ครม.ว่ายังไง ? ม็อบค้านแลนด์บริดจ์-SEC-EEC ประชิดทำเนียบฯ ยังไร้วี่แววรัฐบาลสนองตอบข้อเรียกร้อง

หลังเจรจาหน่วยงานรัฐไร้ผล ย้ำชัด SEC-แลนด์บริดจ์ ยกเลิกไม่ได้!! ชี้ รัฐยังตั้งธงดันต่อ ไม่หยุดขยายพื้นที่ EEC ไป จ.ปราจีนบุรี ไร้แนวทางเยียวยาชาวบ้าน เจอผลกระทบถมทะเลสร้างท่าเรือใน จ.ระยอง ขณะที่ ‘ศุภชัย’ รับปากนำข้อเรียกร้อง ชงต่อฝ่ายบริหาร ด้าน ผู้ชุมนุมวันนี้ จับตาเข้ม ครม.สนองตอบข้อเรียกร้องหรือไม่ ? พร้อมจับตาการพิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ตอกย้ำ ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม EEC ไร้การควบคุม

วันนี้ (30 มิ.ย. 69) การชุมนุมวันที่ 9 ของ เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ยังคงปักหลักกันที่ประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสะพานชมัยมรุเชษฐ์ โดยการเคลื่อนไหววันนี้นอกเหนือการจับตาการตอบรับข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ที่ประกอบด้วย

  1. หยุดร่างกฎหมาย SEC

  2. หยุดโครงการแลนด์บริดจ์

  3. เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่

  4. หยุดขยายพื้นที่ EEC ไปยัง จ.ปราจีนบุรี

  5. ชดเชยการเยียวยาจากการถมทะเลให้ประมงพื้นบ้าน จ.ระยอง

ทางเครือข่ายฯ ยังจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งวันนี้ย้ายไปประชุมที่รัฐสภา เนื่องจากมีการประชุมพิจารณางบประมาณ ปี 2570 โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม แทน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ที่ฝรั่งเศส

โดยสิ่งที่เครือข่ายฯ จับตาเป็นพิเศษ คือ การคาดการณ์ว่าจะมีวาระจร พิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/2569 ที่มี ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ซึ่งอ้างเป้าหมายหลักที่กรมชลประทานฝ่ายสนับสนุนย้ำมาตลอด ว่า เพื่อแก้ภัยแล้งให้สวนผลไม้จันทบุรี โดยเฉพาะทุเรียน แต่ประเด็นสำคัญ คือ การสำรองน้ำให้ภาคตะวันออก EEC ระยอง-ชลบุรี ที่คาดว่าปี 2570 จะขาดแคลนน้ำมาก ซึ่งเครือข่ายฯ มองเป็นปัญหาที่ตอกย้ำการใช้ทรัพยากรน้ำที่มากเกินในภาคอุตสาหกรรมของเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยไร้การควบคุม และส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำประชาชนในด้านอื่น ๆ

สำหรับภาพรวมการเคลื่อนไหวของ เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน มีสถานการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย. 69) ซึ่งเครือข่ายฯ ประกาศยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ใช้ผ้าขาวมัดมือ เดินขบวนไปปิดประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันการเคลื่อนไหวโดยสงบและสันติ ภายหลังจากการเจรจาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงคมนาคม, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), กระทรวงอุตสาหกรรม และ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่เป็นผลและข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ ยังไม่รับการตอบสนองจากภาครัฐ  

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล เครือข่ายหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน และในฐานะประธานกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) เปิดเผยกับ The Active ถึงผลการประชุมที่ล้มเหลวดังกล่าว เนื่องจากในระดับหน่วยงานรัฐ ยังคงยืนยันว่า ทั้ง ร่าง พ.ร.บ. SEC และโครงการแลนด์บริดจ์ ยกเลิกไม่ได้ ดังนั้นแม้ว่าจะมีการเขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ แต่ร่าง พ.ร.บ.SEC ยังอยู่ฉะนั้นถือว่าข้อเสนอของภาคใต้ไม่ถูกตอบรับทั้ง 3 ข้อ

