ห่วง Thailand FastPass เปิดทางขยายพื้นที่กลไกพิเศษไม่หยุดแค่ EEC – SEC

EEC Watch – EnLAW ถามรัฐบาล “ยังอำนวยความสะดวก ทุน-เอกชน ไม่พออีกหรือ ?” หวั่นผุด Data Center ไม่ประเมินศักยภาพพื้นที่ เชื่อใช้พลังงานสูง แย่งชิงทรัพยากร น้ำ ไฟฟ้า ก่อมลพิษ ตั้งข้อสังเกต “Fast เพื่อใคร ?” หลังพบกลุ่มทุน เกี่ยวข้องคนในรัฐบาล ได้งาน Data Center มากกว่า 50% ในไทย

ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ Thailand FastPass ร่วมมือกับ 8 หน่วยงานภาครัฐ สร้างความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่เน้นความรวดเร็ว หวังดึงเม็ดเงินลงทุน 7 แสนล้านบาทนั้น

โครงการนี้ของรัฐบาลกลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายเเผ่นดิน ที่ปักหลักชุมนุม บริเวณถนนพระราม 5 หน้าทำเนียบรัฐบาล จับตา พร้อมแสดงความกังวล สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch เปิดเผยกับ The Active โดยมองว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องที่น่าแปลกใจอะไร เพราะเป็นสิ่งที่เห็นความพยายามของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีกลับมานั่งประธานบอร์ด EEC เอง พร้อมประกาศนำ EEC เป็น Pilot Project ขายกับนักลงทุนต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายให้ EEC เป็นศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซนเตอร์ (Data Center)

“คำถามสำคัญ คือ พ.ร.บ. EEC คือ fast track หรือ Super fast อยู่แล้ว ยังไม่พออีกหรอ ? ถึงต้องมีกลไกเข้ามาเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้เร็วขึ้นไปอีก”

สมนึก จงมีวศิน

สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch

ดังนั้นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมาก คือ อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลก และจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ตอนนี้ประมาณ 67% ตั้งอยู่ในเขต EEC เป็นธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานสูง ทั้งน้ำ ทั้งไฟ ต้องใกล้กับเคเบิลต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่จะต้องมีการขยายพื้นที่ EEC ไปยัง จ.ปราจีนบุรี

การมีกลไก Thailand FastPass เข้ามาหนุนเสริมเข้ามาอีก จึงน่าจับตาและน่ากลัว ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบจาการขยายพื้นที่ในเขต EEC เท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดการแย่งยึดทรัพยากร แย่งน้ำ แย่งไฟ ประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ

“ภาพที่จะเห็นแน่ ๆ ในอนาคตหากเดินหน้าโครงการนี้ ก็คือนอกจากปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 4 ใน EEC ที่จะโดนแล้ว ตามโครงการนี้ไม่ได้บอกว่าจะเป็นแค่พื้นที่ EEC หรือ SEC ที่กำลังรอกฎหมายอยู่ แต่กลไกพิเศษนี้ ก็เหมือนสมัยมีคำสั่ง คสช. แล้วไปส่งเสริม อาจจะไม่ได้เป็นตัวกฎหมาย แต่เป็นโครงการในการบูรณาการของหน่วยงาน ซึ่งหมายความว่า อาจจะไปตั้งที่นครนายกก็ได้ เพราะว่ามีน้ำเยอะ แหล่งไฟก็ยังพอมีความมั่นคงอยู่ หรือจะไปตั้งที่ทางภาคใต้ก็ได้ อันนี้ก็น่าห่วงกังวลเหมือนกัน เช่นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ตอนนี้ก็มีโซลาร์ฟาร์มแล้ว หลังรัฐเผยจะมีดาต้าเซ็นเตอร์ และจริง ๆ มีข่าวอีกในหลายจังหวัด”

สมนึก จงมีวศิน

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Wach ยังตั้งข้อสังเกต ถึงภาคเอกชนของไทยที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล ได้โปรเจกต์ดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า 50% ในประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัทนี้อยู่ใน ครม.และถ้าดาต้าเซ็นเตอร์ ขยายตัวเพิ่มตามโครงการ Thailand FastPass จะกลายเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่ ? คำถามใหญ่คือ Fast เพื่อใครกันแน่

สอดคล้องกับ สุภาภรณ์ มาลัยลอย เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ตั้งคำถามสำคัญ คือ รัฐได้ประเมินศักยภาพในพื้นที่ประเทศไทยว่าจะรองรับอุตสาหกรรมขนาดนี้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ ดาต้าเซ็นเตอร์ ใช้ทรัพยากรและพลังงานมหาศาล ต้องมาใช้ร่วมกับคนในพื้นที่ และทรัพยากรเหล่านี้ในปัจจุบัน ก็ใช่ว่าจะเพียงพอในการจะรองรับกลุ่มทุน ดังนั้นสิ่งที่รับไม่ได้คือการที่ประเทศนี้ จะให้ความสำคัญกับการลงทุนโดยไม่ประเมินสิ่งแวดล้อมและสังคมและผลกระทบจากการลงทุนเหล่านี้

สุภาภรณ์ มาลัยลอย เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

“ทรัพยากรที่มี และชีวิตของประชาชน ไม่เคยถูกเอาไปเป็นสมการในการประเมินว่าจะกระทบกับพวกเขาอย่างไร กลับมองเม็ดเงินที่จะมาลงทุนและเม็ดเงินที่จะตอบโจทย์การลงทุนของกลุ่มทุนเท่านั้น ลืมไปหรือไม่ว่าก้อนสำคัญมันคือก้อนชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และก้อนของระบบนิเวศ หรือทรัพยากรในพื้นที่ ที่มันจะได้รับผลกระทบ เพราะว่าปริมาณน้ำปัจจุบันมันเป็นวิกฤตอยู่แล้ว กระทบกับประชาชนทั้งน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำทางการเกษตร สิ่งเหล่านี้กลับไม่ถูกพูดและนำเอามูลค่าในการมาเทียบกัน”

สุภาภรณ์ มาลัยลอย

เลขาธิการ EnLAW ยังย้ำว่า ปัจจุบันประชาชนเรียกร้องเรื่องสิทธิในที่ดิน รัฐกลับไม่เคยเห็น และให้ความสำคัญในการมอบการคืนสิทธิที่ดินให้ประชาชนและเกษตรกรได้ประกอบอาชีพ ประชาชนต้องการใช้น้ำทำนา ก็ประกาศให้หยุดทำนา แต่กลับกันกำลังป้อนที่ดินป้อนทรัพยากรทั้งหลาย ทั้งของรัฐและเอกชนให้กับกลุ่มทุนเหล่านี้

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active