สธ. เคลียร์ปมข้อมูล ‘หมอพร้อม’ ไม่ตรง ชี้ Human Error ยันไร้ทุจริตเบิกจ่าย

ย้ำระบบ ‘หมอพร้อม’ ปลอดภัยสูง เป็นเพียงหน้าต่างแสดงผลข้อมูลจากหน่วยบริการ ระบุ ขณะนี้พบคำร้องแจ้งข้อมูลคลาดเคลื่อนกว่า 13,000 รายการ เบื้องต้นตรวจสอบกรณีตัวอย่างใน จ.ร้อยเอ็ด ปทุมธานี พบความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลเจ้าหน้าที่ การสื่อสารในงานตรวจคัดกรองเชิงรุก ไม่พบการเบิกจ่ายงบประมาณเท็จ หรือการทุจริต

วันนี้ (31 ก.ค. 2569) นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ข้อมูลสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและความถูกต้องของข้อมูลมีความสำคัญต่อการรักษาพยาบาล หลังได้รับข้อร้องเรียน กระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อสั่งการให้ตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อตรวจสอบอย่างเร่งด่วนและโปร่งใส

“ระบบหมอพร้อมทำหน้าที่เป็นหน้าต่างแสดงผลข้อมูลสุขภาพ ดังนั้น การตรวจสอบของกระทรวงฯ จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวแอปพลิเคชัน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ การส่งข้อมูล การเชื่อมโยงฐานข้อมูล ไปจนถึงการแสดงผล เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขอย่างเป็นระบบ” 

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา

เผยรับร้องเรียนแล้ว 13,000 รายการ เตรียมเร่งแก้ใน 1-2 สัปดาห์

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ตนเข้ามากำกับดูแลการตรวจสอบกรณีนี้ ประกอบด้วย

  1. เสถียรภาพของระบบ แอปฯ หมอพร้อมใช้งานมานานกว่า 5 ปี บันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 กว่า 140 ล้านโดสอย่างแม่นยำ ตัวแอปฯ ไม่ใช่ผู้บันทึกข้อมูล แต่รับข้อมูลมาจากสถานพยาบาลต้นทาง

  2. สถิติข้อร้องเรียน ในช่วง 4–5 วันที่ผ่านมา มีการแจ้งข้อมูลคลาดเคลื่อนเข้ามาประมาณ 13,000 รายการ (นับตามจำนวนครั้งที่แจ้ง ซึ่งจำนวนบุคคลจริงจะน้อยกว่านี้) โดย สธ. ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งเพื่อตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1–2 สัปดาห์

  3. การทบทวนตัวชี้วัด (KPI) สธ. มอบหมายให้หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ทบทวนและลดจำนวนตัวชี้วัด (KPI) ที่ไม่จำเป็น เพื่อลดแรงกดดันและภาระงานของบุคลากรหน้างาน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของการกรอกข้อมูลคลาดเคลื่อน

เจาะลึก 2 กรณีตัวอย่าง “ร้อยเอ็ด – ปทุมธานี” ไร้เงาการเบิกงบฯ เท็จ

1. กรณี จ.ร้อยเอ็ด: ชื่อ-นามสกุล คล้ายกัน เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562

นพ.พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ชี้แจงกรณีเพจโซเชียลมีเดียระบุว่าไม่ได้ไปใช้บริการที่ รพ.สต. แห่งหนึ่งใน อ.เกษตรวิสัย แต่มีประวัติรับบริการ 2 ครั้งพร้อมจ่ายยา

ข้อเท็จจริง เป็นข้อมูลการตรวจรักษาในปี 2562 (ซึ่ง รพ.สต. ดังกล่าวถ่ายโอนไป อบจ. เมื่อปี 2566) เกิดจากผู้มารับบริการตัวจริงมี “ชื่อเดียวกัน” และอักษรแรกของนามสกุลเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ที่คีย์ข้อมูลจากระบบเอกสารกระดาษลงคอมพิวเตอร์จึงเลือกชื่อผิดคน

