‘นายกฯ อนุทิน’ ย้ำ ทุกอย่างเป็นไปตามการสืบสวน สอบสวนหาข้อเท็จจริง ปัดมีส่วนเกี่ยวข้อง ด้าน iLaw เปิดข้อมูลจากปากคำพยาน ชี้พฤติการณ์ มีส่วนเกี่ยวข้องขบวนการทุจริตการเลือก สว. ชงฝ่ายค้านตรวจสอบข้อมูลต่อ
วันนี้ (21 ก.ค. 2569) ที่รัฐสภา ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ยื่นหนังสือถึง พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประธานวิปฝ่ายค้าน) ให้ช่วยตรวจสอบบุคคลในฝ่ายรัฐบาล หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ช่วงปี 2567
โดย iLaw ได้รวบรวมข้อมูลทั้งจากการลงพื้นที่ติดตามและจากปากคำพยาน สรุปได้ออกมาเป็น รายชื่อบุคคลสำคัญของรัฐบาลรวม 9 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการเลือก สว. และได้เสนอให้ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่ โดยบุคคลที่เชื่อว่ามีส่วนร่วม หรือรู้เห็นในการทุจริตในการเลือก สว. ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ ประกอบด้วย

นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 1: ข้อมูลจากผู้สมัคร สว. กลุ่ม 14 (กลุ่มสตรี) เปิดเผยว่า หลังผ่านการเลือกระดับจังหวัดเพื่อเข้าสู่ระดับประเทศแล้ว ได้เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อพบและพูดคุยกับนักการเมืองคนดังกล่าว เกี่ยวกับการเลือก สว. และได้มอบหมายให้เลขานุการ แจ้งหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการประสานงานเรื่องการเลือก สว. ให้ ซึ่งเป็นหมายเลขของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย และได้โทรศัพท์ประสานงานกันต่อหลังจากนั้น ซึ่งพยานได้ถ่ายรูปคู่กับทั้ง 2 คน ที่รัฐสภาไว้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีพยานให้การว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ได้พบเห็นนักการเมืองคนนี้ ไปที่โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงเพาเวอร์ ช่วงหลังการเลือก สว. ระดับประเทศ โดยอยู่ร่วมกับผู้ที่เพิ่งได้รับคัดเลือกเป็น สว. มากกว่า 100 คน เพื่อประชุมร่วมกัน โดยหลังการประชุมพบข้อสรุปว่า จะเลือกใครเป็นประธานและรองประธาน สว.
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 2: การประชุมร่วมกันของผู้สมัคร สว. หลายคน ที่โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ได้มีผู้สมัคร สว. คนหนึ่งประกาศในที่ประชุมว่า เป็นคำสั่งของนักการเมืองคนดังกล่าวให้แบ่งรายชื่อให้ชัดเจน จากนั้นจึงมีการโทรศัพท์ไปแจ้งว่ามีการจัดทำบัญชีรายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว แล้วจะนำส่งให้รับทราบข้อมูล ซึ่งต่อมาผู้สมัครคนที่ทำหน้าที่ประสานงานนั้นได้รับเลือกเป็น สว.
