กทม. ตรวจฐานข้อมูลบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือผู้ถือ ‘บัตรสีชมพู’ หมายเลข 7 ครบทั้ง 50 เขต จำนวน 16,634 คน ในบ้าน 10,066 หลัง พบมี 13 หลังใน 9 เขต รายชื่อพักอาศัยเกิน 16 คนต่อหลัง ส่วนใหญ่เป็นโรงงาน หอพัก และบ้านเช่าแรงงาน เตรียมส่งชุดเฉพาะกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงรายกรณี
พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎรของบุคคลไม่มีสัญชาติไทยที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ “บัตรสีชมพู” หมายเลข 7 ว่า ขณะนี้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตได้ส่งข้อมูลให้กรุงเทพมหานครครบถ้วนแล้ว โดยเป็นฐานข้อมูลล่าสุด ณ ปัจจุบัน
ผลการตรวจสอบพบว่า บุคคลที่มีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หมายเลข 7 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 16,634 คน อาศัยอยู่ในบ้าน 10,066 หลัง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีจำนวนผู้พักอาศัยเป็นไปตามเกณฑ์ปกติ

อย่างไรก็ตาม พบว่ามี 9 เขต รวม 13 หลัง ที่มีบุคคลถือบัตรสีชมพู หมายเลข 7 พักอาศัยหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 16 คนต่อหลัง โดยสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องรายงานว่า สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นโรงงาน หอพัก หรือบ้านเช่าแรงงาน
พล.ต.อ. อดิศร์ บอกด้วยว่า ข้อมูลทั้ง 13 หลังยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีความผิดปกติหรือมีการกระทำผิด เนื่องจากเป็นเพียงข้อมูลที่ปรากฏจากทะเบียนราษฎร จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าลักษณะการพักอาศัยและการแจ้งย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่
จากนี้ กทม.จะมอบหมายให้ ชุดเฉพาะกิจตรวจสอบความมั่นคงทางทะเบียน ของสำนักงานปกครองและทะเบียน ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกเป็นรายกรณี โดยจะพิจารณาทั้งลักษณะการใช้ประโยชน์ของสถานที่ จำนวนผู้พักอาศัยจริง ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน รวมถึงเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งย้ายเข้าและย้ายออก
“การพบผู้ถือบัตรสีชมพูจำนวนมากในบ้านหลังเดียวไม่ได้หมายความว่ามีการกระทำผิดโดยอัตโนมัติ เนื่องจากสถานที่บางแห่งอาจเป็นหอพัก โรงงาน หรือที่พักแรงงานซึ่งมีผู้พักอาศัยจำนวนมากอยู่แล้ว การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบเป็นรายกรณี เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวม”
พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี
ทำไม ? กทม.ต้องตรวจ “บัตรชมพู”
สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและถือบัตรสีชมพู หมายเลข 7 โดยให้รายงานจำนวนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกลับมายัง กทม.


เป้าหมายคือการตรวจสอบว่า การแจ้งย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านมีความถูกต้องและเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่ หลังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูลบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยบางแห่งมีจำนวนผู้มีชื่ออยู่ในบ้านเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่การเป็นที่พักแรงงาน หอพัก หรือบ้านเช่า ไปจนถึงกรณีที่ข้อมูลทะเบียนอาจไม่สอดคล้องกับการพักอาศัยจริง
ทั้งนี้ “บัตรสีชมพู หมายเลข 7” เป็นบัตรประจำตัวสำหรับบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่อยู่ในประเทศไทยตามระบบทะเบียนของรัฐ การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีบัตรดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ข้อมูลทะเบียนเป็นหนึ่งในฐานข้อมูลที่รัฐใช้ในการบริหารจัดการประชากรและตรวจสอบสถานะบุคคล
ดังนั้น กทม.จึงจะนำข้อมูลทั้ง 13 หลังที่พบจำนวนผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินเกณฑ์ไปตรวจสอบเพิ่มเติม โดยยึดข้อเท็จจริงและหลักฐานเป็นรายกรณี ไม่ได้ตั้งข้อสรุปล่วงหน้าว่ามีความผิด
พล.ต.อ.อดิศร์ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.ที่ต้องการให้การบริหารงานด้านทะเบียนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าตรวจสอบกรณีการแจ้งย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านที่อาจมีความผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
