‘ชัชชาติ’ ทุบสถิติตัวเอง นั่งเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง

เตรียมจัดทำยุทธศาสตร์ลุยงานต่อ เร่งแก้จุดอ่อนปัญหาความโปร่งใสไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ประกาศพร้อมร่วมทำงานกับ ส.ก.ทุกฝ่าย ​ ด้านผลการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคประชาชน นำ 22 ที่นั่งตามมาด้วยกลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง

วันนี้ (28 มิ.ย.2569) จากการรายงานคะแนนเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.2569” อย่างไม่เป็นทางการ ​ณ เวลา 21.35 น. ซึ่งนับคะแนนได้ 94.99% ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครในนามอิสระ ได้คะแนนสูงสุด 1,444,914 คะแนน มากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 กลายเป็นว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ในขณะที่อันดับสองได้แก่ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้คะแนน 288,171 คะแนน และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชนเป็นอันดับสาม ได้คะแนน 176,934 คะแนน

ส่วนผลการเลือกตั้ง ส.ก. ขณะที่ภาพรวมผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขตของกรุงเทพฯ (อย่างไม่เป็นทางการ) มาจาก 6 กลุ่มการเมือง ได้แก่

▪️พรรคประชาชน 22 เขต

▪️กลุ่มคนทำงาน 11 เขต

▪️พรรคประชาธิปัตย์ 8 เขต

▪️กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 4 เขต

▪️กลุ่มอิสระ 3 เขต

▪️กลุ่ม Better Bangkok 2 เขต


​ชัชชาติ แถลงภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้งเกิน 50% โดยกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งคนที่เลือกและไม่ได้เลือกให้ตน พร้อมทั้งขอบคุณทุกคนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะถือว่าเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ขณะที่รอประกาศจาก กกต.อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ สิ่งแรกที่ทำคือนำนโยบาย 250 นโยบาย มาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ และจัดลำดับความสำคัญ รวมถึงเรื่องที่ประชาชนกังวลในการเรื่องเลือกตั้งทั้งความโปร่งใส ทุจริตคอร์รัปชันที่ยังดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

“ไม่ใช่ชัยชนะ เป็นคำสั่งประชาชน รู้ว่างานหนัก วันนี้ไม่ใช่เวลาที่มาเฉลิมฉลองกัน แต่เป็นเวลาที่ต้องเตรียมตัว คิดให้ถี่ถ้วนสิ่งที่ต้องทำให้เข้มข้นต่อไป”

ชัชชาติ ยังระบุว่า ​ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชนโทรศัพท์มาแสดงความยินดี พร้อมฝากนโยบาย เรื่องศูนย์เด็กเล็ก การป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ยืนยันว่ายังทำงานร่วมกันกับทุกคน และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนากรุงเทพฯ โดย เชื่อว่า กทม. เดินหน้าได้เพราะทุกคน จับมือเดินไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม กรณีความเป็นห่วงเรื่องความโปร่งใสและการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน ถือเป็นเป็นจุดอ่อนที่จะต้องนำไปปรับปรุง เราต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน คีย์เวิร์ดสำคัญของตนเองยังคงเป็นทำงาน ทำงาน ทำงาน กำจัดจุดอ่อน เน้นย้ำความโปร่งใส และปราบปรามการทุจริต เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้จากทุกพรรคทุกฝ่าย ทีมงานทุกคนที่มาทำงานนี้ ไม่ได้หวังอำนาจวาสนา แต่หวังที่จะมาแก้ไขปัญหา



ด้าน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ทุกคะแนนเสียงที่มอบสัญญาร่วมกันผ่านการคูหาเลือกตั้ง โดยเป็นคะแนนที่มาจากความบริสุทธิ์ใจของทุกคน และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า พลังเงียบและคะแนนบริสุทธิ์เหล่านี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะเห็น กทม. เกิดการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาการหาเสียงประมาณ 30 วันที่ผ่านมา ตนและทีมงานทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ และดำเนินยุทธศาสตร์การหาเสียงอย่างเต็มกำลังแล้ว ในเมื่อผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงอยากฝากข้อคิดเห็นไปยังผู้ชนะการเลือกตั้งและผู้นำคนใหม่ ให้ช่วยพิจารณาหยิบยกเอานโยบายที่ดีและมีประโยชน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งรายอื่น ๆ ไปปรับใช้ขับเคลื่อน กทม.ด้วย

ขณะที่ ชัยวัฒน์ กล่าวขอบคุณชาว กทม.ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตนและ ส.ก.จากพรรคประชาชน โดยขอแสดงความยินดีกับ ชัชชาติ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะมี ส.ก.จากพรรคประชาชนเข้าไปทำงานในสภาฯ กทม. และหวังว่านโยบายของเราจะได้รับการผลักดัน และทำให้คุณภาพชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ดีขึ้น



Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active