Thai PBS รายงานว่า แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ไปศึกษาการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต พร้อมทั้งการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุม ครม.
อย่างไรก็ตาม หลายพรรคในรัฐบาล รวมถึงพรรคเพื่อไทย ก็เห็นดีเห็นงามกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่หัวใจหลักจะต้องศึกษาให้รอบคอบ
เมื่อถามว่าหากรัฐบาลกดปุ่มไฟเขียวเดินหน้าดำเนินโครงการ ในขั้นตอนต่อไปจะทำอะไร แหล่งข่าวระบุว่า ในเรื่องนี้ยังไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลได้เพราะจะต้องดูผลการศึกษาก่อน
ทั้งยังอธิบายเพิ่มว่า การจะดำเนินโครงการอะไรจะต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ
- ผลการศึกษาความคิดเห็นประชาชน และการมีส่วนร่วม
- ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่
- งบประมาณในการลงทุน ว่าจะนำมาจากแหล่งใด
ส่วนจะมีการนำเสนอโครงการดังกล่าวในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลาในช่วงวันที่ 8-9 มิ.ย.นี้หรือไม่นั้น แหล่งข่าว ระบุว่า เรื่องนี้ต้องสอบถามกับทางเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ตั้งเรื่องการเสนอโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร
