เร่งบังคับใช้ ‘กม.ชาติพันธุ์’ สู่รูปธรรม คาดตั้ง ‘สภาคุ้มครองชาติพันธุ์’ เสร็จ ก.ย.นี้ 

‘ซาบีดา’ รับปากเครือข่ายชาติพันธุ์ 14 กลุ่ม เร่งคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมวิถีชีวิต เดินหน้าตั้งขึ้นทะเบียน จัดทำฐานข้อมูล ตั้งสภาคุ้มครองชาติพันธุ์ หนุนภาษาแม่ หลักสูตรการศึกษาที่สอดคล้องวิถีชีวิต ดันการท่องเที่ยวสร้างเศรษฐกิจบนต้นทุนวัฒนธรรม  

เมื่อ ๆ เร็วนี้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ ลงพื้นที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 

นี่ถือเป็นครั้งแรก สำหรับการลงพื้นที่ของ ซาบีดา เพื่อพบตัวแทนเครือข่ายชาติพันธุ์ภาคเหนือ 14 กลุ่ม โดยได้สวมเสื้อยาวของชาติพันธุ์อาข่าที่นำมามอบเป็นที่ระลึกเพื่อให้การต้อนรับ  

ก่อนจะร่วมเต้น ป้อยเตเว ซึ่งเป็นการเต้นรำประจำปีของชนเผ่า ลาหู่ นิยมเต้นในช่วงที่เป็นเทศกาลปีใหม่ และงานเฉลิมฉลอง รวมถึงการต้อนรับแขกผู้มาเยือน จากนั้นได้เยี่ยมชมซุ้มนิทรรศการที่สะท้อนวิถีชีวิตวัฒความมั่นคงทางอาหาร ศักยภาพต้นทุนวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ 

เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ 14 กลุ่ม ชู 6 ประเด็นปัญหาเร่งด่วนสู่การแก้ไข ผ่านกลไก กม.ชาติพันธุ์ 

โดยตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์  14 กลุ่ม ได้แก่ คะฉิ่น, ดาราอาง, ไทใหญ่, ไทยอง, ปกาเกอะญอ, ปะโอ, โพล่ง, ม้ง, ลาหู่, ลเวือะ, ลีซู, อาข่า, อิ้วเมี่ยน และ ขมุ ได้ร่วมกันสะท้อนประเด็นปัญหาสำคัญ ต่อ รมว.วัฒนธรรม ใน 6 ประเด็นหลัก  ประกอบด้วย  

  • ปัญหาด้านการศึกษา

  • ปัญหาป่าไม้ที่ดิน

  • การขึ้นทะเบียนไร่หมุนเวียนกระเหรี่ยงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ

  • สถานการณ์ปัญหาของเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง

  • ปัญหาสถานการณ์กรณีสารพิษในแม่น้ำกก

  • การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กรณีการเหมารวมตีตราชาวม้ง 

ภายหลังรับฟังปัญหาและข้อเสนอ ชาบีดา ย้ำว่า การมี พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ปี 2568 ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ

“กฎหมายนี้ ไม่ใช่แค่คุ้มครองวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ แต่เป็นการคุ้มครองความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำยังไงให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเท่าเทียม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” 

ดิฉันเชื่อว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ได้ต้องการโอกาสอะไรที่พิเศษไปกว่าคนอื่น แต่ต้องการแค่โอกาสเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ แต่อาจจะถูกละเลย การที่เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ก็ถือว่าจะมีอีกเครื่องมือในการที่จะปกป้องสิทธิต่างๆ และทำให้ทุกๆคนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้”  

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ดันวิถีวัฒนธรรม-อัตลักษณ์ท้องถิ่น บรรจุลงหลักสูตร

ซาบีดา บอกด้วยว่า ตามที่ น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026 และตัวแทนเยาวชนต้นกล้าชาติพันธุ์ ได้สะท้อนเรื่องการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการที่พวกเขาสามารถที่จะใช้ภาษาของตนเองเพื่อเรียนรู้ ดังนั้นกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเอง ได้มีการหารือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ในการที่จะนำข้อมูลวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่นต่าง ๆ ของแต่ละพื้นที่ เพื่อบรรจุลงในหลักสูตร ผลักดันขับเคลื่อนให้มีการออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องแต่พื้นที่ แต่ละจังหวัดเพื่อที่จะไม่ให้วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นถูกละเลยถูกมองข้าม 

