สงครามตะวันออกกลางดัน “ค่าไฟไทย” เสี่ยงแพง เหตุพึ่งพา LNG จากกาตาร์สูงสุด

JustPow เปิดข้อมูลปี 2567 พบ ประเทศไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากกาตาร์มากที่สุด การปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมัน ชวนย้อนดูบทเรียนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันค่าไฟฟ้าแพงสูงที่สุดมาแล้ว

ประเทศไทยเคยปรับขึ้นค่าไฟเป็น 4.72 บาท/หน่วย ในปี 2565 เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ราคา LNG ในตลาดโลกสูงขึ้น และไทยเองก็ต้องนำเข้า LNG มาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ในขณะที่ตอนนี้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง แหล่งพลังงานของโลก ซึ่งอาจจะทำให้ค่าไฟของไทยต้องปรับขึ้นตามราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่จะถีบตัวสูงขึ้นจากภาวะสงครามอีกครั้ง 

JustPow หรือ เครือข่ายเพื่อพลังงานที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันขององค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เปิดข้อมูลสำคัญเพื่อให้เห็นการพึ่งพิง LNG หรือ ก๊าซธรรมชาติเหลว จากชาติตะวันออกกลาง ที่ประชาชนอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้

ประเทศไทยพึ่งพิง LNG ที่ต้องนำเข้ามาใช้ในการผลิตไฟฟ้า 

ในปี 2567 ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าจากการใช้ก๊าซธรรมชาติสูงถึง 58.19% โดยก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยนํามาใช้ในการผลิตไฟฟ้ามาจาก 3 แหล่งด้วยกันคือ

1. ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เป็นสัดส่วน 53.55%

2. ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งมาจากการนําเข้า เป็นสัดส่วน 35.53%

3. ก๊าซธรรมชาตินําเข้าจากเมียนมา เป็นสัดส่วน 10.92%

นโยบายพลังงานของไทย ยังพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ซึ่งเวลานี้กลายเป็นคำถามย้อนกลับว่า แนวทางแบบเดิม ๆ จะสร้าง “ความมั่นคง” ทางพลังงานได้จริงไหม จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นอกจากประเทศไทยจะพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลักในการผลิตไฟฟ้าแล้ว  เรายังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG จากการนำเข้าสูงมากอีกด้วย

ไทยผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ โดยใช้ราคาก๊าซในแบบที่เรียกว่า Pool Gas ซึ่งหมายถึงการนําราคาก๊าซทั้งสามแหล่งมาหารเฉลี่ยกัน โดยราคาเฉลี่ยในปี 2567 ของก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย อยู่ที่ 198.49 บาท/ล้านบีทียู ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 429.80 บาท/ล้านบีทียู และก๊าซธรรมชาตินําเข้าจากเมียนมา 351.84 บาท/ล้านบีทียู โดยมีราคา Pool Gas อยู่ที่ 303.75 บาท/ล้านบีทียู

จะเห็นได้ว่านอกจาก LNG จะมีราคาสูงที่สุดแล้ว ยังมีความผันผวนอย่างมากจากสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคา Pool Gas ที่ไทยใช้ในการซื้อก๊าซมาผลิตไฟฟ้า โดยในปี 2565 ราคา Pool Gas พุ่งสูงถึง 444 บาท/ล้านบีทียู เนื่องด้วยสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาก๊าซทั่วโลกสูงขึ้น และทำให้ค่าไฟของไทยในปีนั้นปรับขึ้นเป็น 4.72 บาท/หน่วย 

การที่ประเทศไทยต้องพึ่งพึง LNG สูงในการผลิตไฟฟ้านั้น ส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าโดยตรง และต้นทุนที่สูงขึ้นนั้นก็จะส่งผ่านมายังบิลค่าไฟของเราทุกคน ทําให้ค่าไฟแพงมากขึ้นนั่นเอง

