ยกกรณีอดีต รมว.แรงงาน ฟ้อง บก.บห. – บก.ข่าว The Isaan Record ข้อหาหมิ่นประมาท สะท้อนการไม่ได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่มุ่งสร้างภาระ เสียเวลา ค่าใช้จ่าย บั่นทอนจิตใจ ให้ประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต หวาดกลัว ยุติการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ เรียกร้องรัฐบาล เร่งผลักดัน ร่าง กม.ป้องกันการฟ้องปิดปาก หลักประกันความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม
วันนี้ (1 เม.ย. 69) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้เร่งรัดผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และสื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามที่ปรากฏว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีอันมีลักษณะเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (SLAPPs) หรือ การฟ้องปิดปาก หลายกรณี

โดยล่าสุด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวสำนักข่าว The Isaan Record ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท และ 1 ล้านบาท จากการนำเสนอรายงาน ระบุ ข้อมูลการเรียกรับสินบนจากบริษัทนายหน้า โดยนักการเมืองระดับสูงเพื่อส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศฟินแลนด์ แม้ภายหลังโจทก์ได้ถอนฟ้องบรรณาธิการบริหาร แต่ยังคงดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายกับ บรรณาธิการข่าว จำนวน 1 ล้านบาท
ก่อนหน้านั้น ก็มีกรณีอดีตนายตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกรรมการฝ่ายจัดการศึกษาสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีการเข้าช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกหลอกไปทำงานเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังแจ้งความดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงาน โดยเลือกแจ้งความในพื้นที่ห่างไกลจากภูมิลำเนา ทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายและความยากลำบากในการเดินทาง
กสม. ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งกับกรณีที่เข้าข่ายเป็นการฟ้องปิดปาก ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการฟ้องคดีที่มิได้มุ่งหวังผลทางคดีเป็นหลัก แต่มุ่งสร้างภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่าย รวมทั้งบั่นทอนสภาพจิตใจ เพื่อให้ประชาชน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ เกิดความหวาดกลัว และยุติการแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น และขัดกับหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม
กสม. ยังเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง และบุคคลสาธารณะต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งต้องร่วมสร้างบรรยากาศในการแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการทำหน้าที่
“กสม. ขอเรียกร้องรัฐบาลเร่งรัดผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Anti-Strategic Lawsuit against Public Participation:Anti-SLAPP Law) เพื่อสร้างหลักประกันว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาชน และสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต การประพฤติมิชอบ หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะ จะได้รับการคุ้มครองเยียวยาเมื่อถูกฟ้องปิดปาก และจะไม่มีการฟ้องร้องโดยไม่สุจริตเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม”