“วันนี้โลกเราหมุนกลับแล้วค่ะ หมุนกลับมามองวัฒนธรรมเป็นเรื่องสำคัญ เป็นทุนที่จะสามารถสร้างชาติสร้างประเทศได้ วันนี้ทั่วโลกกำลังพูดถึงวัฒนธรรม พูดถึงอัตลักษณ์ ถ้าเรานำความเป็นตัวตน อัตลักษณ์เป็นจุดขาย ไม่มีใครแข่งกับเราได้ เป็นจุดแข็งที่เราสามารถแข็งขันได้ในระดับโลก”  

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ประสานหลายหน่วยงานแก้ปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน

ในประเด็นเรื่องปัญหาที่ดิน รมว.วัฒนธรรม ยืนยันว่ารับทราบมาโดยตลอดในเรื่องพื้นที่ทำกินของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ซึ่งในหลายหลายพื้นที่ หลายจังหวัด มีปัญหาในลักษณะเดียวกันแต่ทราบว่า มีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งก็จะมีการประชุมหมู่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมชี้แนวเขต ว่าเขตนี้สามารถทำกินได้ จัดระเบียบพื้นที่ทำกิน โดยที่กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้โอกาสพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งทราบว่าทางคณะกรรมการ มีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามตนจะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมชาติพันธุ์ 

“กระทรวงวัฒนธรรมเป็นฝ่ายเลขาคณะกรรมการ โดยมีท่าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการฯ และมีหลายหน่วยงาน หลายกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงยุติธรรม, และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะหารือกันเพราะคราวที่แล้วมีการประชุมอย่างเข้มข้น เพื่อให้ พ.ร.บ.นี้ บังคับใช้ได้จริงและเกิดผลดีกับพี่น้องทุก ๆ ท่านสามารถที่จะเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ”

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ส่วนเรื่องการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษยย์ การลงข่าวที่สร้างความเข้าใจผิด อคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้ร้ายแบบเหมารวม ได้มีการทำหนังสือแจ้งไปที่สภาการสื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องของการใช้ถ้อยคำนั้นเห็นด้วยว่า ไม่ควรที่ไประบุว่ากลุ่มคนไหนเป็นผู้กระทำผิด ให้ระบุเป็นตัวบุคคล เพราะเราไม่สามารถที่จะเอาเรื่องนี้ให้สังคมมาพิพากษาได้ เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องชาติพันธุ์ ที่ได้รับผลกระทบ เพราะว่าสิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องของภาพลักษณ์ต่าง ๆ ที่จะถูกเผยแพร่ออกไป กระทรวงวัฒนธรรมจะมีหนังสือไปยังสำนักข่าว สื่อมวลชนทุก ๆ สำนัก ไม่ใช่แค่สำนักที่ลงข่าวพาดพิง อาจจะมีการครอบคลุมทุกสื่อ เพื่อให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกกลุ่ม

เล็งเดินหน้าขึ้นทะเบียน “ไร่หมุนเวียน” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

สำหรับประเด็น การขึ้นทะเบียนไร่หมุนเวียนกระเหรี่ยงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ ยืนยันอยู่ในลิสต์การเสนอขึ้นทะเบียนแล้ว แต่ต้องเรียนว่าการเสนอขึ้นทะเบียนนั้น สามารถขึ้นได้ปีเว้นปี ซึ่งต้องเป็นไปตามลำดับ ตามคิว ทั้งนี้ไม่ได้ละเลยเนื่องจากว่าการจะขึ้นทะเบียน สิ่งสำคัญจะต้องมีการบูรณาการเรื่ององค์ความรู้ให้มีความชัดเจน

“เราต้องสามารถที่จะตอบเวทีโลก ตอบยูเนสโกได้ว่าความเป็นมาความเป็นไปอย่างไร ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างไร ผลที่ได้รับนั้นมีประโยชน์อย่างไร อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาแล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การขึ้นทะเบียนไม่เกิดปัญหา”

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ประเมินความเสี่ยงมลพิษแม่น้ำกกกระทบวิถีวัฒนธรรม

