ผอ.รพ.อุ้มผาง ยัน เงินบริจาคช่วยปลดหนี้ยา เสนอของบฯ ฉุกเฉิน 60 ล้าน ช่วยพยุง รพ.

ผอ.รพ.อุ้มผาง แจงรายได้บัตรทองลดกว่าครึ่ง รองรับค่าใช้จ่ายปี 69 ได้แค่ 4 เดือน ด้าน ปลัด สธ. ผุดแผนระยะสั้น-ยาว ย้ำ รพ.ชายแดน ด่านหน้าความมั่นคงสุขภาพ หยุดบริการไม่ได้

วันนี้ (10 เม.ย. 69) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก เข้าหารือปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณฉุกเฉิน หลังโรงพยาบาลเผชิญภาวะงบตึงตัว โดยมีค่าใช้จ่ายดำเนินการสูงถึงเดือนละ 12 ล้านบาท ขณะที่รายได้ไม่เพียงพอ

หนี้ยาเกือบหมด แต่ปัญหายังไม่จบ

นพ.วรวิทย์ เปิดเผยว่า จากเงินบริจาคกว่า 70 ล้านบาท ทำให้โรงพยาบาลปลดหนี้ค่ายาสะสมตั้งแต่ปี 2564 ได้เกือบทั้งหมด และมียาสำรองใช้ได้ประมาณ 6 เดือน แต่คาดว่าจะกลับมาเป็นหนี้อีกครั้งในเดือนตุลาคม หากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติม 

ปัญหาหนักกว่าคือรายได้จากระบบบัตรทองที่ลดลงจากปีละ 70 ล้านบาท เหลือเพียง 35 ล้านบาท ทำให้รายได้ในปี 2569 รองรับค่าใช้จ่ายได้แค่ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

ขอ 60 ล้านพยุง รพ. 5 เดือน

โรงพยาบาลเสนอขอรับงบฉุกเฉินประมาณ 60 ล้านบาท เพื่อประคับประคองช่วงพฤษภาคม–กันยายน 2569 ส่วนเดือนเมษายนนี้ได้รับเงินสนับสนุน 10 ล้านบาทจากหน่วยงานในพื้นที่แล้ว ทำให้จ่ายค่าตอบแทนบุคลากรได้ครบ ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะหากบุคลากรย้ายออก จะยากมากที่จะหาคนมาทำงานในพื้นที่ห่างไกลทดแทน นอกจากนี้ ค่าเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟและรถพยาบาลในพื้นที่ภูเขายังสูงถึงเดือนละ 800,000 บาทอีกด้วย

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก

“โรงพยาบาลให้บริการประชากรในพื้นที่ราว 83,000 คน แต่มีผู้อยู่ในระบบบัตรทองเพียง 28,000 คน กลุ่มผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียน (ท 99) อีก 14,000 คน และประชากรชุมชนดั้งเดิมชายแดนอีกกว่า 35,000 คน ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันใดเลย ไร้สิทธิ์ ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้เต็มจำนวน”

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์

แม้ต้องให้การรักษาอย่างต่อเนื่องแต่ นพ.วรวิทย์ ย้ำว่า การปฏิเสธการรักษาไม่ใช่ทางเลือก เพราะโรคติดต่ออย่างวัณโรคหากไม่รักษาแต่เนิ่น ๆ อาจบานปลายจากค่าใช้จ่ายหลักพันเป็นหลักแสนบาทต่อราย และแพร่ระบาดในวงกว้างได้

ปลัด สธ. เผยเตรียมแผนทั้งระยะสั้นและยาว

ขณะที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงรับทราบปัญหาและเตรียมมาตรการรองรับ ในระยะสั้นใช้กลไกระดับจังหวัดและเขตสุขภาพพยุงสภาพคล่องก่อน พร้อมระบุว่าโรงพยาบาลอุ้มผางได้รับเงินบริจาคแล้วเกือบ 80 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาภาระได้ระดับหนึ่ง และคาดว่าปี 2569 น่าจะประคองได้ แต่ต้องวางแผนระยะยาวสำหรับปี 2570

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาหนักขึ้น คือ งบประมาณจากกองทุนต่างประเทศที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ภาระตกมาอยู่ที่โรงพยาบาลมากขึ้น พร้อมแนะว่าควรจะแยกบัญชีต้นทุนผู้ป่วยไทยและต่างชาติ เพื่อสะท้อนภาระค่าใช้จ่ายที่แท้จริงสำหรับการจัดสรรงบฯ ในอนาคต 

ปลัด สธ. ยังย้ำว่า โรงพยาบาลอุ้มผางเป็นด่านหน้าของความมั่นคงทางสุขภาพ และไม่สามารถปิดบริการได้ พร้อมระบุจุดยืนว่า กระทรวงต้องดูแลคนไทยให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับหลักมนุษยธรรมในการดูแลผู้ป่วยทุกคนที่จำเป็น โดยรัฐมนตรีมีแผนลงพื้นที่อุ้มผางในระยะต่อไปเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง​​​​​​​​​​​​​​​​

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active