ชี้ปมสิทธิ์ ‘ฮอร์โมนข้ามเพศ’ สะท้อนปัญหากระบวนการพิจารณา สิทธิประโยชน์ สปสช.

รมว.สธ. ย้ำ ยังไม่มีแนวคิดทบทวนสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนข้ามเพศ หลังผ่านความเห็นชอบแล้ว พร้อมเน้นทุกสิทธิประโยชน์ ต้องอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณสมดุล และผ่านการประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน เผย มอบนโยบาย บัตรทอง ปี 2570 ทำงบฯ สมดุล ไม่ของบฯ เพิ่มจากรัฐบาล

วันนี้ (11 มิ.ย. 69) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ กรณีการบรรจุบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ (Gender-Affirming Hormone Therapy : GAHT) เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง ซึ่งกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะทบทวนหรือยกเลิกสิทธิประโยชน์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่ผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องแล้ว

รมว.สธ. ระบุว่า ไม่ต้องการแสดงความเห็นในลักษณะว่า “ควรให้” หรือ “ไม่ควรให้” สิทธิประโยชน์ดังกล่าว แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทำงานของ สปสช. มากกว่า

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

“ถ้าผ่านบอร์ดไปแล้ว เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของบอร์ดและคณะอนุกรรมการที่นำข้อมูลขึ้นมาพิจารณา”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

สะท้อนปัญหากระบวนการพิจารณา ชี้เรื่องสำคัญควรเริ่มจากบอร์ดใหญ่

พัฒนา บอกอีกว่า ปัจจุบันการพิจารณาสิทธิประโยชน์ของ สปสช. ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบ “Bottom-up” คือ เริ่มจากคณะอนุกรรมการศึกษาและจัดทำข้อเสนอ ก่อนส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการหลัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง หรือเป็นประเด็นสาธารณะที่ได้รับความสนใจสูง ควรปรับกระบวนการให้เป็นลักษณะ “Top-down” มากขึ้น โดยให้คณะกรรมการชุดใหญ่เป็นผู้กำหนดกรอบนโยบาย ประเด็นสำคัญ ความเร่งด่วน ความคุ้มค่า และกรอบงบประมาณก่อน จากนั้นจึงส่งให้คณะอนุกรรมการไปศึกษาในรายละเอียด

ในหลายวาระที่เข้าสู่การประชุมบอร์ด สปสช. กรรมการบางคนเพิ่งได้รับทราบข้อมูลเมื่อมีการบรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว จึงเห็นว่าควรมีกระบวนการคัดกรองและกำหนดทิศทางตั้งแต่ระดับนโยบาย เพื่อให้การพิจารณารอบคอบและครอบคลุมมากขึ้น

“เรื่องที่มีความสำคัญ กระทบคนหมู่มาก หรือเป็น Public Issue ควรมีการพูดคุยกันในบอร์ดก่อน แล้วค่อยส่งให้คณะอนุกรรมการไปศึกษา โดยกำหนดกรอบเวลาและประเด็นให้ชัดเจน”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

พัฒนา บอกอีกว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. ช่วง 2-3 ครั้งที่ผ่านมา ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยแล้ว และเห็นว่าควรปรับรูปแบบการทำงานให้คณะกรรมการชุดใหญ่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อถามถึงว่าจะทบทวนสิทธิประโยชน์ฮอร์ข้ามเพศหรือไม่ ? รมว.สธ. ไม่ได้ตอบยืนยันในประเด็นดังกล่าวโดยตรง แต่ระบุว่า หากมีการกำหนดประเด็นจากระดับนโยบายก่อน จะทำให้การพิจารณามีความรัดกุมและรอบคอบมากขึ้น

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการศึกษาและเสนอข้อมูลเชิงวิชาการ แต่ประเด็นสำคัญควรได้รับการกำหนดกรอบการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดใหญ่ก่อน 

เชื่อผ่านการประเมินความคุ้มค่าแล้ว

สำหรับข้อกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณในสิทธิประโยชน์ฮอร์โมนข้ามเพศ พัฒนา ย้ำว่า กระบวนการของ สปสช. มีระบบการประเมินความคุ้มค่าอยู่แล้ว และเชื่อว่าสิทธิประโยชน์ทุกเรื่องที่ผ่านเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด ล้วนผ่านการวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม หากสังคมมีข้อสงสัย ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาเปิดเผยหรือเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาเพิ่มเติมได้ เชื่อว่าทุกเรื่องที่ขึ้นมาสู่บอร์ด มีการประเมินความคุ้มค่าตามหลักเกณฑ์ของคณะอนุกรรมการอยู่แล้ว

ปี 2570 ทำงบฯ สมดุล ไม่ของบฯ เพิ่มจากรัฐบาล

พัฒนา ยังกล่าวถึงแนวทางบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในปีงบประมาณ 2570 ว่า ได้มอบนโยบายให้บอร์ด สปสช. ดำเนินการภายใต้หลัก “งบประมาณสมดุล” โดยพยายามไม่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับการอนุมัติแล้วจะยังคงดำเนินการต่อไปภายใต้กรอบงบประมาณเดิม แต่หากพบว่ากิจกรรมใดใช้งบประมาณสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ภายหลัง 3-6 เดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบริหารจัดการและปรับสมดุลงบประมาณภายในกองทุนก่อน

“นโยบายคือจะไม่ไปของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล หากมีรายการใดใช้เงินมากกว่าที่คาด ก็ต้องบริหารจัดการภายในกรอบงบประมาณภาพรวมก่อน”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

พร้อมย้ำว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับการรักษาชีวิตประชาชนหรือบริการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อาจได้รับการพิจารณาเป็นข้อยกเว้นได้

ไม่โยงการเมือง! ย้ำเรื่องสุขภาพต้องตัดสินตามกระบวนการ

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าการผลักดันสิทธิฮอร์โมนข้ามเพศอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางการเมือง พัฒนา ยืนยันว่า ไม่ต้องการนำประเด็นสุขภาพไปปะปนกับเรื่องการเมือง

“ผมไม่อยากเอาเรื่องสุขภาพมาปนกับการเมือง อะไรที่สมควรได้ก็สมควรได้ อะไรที่มาตามกระบวนการ เราก็ต้องเคารพกระบวนการ”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

ส่วนข้อกังวลว่าหากมีการทบทวนสิทธิประโยชน์ดังกล่าวในอนาคต อาจกระทบต่อฐานเสียงทางการเมืองหรือไม่ ? พัฒนา ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดทบทวนสิทธิประโยชน์ดังกล่าว พร้อมยอมรับ ว่าสังคมยังมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่า จึงควรเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลเชิงวิชาการและผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการได้รับการสื่อสารต่อสาธารณะมากขึ้น

“สังคมมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องความคุ้มค่า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ควรได้รับการอธิบายให้ชัดเจน เพราะในบอร์ดชุดใหญ่เอง เราอาจไม่ได้เห็นข้อมูลทั้งหมดในรายละเอียด”

พัฒนา พร้อมพัฒน์

สำหรับสิทธิประโยชน์ “ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นผลจากกระบวนการพิจารณาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน โดยบอร์ด สปสช. ได้เริ่มเห็นชอบหลักการและกรอบงบประมาณสำหรับการดูแลสุขภาพคนข้ามเพศ รวมถึงการเข้าถึงฮอร์โมนอย่างปลอดภัยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น 

ต่อมา สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานบอร์ด สปสช. ในรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ได้มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการจัดระบบบริการและสิทธิประโยชน์ดังกล่าว โดยครอบคลุมยาฮอร์โมน 8 รายการ รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิผ่านหน่วยบริการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2569

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active