อีกประเด็นสำคัญ เรื่อง สารพิษแม่น้ำกก ที่มีปัญหาตั้งแต่ปี 2568 ตอนนั้นตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูแลการประปาภูมิภาค ได้ให้ทาง ผอ. เขต หารือกับฝ่ายประเทศเมียนมา ให้ดูเรื่องของแหล่งการผลิตน้ำที่มีความปลอดภัย มีการเช็กว่าเรื่องของแหล่งผลิตน้ำอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบหรือไม่และปัจจุบันนี้ย้ายแหล่งให้มีความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชน

ส่วนเรื่องผลกระทบต่อวิถีชีวิต งานประเพณีต่าง ๆ อย่างสงกรานต์ จะรับไปเพื่อประเมินในเรื่องของความเสี่ยงทางวัฒนธรรม อันนี้เป็นตัวประเมินที่น่าสนใจที่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งถ้าเกิดว่าเรานำไปปรับใช้ได้จริงก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะว่าผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ใช่แค่คุณภาพชีวิต แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของความเชื่อมั่น เรื่องของภาพลักษณ์ของประเทศที่จะตามมา 

ในขณะที่ล่าสุดทางรองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้หารือกับทางเอกอัครราชทูตจีนแล้ว มีผู้แทนจากทางประเทศเมียนมา ประเทศลาว หลายประเทศที่รวมกลุ่มกันเพื่อวิเคราะห์ และก็หารือในเรื่องของแนวทางการแก้ไข 

“รัฐบาลไม่ได้ละเลยเพราะว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ เราจะนำไปเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ เราพยามที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกท่าน วันนี้มี พ.ร.บ.นี้แล้ว คุณภาพของทุกท่านต้องดีขึ้น การส่งเสริมวัฒนธรรมทุกคนต้องมองเห็น ทุกคนต้องรู้จัก”  

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ทั้งนี้ การที่ ครม.ไฟเขียว ควบรวมการท่องเที่ยว ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แน่นอนว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องมุ่งเน้นเรื่องของการหนุนเสริมต้นทุนทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นต้นทุนสำคัญ เดินหน้าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจบนฐานชุมชน ทั้งนี้ยังได้หารือกับรองนายกฯ ศุภจี เพื่อร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการหนุนเสริมยกระดับสินค้าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ 

ซาบีดา ยังระบถึงการสร้างความเข้าใจ ลบล้างอคติ กรณีที่มีการเหมารวมกลุ่มชาติพันธุ์เป็นต้นตอของไฟป่า และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ  โดยย้ำว่า 

“ความรู้ภูมิปัญญาของพี่น้องชาติพันธุ์แต่ละกลุ่ม มีองค์ความรู้ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมอยู่กับธรรมชาติได้ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยที่ไม่มีการทำลาย ที่สำคัญคือ เมื่อเขามีความรู้ความเข้าใจ เราก็ควรให้เขาเป็นผู้ถ่ายทอด เป็นผู้สื่อสารองค์ความรู้ และหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานภาครัฐ ก็ต้องช่วยกันกระจายเรื่องของความเข้าใจเหล่านี้ไปสู่วงกว้างมากที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีการรับรู้อย่างเข้าใจ โดยปราศจากอคติต่าง ๆ ต่อกลุ่มชาติพันธุ์”

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

เร่งขึ้นทะเบียน-ทำฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์
ตั้ง “สภาคุ้มครองชาติพันธุ์” ให้เสร็จสิ้นเดือน ก.ย.นี้ 

กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้กำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยจะเปิดรับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ผ่านระบบออนไลน์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นจะดำเนินการเลือกตัวแทนสมาชิกสภาและสรรหากรรมการผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสู่สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ครบองค์ประกอบ และพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบ

“ข้อเสนอจากพื้นที่จริงของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ เป็นโจทย์สำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรม จะนำไปจัดทำแผนแม่บทด้านชาติพันธุ์ของประเทศระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้แผนแม่บทนี้เป็นเครื่องมือบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและการแก้ปัญหาตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนชาติพันธุ์อย่างแท้จริง กฎหมายฉบับนี้คือหมุดหมายสำคัญในการยกระดับสังคมไทย เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืนค่ะ”  

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active