ในส่วนของภาคตะวันออก ทั้ง ข้อเรียกร้องให้ยุติ หรือไม่ขยายเขต EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งให้เยียวยาชาวประมง จ.ระยอง ที่เดือดร้อนจากการถมทะเล ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยามา 6 ปีแล้ว ก็ล้มเหลวเช่นกัน นั่นคือหน่วยงานราชการไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่จะให้การชดเชย

“ดังนั้น ทางฝ่ายราชการ คำตอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบ ก็ตอบชัดว่าไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อของพี่น้องประชาชนได้ จึงค่อนข้างชัดเจนว่าทางรัฐบาลนั้นมีธงในการที่จะเดินหน้าอย่างแน่นอน เพราะอย่างเรื่องแลนบริดจ์ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องไปดูกลไก 90 วัน ที่แต่งตั้งรองนายกฯ เอกนิติ มาดำเนินการ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าจะต้องผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ต่อไป”  

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้ง สส.ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย พบกับผู้ชุมนุม

ส่วนกรณีที่ สส.ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย นำโดย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะชาวจังหวัดตรัง มารับฟังเสียงสะท้อนและรับข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อจากทางเครือข่ายฯ พร้อมรับปากจะนำเอาข้อเรียกร้องไปสะท้อน หรือ เสนอกับฝ่ายบริหารนั้น ประสิทธิ์ชัย ระบุต้องดูว่า คำตอบและการมารับปาก ของ สส.พรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ จะสามารถทำอะไรได้แค่ไหน กับตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค หัวหน้าฝ่ายรัฐบาลด้วย และแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะต้องผลักดันเรื่องนี้

“ก็จะต้องติดตามกันต่อไปว่า สส.ภาคใต้ จะมีพลังแค่ไหนในการเปลี่ยนแปลง หรือว่ามารับปากแค่ลดกระแสเท่านั้น หากไม่มีความคืบหน้า ไม่เห็นแก่เสียงของพี่น้องประชาชน ถึงเวลาที่ต้องสื่อสารรณรงค์ไม่เลือก ไม่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้”

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

ขณะที่ชาวบ้านที่เดือดร้อนทยอยมาสมทบต่อเนื่อง เช่น กลุ่มเครือข่ายที่ดินที่อยู่อาศัย จ.สุราษฎร์ธานี – กระบี่โดย จิตพงษ์ อภิรักษ์พงไพร ผู้ประสานงานเครือข่ายที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย จ.สุราษฎร์ธานี – กระบี่ ระบุถึงเหตุผลสำคัญของการร่วมชุมนุม ว่าตามแผนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์เฟสแรก มีเป้าหมาย 4 ในจังหวัด คือ ระนอง, ชุมพร, นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาที่ดินรวมกว่า 100,000 ไร่ แต่รัฐกลับไม่ต่อสัมปทาน ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เข้าถึงสิทธิในที่ดิน แต่โครงการแลนด์บริดจ์ และร่างกฎหมาย SEC กลับให้ทุนต่างชาติ มาเช่าหรือใช้ที่ดินตามโครงการได้ถึง 99 ปี

เช่นเดียวกับ สมใจ นวลนุ่น เครือข่ายเรียกร้องที่ดินทำกิน จ.กระบี่ ระบุว่า ตัวแทนประชาชนที่เดินทางมา ได้รับความเดือดร้อนในที่ดินตั้งแต่รัฐเดินหน้าโครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ไม่มีที่ทำกินที่อยู่อาศัยมากว่า 13 ปี และจะได้รับผลกระทบเพิ่มอีกในโครงการแลนด์บริดจ์ และ กม. SEC จึงต้องออกมาคัดค้าน 

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active