ระบุ การแสดงออกในพื้นที่สาธารณะต้องเคารพความเชื่อ ความศรัทธาในทุกศาสนา ไม่ควรละเมิดด้วยการดูหมิ่น เหยียดหยามศาสนาใด ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรมีใครต้องถูกลงโทษนอกเหนือขอบเขตกฎหมาย ถูกกดดัน บีบบังคับ ละเมิดสิทธิในชีวิต เนื้อตัวร่างกาย เน้นย้ำ บุคคลสาธารณะ-ในโลกออนไลน์ ระวังการสื่อสารประเด็นอ่อนไหว สร้างความเกลียดชัง แตกแยก ความรุนแรง เชื่อ เคารพสิทธิผู้อื่น แก่นสำคัญของทุกศาสนา
วันนี้ (14 พ.ค. 69) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงการณ์ขอให้เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และระมัดระวังการสื่อสารประเด็นอ่อนไหวจากกรณีเหตุการณ์ซอยรามคำแหง 53
เนื้อหาระบุถึงเหตุการณ์ประชาชนชาวมุสลิมรวมตัวประท้วง “มาดามราม 53” ติ๊กต๊อกเกอร์ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 จากการแต่งหน้าและแต่งกายเหมือนสตรีมุสลิม แสดงพฤติกรรมที่มีลักษณะดูหมิ่นศาสนา ล้อเลียนอัลกุรอานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนนำไปสู่การไลฟ์ปลุกเร้าอารมณ์ และกดดันให้ติ๊กต๊อกเกอร์รายดังกล่าวต้องโกนศีรษะเพื่อแสดงความขอโทษ

กสม. ยืนยันว่า บุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการแสดงความคิดเห็น แต่การแสดงออกดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สาธารณะต้องเคารพในความเชื่อ และความศรัทธาของผู้คนในทุกศาสนา การดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาใดก็ตามจึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นที่ได้รับการรับรองทั้งตามหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีบุคคลใดสมควรถูกลงโทษนอกเหนือขอบเขตของกฎหมายหรือถูกกดดันบีบบังคับให้กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและเนื้อตัวร่างกาย รวมทั้งละเมิดในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สังคมไทยเป็น สังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ศาสนา และอัตลักษณ์ทางเพศ กสม.จึงเน้นย้ำ ให้บุคคลสาธารณะและผู้คนในสังคมออนไลน์ใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารประเด็นอ่อนไหวที่ง่ายต่อการขยายและนำไปสู่การสร้างความเกลียดชัง แตกแยก และการใช้ความรุนแรงต่อกัน อันไม่เป็นผลดีต่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในสิทธิของผู้อื่นและหลักสันติภาพอันเป็นแก่นสำคัญของทุกศาสนา
