สมาคมนักข่าวฯ ออกแถลงการณ์ จี้ กกต.ทบทวนฟ้องช่างภาพสื่อ

ย้ำ สื่อมวลชนแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รายงานข่าวต่อสาธารณะ เป็นสิทธิเสรีภาพ ที่ถูกรับรองตามรัฐธรรมนูญ และหลักสิทธิมนุษยชนสากล หวั่น บังคับใช้กฎหมายกระทบต่อการทำหน้าที่สื่อ วอน พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน คำนึงถึงเจตนาสุจริตของสื่อมวลชน ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพการรับรู้ข่าวสารของประชาชน

วันนี้ (27 ก.พ. 69) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วงต่อกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของ SPACEBAR จากกรณีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และถูกกล่าวหาว่าพยายามถอดรหัสคิวอาร์โคดและบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้ใช้สิทธิ เหตุเกิดระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

สมาคมฯ ย้ำว่า ตระหนักและเคารพต่อหลักเกณฑ์ของ กกต. รวมถึงหลักการรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงอันเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน โดยต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง กับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาชีพเพื่อรายงานข้อเท็จจริงและตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

จึงเห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งมีบทลงโทษสูง หากมิได้พิจารณาเจตนาและบริบทของการทำหน้าที่อย่างรอบด้าน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสารสาธารณะ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย

เสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และรายงานข่าวต่อสาธารณะ เป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล การบังคับใช้กฎหมายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ดังกล่าวจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และต้องไม่ถูกใช้ในลักษณะที่อาจตีความได้ว่าเป็นการจำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อ

สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริตของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนควบคู่กันไป สมาคมฯ หวังว่า กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อด้วยความรอบคอบ โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

ย้อนเหตุ กกต.ฟ้องคดีประชาชน เลือกตั้ง 69

กรณีที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69 กกต. มอบหมายให้ ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการฯ กกต. เข้าแจ้งความกองปราบปราบ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โคด บาร์โคด บนบัตรเลือกต้้ง ทั้งแบบเขตและเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หนูเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่่ผานมา โดยบุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีมีจำนวน 6 คน ประกอบไปด้วย

  1. ธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม

  2. ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain

  3. ชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black

  4. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง

  5. พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน

  6. ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar

โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มาตรา 209, มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (อ่านเพิ่ม : เปิด 6 รายชื่อ กกต.ฟ้องปมถ่ายภาพถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง)

ก่อนหน้านี้จาก กรณีที่ประชาชนออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จ.ชลบุรี ก็นำไปสู่การที่ ประยูร วัฒนศิริบรรจง ในนามผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ให้ดำเนินคดี กับประชาชนรวม 3 คน ได้แก่ กนกวรรณ สร้อยสน และ มนัสนันท์ กรเกษม ถูกแจ้งความ ในฐานบุกรุก, ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกล่าวหาว่าเข้าไปยังสถานที่รวมคะแนนการเลือกตั้ง และร่วมกดดันเอาใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 ไปจากครอบครอง ทำให้ผู้แจ้งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ เบญจพร สุขสว่าง เป็นอีกคนที่ถูกแจ้งความในฐาน เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งหีบบัตรเลือกตั้ง” ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และความผิดฐาน “บุกรุก” กรณีได้ทำการเปิดหีบเลือกตั้ง

โดยทั้ง 3 คน ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ หากมีการดำเนินคดีก็พร้อมต่อสู้ และยืนยันการติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยสงบเรียบร้อย เป็นการใช้เสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและทำหน้าที่ของพลเมืองในการพิทักษ์ประชาธิปไตย พร้อมยังแจ้งความกลับต่อผู้กล่าวหา (อ่านเพิ่ม : 3 ประชาชน ที่ถูก กกต.ชลบุรี แจ้งความ เข้ายื่นหนังสือตำรวจ ยืนยันเข้าติดตามเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ตามหน้าที่พลเมือง พร้อมแจ้งความกลับ)

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active