ชาวบ้านเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง ภาวะปอดติดเชื้อ ตั้งข้อสังเกตว่า อาการเริ่มชัดหลังมีการเผาขยะในพื้นที่ เรียกร้องให้ยุติการเผาและทิ้งขยะ พร้อมหาพื้นที่กำจัดขยะใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชน

28 ก.พ.69 ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ร้องเรียนปัญหาบ่อทิ้งขยะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันโดยเฉพาะกลิ่นควัน จากการเผาพลาสติก ตัวแทนชาวบ้าน ระบุว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีบ่อขยะที่เป็นปัญหา 2 แห่ง คือบ่อของเทศบาล และบ่อขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สังขะ โดยล่าสุดเทศบาลได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงแนวทางแก้ไขในส่วนของตนเองแล้ว ขณะที่บ่อขยะของ อบต. ซึ่งมีการเผาทำลายขยะ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ
ตัวแทนชาวบ้านอธิบายว่า บ่อขยะที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้คือบ่อของเทศบาล ซึ่งเป็นบ่อเก่าที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี ไม่มีการเผา แต่เป็นการกองทิ้งสะสมจนเกิดกลิ่นรบกวน
“บ่อขยะที่มีกระแสตอนนี้เป็นของเทศบาล ซึ่งอันนั้นจะเป็นกลิ่นขยะเน่าเหม็น ขับรถผ่านกลิ่นของขยะเข้ามาในรถเลย ซึ่งมีชุมชนอีกฝั่งหนึ่งได้รับผลกระทบ”
โดยในแถลงการณ์ของเทศบาลสังขะมีเนื้อหาระบุว่า เมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบเหตุการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา อำเภอสังขะได้ขอความร่วมมือให้เทศบาลตำบลสังขะจัดหาพื้นที่รองรับขยะชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 27 แห่ง เนื่องจากมีผู้อพยพจำนวนมากซึ่งศูนย์พักพิงชั่วคราวแต่ละแห่งยังไม่มีระบบการบริหารจัดการขยะ ดังนั้นเทศบาลตำบลสังขะจึงเปิดบ่อขยะที่โคกแบกจานเป็นการชั่วคราวสำหรับรองรับขยะกรณีฉุกเฉิน
โดยภาพที่ปรากฏในการนำเสนอช่องทางออนไลน์มีการแสดงความคิดเห็นทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะของเทศบาลตำบลสังขะ ทั้งนี้แถลงการณ์ของเทศบาลตำบลสังขะระบุว่าตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการและปิดบ่อขยะไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปลักลอบทิ้งขยะหรือประกอบการอื่นที่เป็นผลกระทบต่อผู้อาศัยใกล้เคียง
ขณะที่อีกจุดหนึ่ง คือบ่อขยะของ อบต. สังขะ เปิดใช้มาประมาณ 3 ปี ตั้งอยู่ห่างจากชุมชนราว 1 กิโลเมตร มีการนำขยะที่จัดเก็บจากหมู่บ้านมาเผาทำลาย ส่งผลให้เกิดกลิ่นไหม้และควันจากพลาสติกเผาไหม้ ชาวบ้านระบุว่า ช่วงเวลาที่มักมีการเผาคือช่วงเย็น และควันจะลอยปกคลุมยาวไปจนดึก
“ส่วนมากเขาจะเผาช่วง 4 โมงเย็นถึง 5 โมงเย็น แต่กลิ่นควันที่เหม็นจะยาวไปจนถึงช่วงดึก ๆ ตีหนึ่งตีสอง ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางกลิ่น ใช้ชีวิตนอกบ้านไม่ได้ หายใจเหมือนคนจะเป็นหวัดตลอดเวลา ติดขัด กลิ่นเหม็นทำให้กระทบไปจนถึงสุขภาพจิต”
ข้อมูลจากชาวบ้านระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ในตำบลไม่มีระบบจัดเก็บขยะอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านจัดการกันเอง หรือบางส่วนขนไปทิ้งรวมกับบ่อของเทศบาลบริเวณโคกแบกจาน ซึ่งปิดไปแล้วเมื่อราว 3–5 ปีก่อน และกลับมามีการทิ้งขยะอีกในช่วงที่มีการอพยพตามที่เทศบาลชี้แจง อย่างไรก็ตาม ก่อนมีการจัดตั้งบ่อขยะของ อบต. ชาวบ้านยืนยันว่าไม่มีการสำรวจหรือชี้แจงต่อชุมชนล่วงหน้า มีเพียงการประชุมเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปยังกรมควบคุมมลพิษ และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมสั่งให้หยุดเผาชั่วคราวประมาณ 1–2 เดือน แต่ล่าสุดพบว่ามีการกลับมาเผาอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงประมาณวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านระบุว่ากลิ่นเผาพลาสติก ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตนอกบ้านได้เลย นอกจากนี้ยังพบว่าชาบบ้านมีผลกระทบด้านสุขภาพที่คาดว่าอาจเกิดจากการเผาขยะ
“ก่อนหน้านี้คนในชุมชนไม่มีอาการไอ แต่กลับมาไอ ช่วงที่มีการเผาขยะ”
ตัวแทนชาวบ้านยังระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนหนึ่งมีอาการไอเรื้อรัง และบางรายมีภาวะปอดติดเชื้อ เมื่อเข้ารับการรักษา แพทย์ให้ข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่ไม่ดี โดยชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า อาการเหล่านี้เริ่มชัดเจนหลังมีการเผาขยะในพื้นที่
ข้อเรียกร้องของชุมชนครั้งนี้ คือให้ยุติการเผาและทิ้งขยะในจุดปัจจุบัน พร้อมหาพื้นที่กำจัดขยะใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนมากกว่านี้ ไม่เพียงเฉพาะหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่รวมถึงชุมชนใกล้เคียงทั้งหมด พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสุขภาพประชาชนอย่างเป็นระบบ และย้ำว่า พื้นที่ที่เทศบาลออกแถลงการณ์ชี้แจงนั้น เป็นคนละจุดกับพื้นที่ที่มีการเผาขยะของ อบต. ซึ่งกำลังสร้างผลกระทบในขณะนี
ขณะที่เจ้าของแอคเคาท์ สิริศักดิ์ สายบุตร ระบุว่า นี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว หน้าบ้านฉันเอง และตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม จะให้ชาวบ้านดมจนวินาทีสุดท้ายเลยหรอ คิดดูว่าการเผาขยะควันมันรุนแรงแค่ไหน? ปัจจุบันบ่อยังอยู่ที่เดิม มีการเผา คนอยู่ใกล้อาจจะเป็นมะเร็งปอดไปแล้วก็ก็ได้ โปรดเห็นใจชาวบ้านบ้างเหอะ ชาวบ้านไม่สบายเกือบทุกหลังคาเรือน มีหน่อยงานไหนไหมมาดูแล มีหน่วยงานไหนไหมมาถาม มีแต่มาเทๆๆๆๆๆๆ (มี 2 บ่อ)




