ย้ำ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คืนสภาฯ ไม่เป็นไร ขอแค่รัฐบาลมีไทม์ไลน์ แถลงให้ชัด จะเอายังไง ประชาชนจะได้เตรียมตัวมีส่วนร่วม
ถึงแม้ว่า พรรคประชาชน จะแถลงเรียกร้องเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ให้ที่ประชุม ครม. ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ที่ค้างอยู่ในสภาฯ เพื่อให้สภาฯ พิจารณาต่อ ภายในกรอบ 60 วัน แต่สุดท้ายการประชุม ครม.วันนี้ (12 พ.ค. 69) ก็ไม่ได้รับรองร่างฯ ดังกล่าวให้สภาฯ ได้พิจารณาต่อ
หลายฝ่ายเคยตั้งข้อสังเกตว่า พรรคภูมิใจไทย เคยทำ MOA ไว้กับ พรรคประชาชน ว่าจะเดินหน้าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากต้องเริ่มต้นกันใหม่จะใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วจะสวนทางกับผลประชามติ 21 ล้านเสียงที่ เห็นชอบ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ?
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหาร iLaw วิเคราะห์ใน รายการตรงประเด็น Thai PBS ว่า ร่างทั้ง 2 ฉบับที่พิจารณากันไปเมื่อปลายปี 2568 เป็นร่างที่เกิดจากการทำ MOA ระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่า ตอนนั้นไม่ค่อยพร้อม และพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่ เพราะถ้าไม่ทำจะไม่ได้เป็นรัฐบาล จริง ๆ ยังมีจุดอ่อนหลายอย่าง โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ คือ ถ้าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วผู้ร่างจะมีที่มาอย่างไร เรื่องนี้ต้องถกเถียงกัน และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แต่ว่าฉบับที่ถกเถียงกันตอนนั้น ก็มีความรีบร้อน และมีความเห็นไม่ตรงกัน

“การที่ร่างฯ ฉบับเดิมไม่ได้เอาพิจารณาต่อ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเอากลับมาต่อ ก็คือการเอาสิ่งที่ค้างคา รีบเร่ง ภายใต้บรรยากาศทางเมืองเมื่อปลายปี 68 ดันกลับมา แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะกระบวนการการร่างรัฐธรรมนูญูฉบับใหม่ จะตอบสนองประชาชนจริงหรือไม่”
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ยิ่งชีพ บอกอีกว่า สิ่งที่ติดใจคือ ในเมื่อผ่านประชามติแล้ว ก็ต้องเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ตามผลของประชามติ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ก็พูดมาตลอดว่าพร้อมทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยพรรคเองก็มองว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งตอนนี้ครั้งที่ 1 ผ่านไปแล้ว เป็นแนวทางที่ภูมิใจไทยต้องการทั้งนั้น เมื่อมาถึงวันนี้แล้วต้องบอกว่าการไปถึงรัฐธรรมนูญใหม่นั้นไม่ง่าย ไม่ใช่มาถึงแล้วรัฐบาลทำเลย แต่ต้องมีกระบวนการทำประชามติอย่างน้อยอีก 2 ครั้ง ต้องมีกระบวนการเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ต้องมีกระบวนการหาผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม และในกระบวนการทำร่างใหม่ต้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยกันเสนอแนะ ออกความเห็น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องการการสนับสนุนจากประชาชนสูงมากในช่วงเวลาที่จะเกิดขึ้น 2 – 3 ปีนี้
ทั้งนี้หากรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตั้งใจจะทำจริง ๆ และต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง ๆ ก็ต้องแถลงไทม์ไลน์แนวทางมาว่าช่วงเวลาไหน เดือนไหน จะทำอะไร เสนอร่างแก้ไขเดือนไหน ประชามติครั้งที่ 2 จะทำเดือนไหน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เพราะตอนนี้ไม่เห็นอะไรเลย
“เขาบอกว่าเมื่อถึงเวลาที่พร้อมก็จะทำ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ แล้วพอจะทำขึ้นมาประชาชนก็ไม่ได้เตรียมตัว เดี๋ยวก็มีประชามติปุ๊บปั๊บเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีก คนก็ทำความข้าใจไม่ทัน แล้วข้างจะยากกว่านี้ รายละเอียดที่ประชาชนต้องตัดสินใจก่อนไปออกเสียงจะเยอะกว่านี้”
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ส่วนร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนก่อนหน้านี้ ยังรอ Roadmap อยู่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีโมเดลในใจจากที่ทำงานเรื่องนี้กันมาหลายปี เห็นว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ต้องสมัครได้ ไปโหวตได้ และสุดท้ายการเลือกจะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ต้องสามารถถกเถียงกันได้ ยืดหยุ่นได้
“ถ้าหากว่าแนวโน้มรัฐบาลจะไม่เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เราก็จะต้องเข้าชื่อกันเสนอ ซึ่งตอนนี้พร้อมแล้ว เพียงแค่ต้องการเห็น Roadmap เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มเข้าชื่อกันได้เมื่อไหร่ เพราะถ้าเข้าชื่อไว้วันนี้แล้วยื่นไป ถูกค้างไว้ 2 ปีก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าแนวโน้มรัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งมีความสอดคล้องกัน เราก็ไม่ต้องเสนออะไร หากรัฐบาลมีความชัดเจน เราก็พร้อมขยับเหมือนกัน”
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
ผู้อำนวยการบริหาร iLaw ย้ำว่า หากร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับถูกตีตก ไม่นำไปพิจารณาต่อ ขั้นตอนหลังจากนี้ก็อาจจะไม่เร็ว เพราะถ้านำของเก่ากลับมาพิจารณาต่อก็อาจจะย่นเวลาถกเถียงกันไปได้สัก 3-4 เดือน แต่ถ้าเริ่มว่างแผนกันว่าจะเสนอใหม่เมื่อไหร่ อย่างช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้ ก็คิดว่าช้าไปไม่มากเท่าไหร่ พอรับได้ แต่ถ้าภายในช่วง 2-3 เดือนนี้รัฐบาลใหม่ไม่พูดอะไร ไม่ได้เสนออะไรเลย มองว่าจะมีปัญหา
“ถ้าเทียบกับสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปี 2566 ไม่กี่เดือนก็แถลง Roadmap เลยว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ไม่สำเร็จ หรือตอนที่คุณอนุทินขึ้นมาเป็นนายกฯ ใหม่ ๆ เมื่อปลายปีที่แล้วก็มี อ.บวรศักดิ์ มือกฎหมายออกมาแถลงละเอียดว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร แต่ในรัฐบาลอนุทิน 2 ก็ควรมีคนที่รู้เรื่องนี้ที่สุดมาแถลงให้ชัดว่ากระบวนการมีรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นอย่างไร ประชาชนจะได้เตรียมตัวมีส่วนร่วมได้ ไม่ใช่นิ่ง ๆ เฉย ๆ แล้วปล่อยให้ร่างเดิมตกไป แล้วออกมาบอกว่าให้ไปแก้ปัญหาอื่นก่อน อย่างนี้เรียกว่าเพิกเฉยไม่ทำอะไร”
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
