ตัวแทนชาวบางพลัด ย้ำจุดยืนคัดค้าน! ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา 3.5 กม. ห่วงลบภาพประวัติศาสตร์ ทำลายชุมชนริมน้ำดั้งเดิม กระทบความปลอดภัย คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม เรียกร้อง กทม.หยุดโครงการทันที เปิดเผยข้อมูลงบฯ แบบก่อสร้างต่อสาธารณะ พร้อมจัดรับฟังความเห็นใหม่ โปร่งใส ให้ชุมชนร่วมออกแบบอนาคตพื้นที่
วันนี้ (14 พ.ค. 69) ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กลุ่มคัดค้านถนนและหรือทางหลังเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด, เครือข่ายคนรักษ์เจ้าพระยา, ภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนสิทธิชุมชน วิถีริมน้ำ และมรดกวัฒนธรรมของ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ตัวแทนชาวบางพลัด กทม. หลายร้อยคนรวมตัวกันเพื่อร่วมเวทีประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและความเห็นที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดขึ้น ภายหลังจากที่ กรุงเทพมหานครเตรียมเดินหน้า โครงการสร้างถนนคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 264 ล้านบาท ซึ่งชาวบ้าน สะท้อนว่า นี่ไม่ใช่การพัฒนา แต่คือการลบประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต และทำลายความปลอดภัยของชุมชนดั้งเดิม
- ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : พัฒนาทางเดินริมน้ำถามกันก่อนไหม ?


โดยบรรยากาศของเวทีประชุมรับฟังฯ เป็นไปอย่างตึงเครียด ซึ่งตัวแทนภาครัฐ มองว่า โครงการนี้คือการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้กับเมือง ขณะที่ กทม. ชี้แจงว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บางพลัด มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ประโยชน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการไม่มีการเวนคืนที่ดิน ไม่มีสิ่งใดล่วงล้ำลำน้ำ ได้มีการเปิดตัวโครงการ และรับฟังความคิดเห็น ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568
ด้านกลุ่มประชาชนที่คัดค้านฯ ได้ออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า โครงการดังกล่าว
- ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง : ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากไม่ได้ทราบเกี่ยวกับโครงการนี้มาก่อน ไม่ได้รับขัอมูลที่ครบถ้วน และไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัยและสิทธิของตนเอง
- ทำลายมรดกทางวัฒนธรรม : พื้นที่บางพลัดมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีอัตลักษณ์ทางพหุวัฒนธรรมทั้งชุมชนไทย มุสลิม และแขกแพเดิม การสร้างถนนคอนกรีตจะลบรากเหง้าเหล่านี้ไปอย่างถาวร
- ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม : ถนนเลียบแม่น้ำอาจเปิดช่องให้อาชญากรรมเข้าถึงพื้นที่อยู่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
- ความกังวลเรื่องการสะสมขยะและสิ่งปฏิกูล : ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะก่อสร้างและระยะยาว
- ความคุ้มค่าของงบประมาณ : ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ชาวชุมชนจึงตั้งคำถามถึงความจำเป็น ในการใช้งบหลายร้อยล้านบาท ไปกับโครงการที่ประชาชนไม่ได้ร้องขอ


“การสร้างถนนคอนกรีตประชิดหลังบ้าน จะทำลายสิทธิชุมชน และที่สำคัญคือการทำลายรากเหง้าประวัติศาสตร์พหุวัฒนธรรมของชาวพุทธ มุสลิม และเปอร์เซีย ที่อยู่คู่สายน้ำนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตัวแทนชาวบ้านย้ำจุดยืน
ว่าเงินภาษีต้องไม่ถูกใช้เพื่อทำลายคนริมน้ำ”
ไม่เพียงแต่มิติทางสังคมโครงการนี้ ยังถูกตั้งข้อสังเกตในประเด็นข้อกฎหมายที่ กทม. ต้องตอบคำถาม เพราะการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยสิทธิชุมชน รวมถึงตั้งข้อสังเกต ว่าโครงการนี้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยหรือไม่
โดยประชาชนกลุ่มคัดค้านฯ ยังย้ำข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- ให้ กทม. หยุดดำเนินโครงการทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลกระทบอย่างรอบด้าน และให้ทบทวนเพื่อยุติโครงการ
- เปิดเผยข้อมูลโครงการทั้งหมด รวมถึงแบบก่อสร้าง และรายละเอียดงบประมาณต่อสาธารณะ
- จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ที่โปร่งใส โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตพื้นที่
- ให้ กสม.ตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิในที่อยู่อาศัยและความปลอดภัยของประชาชน
