เคลียร์ปมโกงสอบท้องถิ่น ACT ท้า! อย่าตัดตอน-สอบสวนกันเอง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้ โกงสอบท้องถิ่นมาถึงจุดทำลายมนุษยธรรม นิติธรรมของประเทศ ซัด คัดคนทุจริต จุดเริ่มต้นระบบราชการล้มเหลว สะท้อนการทุจริตภาพใหญ่ ย้ำ อย่าตัดประเด็นโกง เอี่ยวการเมือง

จากกรณีโกงสอบท้องถิ่น 2568 มีการเรียกรับเงินจากผู้สอบตั้งแต่ 350,000-800,000 บาท และ พบข้อมูลเงินสะพัดในเครือข่ายมากกว่า 4,500 ล้านบาท สะท้อนวิกฤตสอบแข่งขันของระบบราชการ เพราะมีผู้สอบนับพันที่ยอมจ่ายเงินหลักแสน เพื่อเข้าสู่ต่ำแหน่งราชการ

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ย้ำถึงกระบวนการตรวจสอบกรณีนี้ พร้อมท้าว่า

“อย่าเพิ่งบอกว่าไม่มีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีหรือนักการเมืองใหญ่ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าแน่จริง ให้การสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน
อย่าสอบสวนกันเองในกระทรวงฯ”

โดยวิเคราะห์ ว่า การยอมเสียเงินหลักแสนบาท เพื่อเข้าไปทำงานรับราชการรับเงินเดือนไม่ถึง 2 หมื่นบาท สะท้อนวิกฤตศีลธรรมของคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ คิดแต่เรื่องเงิน พวกพ้อง ผลประโยชน์ การยอมจ่ายเพื่อให้ได้บรรจุ เป็นวิธีการของกลุ่มคนที่หาโอกาส “ถอนทุนคืน” จึงยังไม่ควรรีบตัดตอนการตรวจสอบ หาคนผิด แต่ควรเปิดเผยข้อมูลที่เชื่อมโยงเบื้องหลัง ฟื้นวิกฤตความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) 

เรากำลังทำให้คนไม่เก่ง ชนะคนที่สุจริต และมีความสามารถ การเข้ามาด้วยวิธีการแบบนี้ ในวันข้างหน้าจะมีการแบ่งพรรคพวก แบ่งเจ้านายในวงราชการ คนพวกนี้ไม่มีทัศนคติบริการประชาชน หรือรักษาผลประโยชน์องค์อย่างแน่นอน”

มานะ นิมิตรมงคล

ประธานองค์กรต้านคอร์รัปชันฯ ยังฉายภาพปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ผ่านมา มีหลายแวดวงที่มักเห็นการวิ่งเต้น การเรียนในหลักสูตรที่เน้นคอนเนคชั่น และการโกงสอบก็มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเปิดบริษัทรับติว, ขายข้อสอบ, ให้โพยคำตอบ, ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์-ส่งสัญญาณ 

แต่ครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ แก้ไขกระดาษคำตอบ สะท้อนถึงการโกงในกระบวนการสอบมาถึงจุดที่ ทำลายมนุษยธรรม และ นิติธรรมของประเทศ

การโกงในกระบวนการสอบ ถึงจุดที่ทำลายความเป็นนิติรัฐของประเทศไทย ทำลายสิทธิมนุษยชน สิทธิการเข้าถึงงาน สิทธิของคนที่จะเข้าถึงรายได้อย่างสิ้นเชิง เรื่องนี้ ถ้าเราไม่หยุดเท่ากับว่า อนาคตของชาติกำลังถูกทำลาย”

มานะ นิมิตรมงคล

ปิดช่องโหว่โกงสอบ ต้องไม่ตัดตอน อย่าสอบสวนกันเองแค่ใน กระทรวงฯ

มานะ ยังชี้ว่า ช่องโหว่ของการสอบครั้งนี้ คือ ความลับของกระบวนการซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของคนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ประเทศไทยเกิดการโกงทุกขั้นตอน ทั้งในการจัดซื้อ กระบวนการยุติธรรม ลามมาถึง การสอบบรรจุ ที่ผ่านมาระบบการสอบ การบริหารราชการที่ดีก็มี เช่น การสอบข้าราชการ ก.พ. ระบบกลางการคัดเลือกเข้าข้าราชการพลเรือน สายสามัญ ที่มีมาตรฐาน แต่ ทำไมการสอบในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย ถึงมีปัญหา

ยกตัวอย่าง 2 หน่วยงานราชการ ที่มีการบริหารต่างกัน อย่าง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กบข. ของข้าราชการ ที่บริหารโดยเอกชน ก็ไม่เคยมีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์ กับ การบริหารของ กองทุนประกันสังคม ที่ข้าราชการบริหารเอง กลับมีประเด็นอื้อฉาวถึงการใช้เงินไม่คุ้มค้า เป็น 2 ตัวอย่างที่สะท้อนว่า ไทยสามารถเลือกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพได้ แต่จะทำหรือไม่

ขณะที่ การตรวจสอบในครั้งจึงไม่สามารถตัดความเกี่ยวโยงการเมือง ตัวรัฐมนตรีต่าง ๆ ได้ เพราะเป็นการสอบที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ก.มหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงเกรด A ที่นักการเมืองอยากได้การเปิดเผยความจริงของกลโกงการสอบครั้งนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่สังคมจับตา หากไม่แก้อาจนำไปสู่ความเป็นรัฐล้มเหลวที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จึงมีข้อเสนอ ให้ตรวจสอบเรื่องนี้โดยไม่ตัดตอน, ตรวจสอบขบวนการจ่ายเงิน เพื่อโยงกับระดับพื้นที่, และแต่งตั้งองค์กรภายนอกร่วมตรวจสอบ เพื่อป้องกันการตรวจสอบกันเอง และหาแพะหาคนผิด

อย่าเพิ่งหยุด อย่าตัดตอน อย่าจบแค่อธิบดีถูกย้ายไป 1 คน ต้องสอบสวน เส้นทางการเงิน…ป.ป.ช. และ ตำรวจ ทำตัวเลขให้ประชาชนเห็นว่าการซื้อขายตำแหน่งอยู่ในพื้นที่เครือข่ายใดมากที่สุดอย่าเพิ่งบอกว่าไม่มีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีหรือนักการเมืองใหญ่ เข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าแน่จริง ให้การสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน อย่าสอบสวนกันเองในกระทรวงฯ”

มานะ นิมิตรมงคล

สำหรับการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ถือเป็น หนึ่งในสนามสอบ ราชการที่ใหญ่ที่สุด โดยในปี 2568 ได้เปิดรับบุคคลเข้ารับราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น 87 ตำแหน่ง รวม 6,669 อัตรา แต่มีผู้สมัครสอบทั่วประเทศมากกว่า 430,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายคน เพราะมีความมั่นคง และมีสวัสดิการรองรับ

ก่อนหน้านี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย เคยผลักดันให้ไทยเป็นประเทศสมาชิกกลุ่ม OECD ซึ่งคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญ คือ การเป็นประเทศที่จริงจังกับการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ของรัฐไทยด้วย ว่าเอาจริงเอาจังกับเรื่องการปราบทุจริตแค่ไหน ? และไทยจะยังมีความน่าเชื่อถือในสายตาคนไทย และนานาประเทศอีกหรือไม่ ?

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active