ขณะที่ การแก้ไข ปัจจุบันตั้งแต่ปี 2564 ได้ใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน (Smart Card) ทำให้ปัญหาชื่อซ้ำลดลงมาก ทาง สสจ. ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ขออภัยผู้ร้อง และแก้ไขปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

2. กรณี จ.ปทุมธานี สื่อสารคลาดเคลื่อนงานคัดกรองเชิงรุก ยาไม่ได้ถูกจ่ายจริง

นพ.นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ชี้แจงกรณีผู้ร้องพบประวัติการรับบริการคัดกรองและรับยาเสริมธาตุเหล็กจากโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง

ข้อเท็จจริง เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 โรงพยาบาลจัดโครงการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุกในชุมชนร่วมกับ อสม. (คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งปากมดลูก และโครงการสาวไทยแก้มแดง) โดย อสม. รวบรวมรายชื่อกลุ่มเป้าหมายส่งให้เจ้าหน้าที่บันทึกเข้าระบบ

การตรวจสอบคลังยาและงบประมาณ เจ้าหน้าที่สื่อสารคลาดเคลื่อนจึงลงบันทึกการจ่ายยาธาตุเหล็กในระบบ แต่จากการตรวจสอบคลังยา “ไม่มีการตัดยาออกจากคลัง”และเมื่อตรวจสอบไปยังกองทุน สปสช. และกรมบัญชีกลาง พบว่าผู้ร้องอายุ 48 ปี ซึ่งไม่อยู่ในเกณฑ์เงื่อนไขการเบิกจ่าย “จึงไม่มีการเคลมเบิกเงินใดๆ ทั้งสิ้น”

ขณะที่การแก้ไข ทางโรงพยาบาลได้ นัดหมายผู้ร้องเพื่อปรับปรุงแก้ไขเวชระเบียนให้ตรงตามความเป็นจริง

ยันระบบความปลอดภัยสูงสุด ไม่เคยมีข้อมูลรั่วไหล

ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล (สธ.) ร่วมชี้แจงด้านเทคนิคว่า การเข้าใช้แอปพลิเคชันหมอพร้อมต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ Health ID ซึ่งได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ยืนยันว่า “ไม่มีการส่งต่อข้อมูลไปยังบริษัทประกันหรือหน่วยงานภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น” และที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติข้อมูลรั่วไหลจากระบบ โดย สธ. ได้รับรางวัล Prime Minister Award ด้านการพัฒนาระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ 2 ปีติดต่อกัน

สรุป 5 มาตรการสำคัญจากกระทรวงสาธารณสุข

  1. รับทุกข้อร้องเรียน สั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบเชิงรุกในฐานข้อมูลทั่วประเทศ หากพบความผิดปกติทางวินัยจะดำเนินการตามระเบียบโดยไม่มีข้อยกเว้น

  2. โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผลตรวจสอบเบื้องต้นส่วนใหญ่เกิดจาก Human Error และกระบวนการลงข้อมูลคัดกรอง ไม่ใช่ระบบหมอพร้อมรวน

  3. ยันไร้ทุจริต กรณีที่ตรวจสอบแล้วยังไม่พบการแสวงหาผลประโยชน์หรือการเบิกจ่ายงบประมาณโดยมิชอบ

  4. วางมาตรการระยะยาว จัดทำมาตรฐานกลางในการแก้ไขเวชระเบียน นำระบบ AI/Data Analytics มาจับความผิดปกติ และสังคายนาทบทวน KPI

  5. เชิญชวนประชาชนร่วมตรวจสอบ หากพบข้อมูลสุขภาพของตนเองไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งปรับปรุงได้ผ่าน 3 ช่องทาง  แอปพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ “หมอพร้อม”(เมนูตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล) โรงพยาบาล/หน่วยบริการ ที่ขึ้นทะเบียนรักษา และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active