เดินหน้าทบทวนระเบียบ บทบาท Caregiver & Home Health Care ขอเพิ่มอัตรากำลัง ปรับค่าตอบแทนให้เหมาะสม ‘รองผู้ว่าฯ ทวิดา’ ย้ำ 100 วันแรก เร่งเพิ่มฟีเจอร์แจ้งความต้องการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ได้ทันที บน Traffy Fondue พร้อมปรับระบบดูแลผู้ป่วยพึ่งพิง ผู้สูงอายุ ครอบคลุมทุกชุมชน
วันนี้ (21 ก.ค. 2569) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 4/2569 โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาอนุมัติโครงการสนับสนุนด้านสาธารณสุขเพื่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเสนอโครงการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
โดยภายใน 100 วัน จะดำเนินการเพิ่มฟีเจอร์ในแพลตฟอร์มรับแจ้งปัญหา ทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งความต้องการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ได้ทันที และขยายผลให้หน่วยงานสามารถเก็บข้อมูลผู้ป่วยติดเตียง หรือบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง และผู้ที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึง และเคลื่อนย้ายเมื่อเกิดภัยต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

พร้อมทั้งปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความรัดกุมอย่างถึงที่สุด เพราะเมื่อประชาชนแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งที่อยู่ผู้ป่วย และใบรับรองแพทย์
นอกจากนี้ยังทบทวนบทบาทของ Caregiver & Home Health Care โดยเตรียมหารือกับ สปสช. เพื่อทบทวนระเบียบและเพิ่มจำนวน Caregiver (ผู้ดูแลผู้ป่วย) ให้สมดุลกับผู้ป่วย Home Health Care ที่กรุงเทพมหานคร ดูแลอยู่กว่า 53,000 คน และปรับระบบให้เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลออนไลน์ ศูนย์บริการสาธารณสุข และพิจารณาปรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงให้เหมาะสม ไม่ติดขัดระเบียบเก่า รวมทั้งการขออัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ด้านกายภาพบำบัด ประจำศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาการจัดสรรวงเงิน เพื่อขยายการดำเนินงานด้านสุขภาพให้ครอบคลุมทุกชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร พร้อมเตรียมโครงการด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐานรองรับการตามความต้องการของชุมชน อาทิ การเต้นแอโรบิก, บาสโลบ และไทเก็ก รวมทั้งการสนับสนุนวิทยากร ครูผู้สอน โดยประสาน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร เช่น นักเวชศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์สุขภาพ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำหรับจัดทีมเจ้าหน้าที่นำออกกำลังกายและมหาวิทยาลัย โดยมีนักศึกษาจากคณะพยาบาลศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การกีฬา (โดยเฉพาะนักศึกษาปี 4 ที่ต้องฝึกงาน ทำโปรเจกต์) เข้ามาช่วยเป็นวิทยากร ซึ่งถือเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภายในกรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ต้องการพื้นที่ หรือกีฬาเพิ่มเติม เพื่อทำกิจกรรมประจำวัน โดยมอบหมายให้เขตสำรวจข้อมูลความต้องการของประชาชนส่งเข้ามา ก่อนการประชุมครั้งหน้า
ทั้งนี้ การพิจารณาในทุกวาระการประชุมในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร ในการกระจายทรัพยากรและงบประมาณลงสู่ระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยในภาวะพึ่งพิง ได้รับการดูแลรักษาสุขอนามัยอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมดำเนินให้แล้วเสร็จภายใน 100 วัน