พยานยังเล่าว่า ก่อนวันเลือกระดับประเทศมีการนัดหมายให้ผู้สมัคร สว. ระดับประเทศราว 100 คนมารวมตัวกันที่โรงแรมธารา แกรนด์ ปทุมธานี โดยมีการจัดเตรียมห้องพักไว้ให้แล้ว พยานเล่าว่า ได้รับคำสั่งให้อยู่ในห้องพักและจะมีบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนของนักการเมืองคนนี้ และทีมงานของพรรคภูมิใจไทยจะนำเงินค่าตอบแทนมาให้ สุดท้ายไม่ได้รับเงินสด แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. หลังการเลือกเสร็จสิ้น
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 3: พยานซึ่งเป็นอดีต สส.พรรคภูมิใจไทย ทราบจากเพื่อน สส. พรรคภูมิใจไทยว่าช่วงเดือนเมษายน 2567 มีการวางแผนของพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. โดยมีแกนนำคือนักการเมืองคนนี้ พร้อมกับทีมคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่
มีพยานเล่าว่า คนกลุ่มดังกล่าวนำระเบียบและข้อบังคับมาศึกษาวิเคราะห์และจัดทำระบบปฏิบัติการขึ้นมาผ่านโปรแกรม offline ซึ่งแผนดังกล่าวถูกนำเสนอในการประชุมกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเกินครึ่งหรือมากกว่า 100 คน และมีการวางแผนให้ได้ สว. อย่างน้อยกลุ่มละ 6 คน
แผนการดังกล่าว คณะทำงานซึ่งพยานทราบว่าเป็นทีมงานของนักการเมืองคนดังกล่าว ได้เสนอต่อผู้ใหญ่ของพรรค ขอค่าสนับสนุนผู้สมัครคนละ 4,000 บาท และสำหรับผู้สมัครระดับอำเภอที่ผ่านไปสู่ระดับจังหวัด อำเภอละ 3 คน ขอค่าสนับสนุนคนละ 10,000 บาท และสำหรับผู้สมัครที่ผ่านเข้าไปสู่ระดับประเทศจะได้รับเงินสนับสนุนรายละ 40,000 บาท โดยมีผู้ช่วย สส. ของนักการเมืองคนนี้เป็นผู้ดำเนินการตามแผนงาน
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 4: ช่วงก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศ ผู้ช่วยดำเนินงาน สส. ของนักการเมืองคนนี้ซึ่งได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน ได้ขับรถพาหนึ่งในผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอ่างทอง ไปที่โรงแรมวังยาว ริเวอร์ จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นที่ประชุมร่วมกันของผู้สมัคร สว. จำนวนหนึ่ง จากนั้นขับรถต่อไปที่โรงแรมมารวย การ์เด้น เพื่อลงทะเบียนเปิดห้องพัก โดยใบเสร็จของโรงแรมออกในชื่อของผู้ช่วย สส.
ผู้สมัคร สว. จากจังหวัดอ่างทองที่เข้ารอบระดับประเทศจำนวนหนึ่งเดินทางจากจังหวัดอ่างทองมาพักที่โรงแรมมารวย การ์เด้น ในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก่อนการเลือกระดับประเทศเพียงหนึ่งวัน
นอกจากนี้ยังข้อมูลพบว่า มีชื่อเลขานุการส่วนตัวของนักการเมืองคนดังกล่าว เป็นผู้เข้าพักที่โรงแรมมารวย การ์เด้น ด้วย

นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 5: โดยพบว่าสมัยที่นักการเมืองคนนี้เป็นรัฐมนตรี ในช่วงปี 2562-2566 ได้แต่งตั้งให้คน ๆ หนึ่ง ซึ่งมีพยานระบุว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีทำงานร่วมกัน ภายหลังคน ๆ นี้ ได้รับเลือกเป็น สว. ชุดนี้ด้วย
มีพยานที่เล่าว่า ภรรยาของนักการเมืองคนนี้ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ สว. ชุดนี้ ซึ่งลูกชายของ สว.คนดังกล่าว เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัคร สว. หลายสิบคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวิน และมีพยานอีกคนบอกว่า ได้พบเห็นภรรยาของนักการเมือง พร้อมด้วยลูกสาว เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมโพยการเลือก สว. ที่โรงแรมธาราแกรนด์ จังหวัดปทุมธานี ในช่วงก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศไม่กี่วันอีกด้วย
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 6: โดยในช่วง 2-3 วันก่อนวันเลือก สว. ระดับประเทศ มีผู้สมัคร สว. จำนวนหนึ่งได้เข้าพบกับนักการเมืองคนนี้ ที่ห้องทำงาน โดยเป็นผู้สมัคร สว. ในกลุ่มเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรจากหลายจังหวัด ซึ่งมีการทำความตกลงกันว่า หากได้รับเลือกเป็น สว. แล้วจะต้องทำอย่างไร และมีการบังคับให้ผู้สมัคร สว. ลงชื่อในใบลาออกจากตำแหน่ง สว. เอาไว้ล่วงหน้า
