จดหมาย ป.ป.ช. ระบุ การลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง “รังสิมันต์ โรม” ถาม การเสนอแก้กฎหมาย เป็นอำนาจหน้าที่ของ สส. มันจะเป็นความผิด? ขณะที่ศูนย์ทนายความระบุปัจจุบันมีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 277 คน
(15 ก.พ 68) รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียหลังได้รับเอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชิญให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากรณีการเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112

โพสต์ของ รังสิมันต์ โรม มีเนื้อหาระบุว่า “ผมไม่สามารถเข้าใจได้ว่า การเข้าชื่อเสนอเพื่อแก้กฎหมาย มันจะเป็นความผิดได้อย่างไร ในเมื่ออำนาจนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ สส. รวมถึงก็ไม่มีบทบัญญัติใดๆ แห่งกฎหมายที่ระบุว่าการเข้าชื่อเสนอเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ การหาเสียงของพวกเราอดีตพรรคก้าวไกล ก็มีการส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกด้วย ผมยืนยันในการทำหน้าที่ของพวกเราว่าไม่มีทางที่จะผิดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างแน่นอน”
การได้เห็น ป.ป.ช. ขยันขันแข็งในการรวบรวมข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับ สส. ทั้ง 44 คน ท่ามกลางข้อครหาของ ป.ป.ช. ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องวิ่งเต้น ให้หลุดพ้นจากการถูกร้องถอดถอนในกรณีที่เป็นข่าวล่าสุด มันจึงเป็นเรื่องที่ตลกร้ายต่อพวกเราจริงๆว่าองค์กรอย่าง ป.ป.ช. ที่มีชนักติดหลังแบบนี้ มีข้อครหาที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดจริยธรรม จะเข้ามาตรวจสอบนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งและใช้อำนาจหน้าที่นั้นเพื่อแก้ไขกฎหมายได้อย่างไร
ยังไม่นับว่าพวกเรา สส. ฝ่ายค้านที่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบบรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลาย ได้เคยร้องหลากหลายกรณีไปยัง ป.ป.ช. กลับพบว่ามีความคืบหน้าน้อยมาก ขณะที่คดีที่เกิดขึ้นต่อพวกเรากลับรวดเร็วปานดังกามนิตหนุ่ม ได้แต่สงสัยว่ามาตรฐานของ ป.ป.ช. นั้นเป็นอย่างไรกันแน่
สุดท้ายนี้ผมได้รับหนังสือฉบับนี้ในวันมาฆบูชา ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ และหลังจากนั้นนายสุชาติก็ได้รับการโปรดเกล้าเป็นประธาน ป.ป.ช. ก็ขอแสดงความยินดีด้วย หากคดีนี้มีความคืบหน้าอย่างไรผมจะได้แจ้งให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบกันอีกที ส่วนตัวผมทราบดีว่าเวลาของผมคงจะมีอีกไม่มากระหว่างนี้ก็คงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่
และมีรายงานว่า ป.ป.ช. ได้ทยอยส่งข้อกล่าวหาให้ 44 สส.แล้ว โดยแต่ละคนได้รับแจ้งไม่เหมือนกันตามฐานความผิดในชั้นสอบสวน

ซึ่งข้อกล่าวหานี้สืบเนื่องมาจาก ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระได้ ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่ 2 ก.พ. 2567 ขอให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับ สส.พรรคก้าวไกลในขณะนั้น จำนวน 44 คน ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นอกจากกรณีนี้แล้ว ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ยังเคยร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล ร้องให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พ้นจากหัวหน้าพรรค รวมไปถึงยื่นคำร้องว่า ทักษิณ เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย
ขณะที่ จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เริ่มมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 63 – 3 ก.พ. 68 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 277 คน ใน 309 คดี