กทม. ตั้ง “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย 50 เขต

ครอบคลุมงาน ตรวจจับควันดำ ตรวจสถานที่ก่อสร้าง เฝ้าระวังการเผาในที่โล่ง พร้อมวาง จัดทำแนวปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) มาตรฐาน เดียวกันทุกหน่วยงาน แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใสและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 69 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า มีการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงาน “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร พร้อมติดตามความคืบหน้าการจัดทำแนวปฏิบัติมาตรฐาน (Standard Operating Procedure : SOP) และหารือนโยบายความสะอาดของร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย (สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และกองสุขาภิบาลอาหาร) สำนักเทศกิจ สำนักดิจิทัล และสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล เข้าร่วม

พรพรหม กล่าวว่า กทม. กำลังผลักดันการทำงานเชิงรุกด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยจัดตั้งระบบ “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การวางแผน การตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย การรายงานผล และการติดตามแก้ไขปัญหา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครมีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักอนามัยร่วมกันจัดทำ SOP ตามบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ขณะที่สำนักเทศกิจจะเป็นหน่วยปฏิบัติการภาคสนาม สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลจะร่วมกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม และสำนักดิจิทัลจะวางระบบแพลตฟอร์มการรายงานผล รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานของ “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” อย่างครบถ้วน โดยอาจมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อาทิ สำนักการโยธา และสำนักการระบายน้ำ เพื่อรองรับการขยายผลครอบคลุมภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของสารวัตรสิ่งแวดล้อม ได้กำหนด SOP ครอบคลุมภารกิจสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การตรวจรถควันดำ โดยสำนักงานเขตร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมสำรวจความพร้อมของเครื่องตรวจวัดควันดำ จัดอบรมเจ้าหน้าที่ สอบเทียบเครื่องมือ และจัดทำแผนตรวจในพื้นที่เสี่ยง พร้อมรายงานผลผ่านระบบกลาง เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 จากยานพาหนะอย่างเป็นระบบ

ขณะที่ ด้านการตรวจสถานที่ก่อสร้าง ครอบคลุมทั้งโครงการที่มีรายงาน EIA และไม่มีรายงาน EIA โดยใช้ Checklist มาตรฐานในการตรวจสอบมาตรการป้องกันฝุ่น หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการ จะสั่งให้ดำเนินการแก้ไข และหากยังฝ่าฝืน จะดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป

ส่วนการเฝ้าระวังการเผาในที่โล่ง การเผาขยะ และการเผาในพื้นที่เกษตร สำนักสิ่งแวดล้อมจะวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น จุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลคุณภาพอากาศ ระบบรับแจ้ง Traffy Fondue และระบบ AirBKK เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ก่อนส่งข้อมูลให้สำนักงานเขตและสำนักเทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมบันทึกผลเข้าสู่ระบบ Dashboard สำหรับผู้บริหารใช้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์

ที่ประชุมยังได้หารือนโยบายด้านความสะอาดของสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย และสำนักงานเขต เพื่อวางมาตรการควบคุมและป้องกันหนูอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดการแหล่งอาหาร แหล่งอาศัย และการรักษาสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคที่มีหนูเป็นพาหะ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

กรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าให้ระบบ “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเชิงรุก เชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้ง 50 เขต อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active