ในชั้นสอบสวนมีพยานยืนยันว่า มีผู้สมัคร สว. กลุ่มหนึ่งได้เข้าพบกับนักการเมืองคนนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวจริง แต่เป็นนัดหมายเพื่อพูดคุยเรื่องอื่น และเขาได้ปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่อง สว. เพราะกฎหมายห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยว
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 7: มีพยานบอกเล่าว่าได้ไปพบกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ช่วยเรื่องการสมัคร สว. แล้วเลขานุการของผู้บริหารพรรคคนนี้ได้ให้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับการประสานงานเป็นหมายเลขของนักการเมืองคนดังกล่าว
นอกจากนี้ มีพยานที่เปิดเผยว่าได้รับการชักชวนสามีของนักการเมืองคนนี้ให้ไปสมัคร สว. และได้มอบเงินให้ 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ ซึ่งระหว่างกระบวนการได้ไปร่วมประชุมกับผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่รีสอร์ท
ยังมีพยานที่เป็นผู้สมัคร สว. พูดถึงอดีตนายก อบต. ที่เป็นผู้ชักชวนและจัดหาคนไปสมัคร สว. ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 8: ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ก่อนการสมัคร สว. มีเงินโอนเข้าบัญชีของนักการเมืองคนนี้ 500,000 บาท ซึ่งผู้โอนอธิบายเพียงว่า เป็นการยืมเงินกันเท่านั้น และมีพยานซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ได้รับการติดต่อจากผู้ช่วยของนักการเมืองคนนี้ เพื่อให้ช่วยลงคะแนนในการเลือก สว. ในอำเภอวิภาวดี พร้อมจ่ายเงินเป็นเงินสดให้ 3,000 บาท ก่อนวันเลือกระดับอำเภอ และได้รับอีก 2,000 บาทก่อนวันเลือกระดับจังหวัด และยังมีพยานอีกคนที่เล่าถึงการพาคนมากกว่า 10 คนไปสมัคร สว. ที่อำเภอท่าฉางด้วย
นอกจากนี้ เสมียนศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินอีกหนึ่งคน และมีประวัติการโอนเงินหลักหมื่นและหลักแสนบาทหลายครั้งระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2567 ซึ่งการโอนเงินหลายรายการ เป็นการโอนไปให้กับผู้สมัคร สว. ด้วย
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล คนที่ 9: พยานที่สมัคร สว. ในจังหวัดนครพนม เล่าว่า หลังผ่านเข้าสู่รอบระดับประเทศแล้วได้รับการติดต่อจากผู้สมัครคนหนึ่ง ซึ่งภายหลังได้รับเลือกเป็น สว. ให้ไปร่วมประชุมที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้พบกับนักการเมืองคนนี้ พร้อมกับผู้สมัคร สว. อีกหลายคนในห้องประชุม ในการประชุมนั้นมีการสั่งให้ตีตาราง และจดหมายเลขของผู้สมัคร สว. ตามคำสั่ง หรือการจัดทำโพยในการออกเสียง
ขณะที่พยานอีกคนที่อยู่ในห้องประชุมเดียวกันก็ให้การทำนองเดียวกัน และยังเพิ่มเติมข้อเท็จจริงว่า เมื่อเขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกระบวนการดังกล่าว นักการเมืองคนนี้ก็ได้เชิญออกไปคุยด้านนอกในลักษณะเกลี้ยกล่อมให้อยู่ร่วมในกระบวนการเพื่อเลือก สว. ต่อ
อย่างไรก็ตาม เขาได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนของดีเอสไอในชั้นสอบสวน ยอมรับว่า เดินทางไปที่โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงวันเวลาที่มีการประชุมกันจริง โดยไปให้กำลังใจกลุ่มผู้สมัคร สว. ของจังหวัดนครพนม และได้เข้าสังเกตการณ์กระบวนการแนะนำตัวโดยไม่เห็นการทำโพยฮั้วที่โรงแรมดังกล่าว
“อนุทิน” ยันตัวเองไม่เกี่ยว รายชื่อเอี่ยวฮั้ว สว.
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.05 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ iLaw ยื่นเอกสารร้องวิปฝ่ายค้าน พร้อมเปิดชื่อ 9 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ที่โยงคดีฮั้วสว. ว่า ยังไม่เห็นข่าว
เมื่อถามว่า มีการเปิดรายชื่อเป็นนักการเมืองของพรรคภูมิใจไทยเลย อนุทิน ถามกลับว่า “เหรอ…ทุกอย่างเป็นไปตามการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง”
เมื่อถามถึงการระบุชื่อด้วยนั้น นายกฯ ตอบว่า “เหรอ…ก็แสดงว่าข้อมูลเชื่อถือไม่ได้” ก่อนจะหัวเราะ แล้วบอกว่า “ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร”
