‘เอกภพ’ อภิปรายงบฯ 70 ชี้ ระบบ Long-Term Care ยังติดไซโล ผู้ป่วยบางส่วนยังเข้าไม่ถึงการดูแล ต้องแบกภาระเอง เสนอรวมงบฯ เป็นกองทุนระดับชาติ 4 หมื่นล้าน ยกระดับ Care Manager และ Caregiver เป็นวิชาชีพ
วันนี้ (30 มิ.ย. 69) เอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในประเด็นคุณภาพชีวิต โดยสะท้อนปัญหาระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care: LTC) สำหรับผู้ป่วยติดบ้านและติดเตียงของประเทศไทย ว่ายังดำเนินงานแบบแยกส่วนระหว่างหลายหน่วยงาน หรือ “ติดไซโล” ส่งผลให้การดูแลผู้ป่วยไม่มีประสิทธิภาพ แม้จะใช้งบประมาณจำนวนมาก
เอกภพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายหน่วยงานต่างมีงบประมาณ บุคลากร หลักสูตร มาตรฐาน และระบบข้อมูลเป็นของตนเอง แต่ไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพระดับชาติที่รับผิดชอบภาพรวมของระบบ LTC อย่างแท้จริง ทำให้การบริหารจัดการขาดการเชื่อมโยง และผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังเข้าไม่ถึงบริการที่จำเป็น

สำหรับปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการอาสาพยาบาล จำนวน 7,225 คน วงเงินประมาณ 1,147 ล้านบาท แต่โครงการดังกล่าวถูกปรับลดจากนโยบายเดิม ทั้งในด้านระยะเวลาการจ้างงานและตำแหน่งงาน ขณะที่อาสาพยาบาล 1 คน ต้องรับผิดชอบประชาชนเฉลี่ยถึง 34 คน ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยสุขภาพจิต แม่และเด็ก รวมถึงงานด้านยาเสพติด จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาระบบ LTC ได้จริงเพียงใด
เอกภพ ยังชี้ว่า ระบบเดิมยังมีข้อจำกัดหลายด้าน โดยเฉพาะบทบาทของ Care Manager (CM) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภารกิจที่มอบหมายให้พยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รับผิดชอบเพิ่มเติม โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือเวลาปฏิบัติงานเฉพาะ ส่งผลให้การจัดทำแผนดูแลรายบุคคลไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร
ขณะที่ Caregiver (CG) หรือ ผู้ดูแลผู้ป่วย ยังถูกจ้างในลักษณะอาสาสมัคร ได้รับค่าตอบแทนต่ำ ไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ และไม่มีระบบกำกับมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจน อีกทั้งผู้ดูแลจากภาคเอกชนที่มีศักยภาพ ยังไม่สามารถเข้ามาให้บริการในระบบ LTC ของภาครัฐได้
แม้ปีงบประมาณ 2570 จะจัดสรรงบ LTC ประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ป่วยราว 500,000 คน แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยได้รับการเยี่ยมดูแลเฉลี่ยเพียงประมาณ 28 นาทีต่อสัปดาห์ ทั้งที่ตามหลักควรได้รับการดูแลอย่างน้อย 90–180 นาทีต่อสัปดาห์ ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับบริการที่จำเป็น เช่น การทำแผล การทำความสะอาดร่างกาย การเปลี่ยนสายสวน หรือการเปลี่ยนสายให้อาหาร
นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยบางส่วนตกหล่นจากระบบการค้นหาและคัดกรอง ทำให้ไม่ได้รับบริการจากภาครัฐ ส่งผลให้ภาระการดูแลตกอยู่กับครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเอง หรือจำเป็นต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลผู้ป่วย

พร้อมกันนี้ เอกภพ ยังเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุน LTC ระดับชาติ เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ กำหนดมาตรฐานกลาง พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง และเชื่อมโยงงบประมาณให้เกิดบริการที่ผู้ป่วยได้รับจริง
สส.พรรคประชาชน ยังเสนอให้นำงบประมาณ LTC จำนวน 7,200 ล้านบาท มาจัดสรรในรูปแบบ “เครดิตการดูแล” ตามระดับความจำเป็นของผู้ป่วย เพื่อใช้รับบริการจากหน่วยบริการของรัฐ สนับสนุนผู้ดูแลในครอบครัว จัดซื้ออุปกรณ์ หรือร่วมจ่ายค่าบริการจากผู้ให้บริการภาคเอกชนที่ผ่านมาตรฐาน
ในระยะยาว เสนอให้จัดตั้งกองทุน LTC วงเงินประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับการจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และผู้ป่วยติดเตียง 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อจ้าง Care Manager แบบเต็มเวลา พัฒนาระบบแผนดูแลรายบุคคลและแอปพลิเคชันกลาง รวมถึงยกระดับ Caregiver จากอาสาสมัครสู่การเป็นวิชาชีพที่มีมาตรฐาน มีระบบพัฒนาทักษะ เส้นทางความก้าวหน้า และค่าตอบแทนตามความเชี่ยวชาญ
“หากสามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในชุมชน ลดการกลับเข้ารักษาในโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสุขภาพของประเทศในระยะยาว”
เอกภพ สิทธิวรรณธนะ
