สัญญานดี! แต่ยังไม่วางใจ ‘SEC Watch’ ยังปักหลักชุมนุมต่อ หวั่นถูกเบี้ยวอีกรอบ ขอรอหนังสือรับรอง ลงนามตั้ง คกก.แผนพัฒนาภาคใต้อย่างเป็นทางการ บนเงื่อนไขประชุมนัดแรกภายใน 30 วัน คาดจัดทำแผนเสร็จภายใน 1 ปี
วันนี้ (5 ส.ค. 2569) ภายหลัง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ของคณะกรรมการศึกษาฯ ที่มี เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ไม่คุ้มค่า ไม่ควรดำเนินการต่อ และจะมีการตั้งคณะกรรมการเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ ตามข้อตกลงตามที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ กลุ่ม SEC Watch ลงนามไว้ รวมทั้งให้ สนข.ถอนรายงาน EHIA ท่าเรือทั้ง 2 ฉบับด้วยนั้น
โดยคาดว่าการตั้งคณะกรรมการเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ศึกษาจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้ทันต่อรัฐบาลนี้ในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ประธานกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เปิดเผยกับ The Active โดยถือว่าได้บรรลุข้อตกลง ตามที่ได้เจรจากันทั้ง 3 ประการ แต่ทาง SEC Watch ต้องการหลักฐานและเอกสารในเรื่องของนายกรัฐมนตรีเห็นชอบบันทึกข้อตกลง และหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ โดยส่วนนี้ต้องรอรองนายกฯ พิพัฒน์ ลงนาม ส่วนเอกสารที่นายกรัฐมนตรีจะลงนามรับทราบ รมช.สิริพงศ์ จะทำหนังสือจากกระทรวงคมนาคมไป และให้นายกฯ ลงนามรับทราบบันทึกข้อตกลง

“คิดว่าตามที่หารือ ไวสุดน่าจะเป็นวันที่ 7 ส.ค.นี้ ต้องรอการลงนามของรองนายกฯ พิพัฒน์ ซึ่งตอนนี้มีภารกิจที่ต่างประเทศ จะกลับมาก็คือวันที่ 7 เย็น ๆ อาจจะลงนามในวันที่ 8-9 ส.ค. ก็ได้ SEC Watch ต้องชุมนุมต่อ จนกว่าจะมีเอกสารออกมาชัดเจน จึงจะยุติการชุมนุม เพราะมีบทเรียนแล้ว ส่วนจะเบี้ยวอีกไหม ต้องช่วยกันจับตาอย่างรัดกุม ถ้าเบี้ยวอีกจะส่งผลเสียต่อรัฐบาลเอง เพราะว่ารอบนี้ถึงขั้นเป็นมติ ครม.รับทราบแล้ว ในสาระสำคัญถ้ายังเบี้ยวอีก ก็อาการหนัก“
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
ประธานกลุ่ม SEC Watch ยังเปิดเผยถึงการจัดทำแผนพัฒนาของ SEC Watch ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะทำงานควบคู่ไปกับคณะกรรมการแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้อย่างมีส่วนร่วม เพื่อที่จะทำให้กลไกที่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐและแผนนี้นำไปบังคับใช้ทำงานสัมพันธ์กันกับภาคส่วนต่าง ๆ ของภาคใต้ เพราะตั้งใจให้ข้อมูลทุกชุดสำคัญ ๆ ถูกเอามาวางบนโต๊ะให้หมด และสิ่งที่วางแผนไว้ก็คือกรรมการต้องออกแบบกลไกของการมีส่วนร่วมของบุคคลในภาคใต้ในระดับต่าง ๆ ออกมา
SEC Watch จะจัดกลไกทำการเชื่อมโยงองค์กรต่าง ๆ ในภาคใต้ทั้ง หอการค้า 14 จังหวัดภาคใต้, สภาอุตสาหกรรม, สภาการท่องเที่ยว, สภาเกษตรฯ, กลุ่มองค์กร ภาควิชาต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภารกิจร่วมกันและช่วยกันนำเสนอ ซึ่งคิดว่าแต่ละที่ ก็จะมีต้นทุนอยู่บ้างแล้ว ก็มาการเชื่อมโยงหลายๆภาคส่วนในภาคใต้ที่จะทำร่วมกัน
ประสิทธิ์ชัย ระบุด้วยว่า ถ้าอยากจะชี้ทิศทางที่ถูกต้อง ต้องผลิตชุดความรู้ใหม่ออกมาก่อน ถ้ายังไม่มีความรู้ใหม่ วิธีคิดอาจจะเปลี่ยนลำบาก ความรู้ใหม่ในที่นี้ เช่น เศรษฐกิจภาคใต้ตอนนี้มันก่อการเติบโตอย่างไรบ้าง ในจุดที่น่าสนใจ ใครทำผลิตภัณฑ์อะไรอยู่ ก่อเกิดการจ้างงานเท่าไหร่ และส่งออกไปไหน มูลค่าเท่าไหร่ เพื่อที่จะทำให้เห็นศักยภาพแต่ละจุดของภาคใต้
“ต้องทำให้เห็นว่าแนวทางของการพัฒนา ไม่จำเป็นต้องเป็นเมกกะโปรเจกต์แต่มันเป็นสิ่งที่เรียกว่าความเหมาะสมของหน่วยระดับบุคคล ระดับกลุ่มบุคคลก็ต้องเติบโต เราก็จะทำชุดข้อมูลนี้ออกมา เพื่อที่จะทำให้เกิดมุมมองเกี่ยวกับแผนพัฒนาภาคใต้ และหลังจากนั้นก็คงเป็นกลไกการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งก็คงจะออกแบบมาให้ใช้เครื่องมือที่มันหลากหลายเพื่อที่จะได้ความเห็นให้มันครอบคลุมที่สุด และ SEC Watch คงจะต้องทำหน้าที่เอาความเห็นเหล่านี้ สะท้อนไปยังคณะกรรมการซึ่งจะทำแผนแม่บทที่จะนำไปสู่การบังคับใช้จริง ๆ และแผน SEC Watch ก็จะพิจารณาหลังจากที่ทำแผนแม่บทเสร็จโดยเฉพาะกลไกของรัฐว่า เราจะพิจารณาในการที่จะเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่เฉพาะภาคใต้เพื่อที่จะทำให้กรอบและทิศทางที่ศึกษาถูกนำเอาไปใช้จริง ๆ มีงบประมาณจริงที่จะผลักดัน”
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล
ทั้งนี้ หลังรองนายกฯ พิพัฒน์ ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมเขียนแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ บนเงื่อนไขประชุมนัดแรกภายใน 30 วัน ทาง SEC Watch ได้หารือเบื้องต้น กับ รมช.สิริพงศ์ ว่า การประชุมนัดแรกของคณะกรรมการชุดที่กำลังตั้งขึ้น อาจจะจัดขึ้นในห้วงเวลา พร้อม ๆ กับการประชุม ครม.สัญจรที่หาดใหญ่ จ.สงขลา
