นายกฯ แถลงนโยบาย ย้ำ ขับเคลื่อนประเทศให้มั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ โลกเชื่อมั่น

‘นายกฯ อนุทิน’ นำ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ลั่น ยึดประโยชน์ประเทศ ประชาชน ทำตามกรอบวินัยการเงินการคลัง มุ่งต่อยอดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกติกาและขั้วอำนาจของโลก พร้อมเดินหน้าเยียวยาประชาชน กลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากโลกที่ไม่แน่นอน

วันนี้ (9 เม.ย.69) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงหลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดยจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

  1. พิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

  2. ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ

  3. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สำหรับสาระสำคัญของนโยบายที่แถลง ได้หยิบยกถึงสถานการณ์ของโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันดิบทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและพลังงานในประเทศไทยที่มีมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ และไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ โดยรัฐบาลพยายามบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินเมื่อมีอำนาจโดยสมบูรณ์ จะเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน โดยจะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เร่งประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายและจัดทำกฎหมายโอนเงินงบประมาณประจำปี 2569 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

พร้อมทั้งเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบให้สามารถดำรงชีพได้ ขณะเดียวกันเตรียมหารือกับผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้าและส่งออก เจรจากับประเทศคู่ค้าเพิ่มการตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป รวมถึงการเร่งจัด ทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้บังคับใช้ตามปฏิทินงบประมาณ ตั้งเป้าที่จะปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

นอกจากนี้ยังประเมินฉากทัศน์และความท้าทายในการพัฒนาของประเทศที่ปัจจุบันกำลังเผชิญกับภัยต่าง ๆ ที่เป็นแรงกดดันและบั่นทอนศักยภาพในการเติบโตของประเทศ ที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งภัยด้านเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม-ความมั่นคง โดยรัฐบาลมุ่งหมายที่จะต่อยอดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกติกาและขั้วอำนาจของโลกที่ไม่มีความแน่นอน

รัฐบาลวางยุทธศาสตร์การปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ หรือ คลัสเตอร์ การทำงานแบบมีเป้าหมายและตัวชี้วัดโดยยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก พร้อมทั้งทำหน้าที่รวมพลังกับภาคเอกชนและประชาชน และปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน พัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐนำไปสู่บริการของภาครัฐระบบดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ แม่นยำ รวดเร็วโปร่งใสตรวจสอบได้

รัฐบาลกำหนดนโยบายสำคัญที่แก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสและทำให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางด้านเศรษฐกิจ -ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม-ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

นายกฯ ยังย้ำว่า การบริหารแผ่นดินของรัฐบาลจะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้งภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ด้วยความรอบคอบส่งเสริมให้เกิดการบริหารสินทรัพย์ภาครัฐให้มีความคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้ และส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชนและลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว

“กระผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่าความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศกำลังเผชิญในวันนี้และอนาคตอันใกล้เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ หากหยุดนิ่งยิ่งจะทำให้ประเทศถดถอย รัฐบาลพร้อมจะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาและนำพาประเทศก้าวสู่การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายในคนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย”

อนุทิน ชาญวีรกูล

  • อ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาล ฉบับเต็ม

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active