ปี 2567 ประเทศไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์มากที่สุด 

ประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตั้งแต่ปี 2554 โดยในเวลานั้นสัดส่วนการนำเข้า LNG อยู่ที่ร้อยละ 2.18 และมีแหล่งที่มาจาก 5 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ ไนจีเรีย อินโดนีเซีย เปรู และรัสเซีย นับจากนั้นจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 13 ปี ปริมาณการนำเข้า LNG ของไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2567 พบว่าประเทศไทยนำเข้า LNG เป็นจำนวน 507.59 ล้านลิตร โดยพบว่านำเข้าจากกาตาร์มากที่สุด 106.97 ล้านลิตร หรือคิดเป็น 21.07% 

กาตาร์ ถือเป็นแหล่งนำเข้า LNG หลักและใหญ่ที่สุดของไทยมาโดยตลอด โดยมีการนำเข้าในปริมาณสูงสุดอย่างต่อเนื่องเกือบทุกปี มีสัดส่วนการนำเข้าสะสมสูงถึงร้อยละ 42.69 ของปริมาณการนำเข้า LNG ทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางในตอนนี้ ซึ่งทำให้อาจเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันโลก รวมไปถึงการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ก็ต้องผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน 

การที่ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้า LNG จากกาตาร์มากที่สุด จึงอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการซื้อแบบระยะสั้น หรือแบบ Spot ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการที่ LNG ไม่สามารถส่งออกได้และส่งผลให้มีราคาสูงมากขึ้น ในขณะที่การซื้อ-ขายแบบสัญญาระยะยาว หรือแบบ Long Term ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะอ้างอิงจากดัชนีราคาน้ำมันซึ่งก็อาจจะถีบตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์การสู้รบในครั้งนี้ โดยหากราคา LNG สูงขึ้นและไทยเองยังจำเป็นต้องนำเข้าเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าอยู่ ก็จะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เกิดสงคราม LNG แพง ค่าไฟแพง บทเรียนที่เคยเกิดขึ้นแล้ว 

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2565 ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในรอบนั้นอยู่ที่ 4.03 บาท/หน่วย ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าที่ทะลุระดับ 4 บาทต่อหน่วยเป็นครั้งแรก หลังจากที่คงอยู่ในช่วง 3 บาทต่อหน่วยมาเป็นระยะเวลานานกว่า 14 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนกันยายน 2565 อัตราค่าไฟฟ้าก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย อันเป็นผลมาจากราคา LNG ที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา 

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าวคือ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าและยังเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย โดยเฉพาะราคา LNG ที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาจากการนำเข้า โดยในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งส่งผลให้ราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคา Pool Gas ที่ใช้ในการปรับค่าไฟฟ้าในรอบนั้นมีการประมาณการราคาอยู่ที่ 481.98 บาทต่อล้านบีทียู หรือคิดเป็นการปรับตัวสูงขึ้นถึง 77.98% เมื่อเทียบกับประมาณการราคาในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 270.80 บาทต่อล้านบีทียู

ดังนั้นเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ อาจจะทำให้เกิดการปรับราคาค่าไฟให้สูงขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน จากการที่ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกสูงขึ้นนั่นเอง 

ประเทศไทยกับอนาคตในการใช้ LNG

แม้จะมีบทเรียนมาแล้วว่าการพึ่งพิงเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ LNG มีราคาที่สูงและผันผวน จะส่งผลต่อค่าไฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะในยามที่เกิดสงคราม เช่นเดียวกับกับสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องจับตาดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะส่งผลถึงค่าไฟของคนไทยแค่ไหน อย่างไร 

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องจับตาดูเช่นเดียวกันก็คืออนาคตการใช้ LNG ของประเทศไทยโดยเฉพาะที่จะปรากฏในแผน PDP2026 ที่จะคลอดในกลางปีนี้ ว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด จะยังคงเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซเข้ามาในระบบและทำให้ต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิด Fossil Locked-In หรือไม่ ประเทศไทยจะรับมือกับความไม่มั่นคงทางพลังงานจากการที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ที่มีราคาสูงและผันผวนอย่างไร ทั้งในยามที่เกิดสงครามและในยามปกติ รวมไปถึงจะตอบสนองกับวาระของชาติอย่างแผน NDC3.0 ที่จะต้องลดการใช้ก๊าซฟอสซิลและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ในวันที่การใช้ก๊าซยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคพลังงานอยู่ในทุกวันนี้ 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active