มองหาทางออกที่เป็นไปได้สำหรับทุกฝ่าย ชี้ 3 อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ตอนนี้ ต้องกระจายน้ำให้ 66 หมู่บ้านก่อน หากยังไม่พอ ค่อยออกแบบอ่างคลองวังโตนดตามความต้องการจริง
ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี งบประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของภาคตะวันออก รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งโครงการดังกล่าว พบว่า มีผู้คัดค้านจำนวนมาก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวต้องใช้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น รวม 6,191 ไร่ พื้นที่ป่า บ้านเรือน และสวนของประชาชน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติขุนซ่องอีก 5,791 ไร่ หรือใช้พื้นที่รวมทั้งหมด 11,982 ไร่

สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch เปิดเผยกับ The Active ว่า ชาวบ้านจากหลายตำบลใน อ.แก่งหางแมว รวมตัวกันมาปรึกษาในฐานะที่เป็นนักวิจัยความขัดแย้งเรื่องการจัดการน้ำ ที่ลงไปในพื้นที่แก่งหางแมวตั้งแต่ก่อนทำงานวิจัย และยังเคยทำเรื่องเหมืองทองในพื้นที่ เรื่องช้างกับคน จนมาถึงเรื่องการจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ ขอทุนจากหน่วยงานรัฐเพื่อการจัดการแก้ปัญหา
โดยจากการพูดคุยชาวบ้านมีทางออกที่เป็นไปได้สำหรับทุกฝ่ายเพื่อจะนำเสนอต่อ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อลดความขัดแย้งของสังคม และทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ ดังนี้
- ให้กรมชลประทานเร่งจัดทำผังการกระจายน้ำที่เป็นธรรม จากทั้ง 3 อ่างเก็บน้ำ ที่ก่อสร้างและจัดเก็บน้ำแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกต, อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ และ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ให้ 66 หมู่บ้าน (5 ตำบล) ใน อ.แก่งหางแมว และก่อสร้างระบบกระจายน้ำตามผังกระจายน้ำนี้โดยเร็วที่สุด หลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้น มีการกระจายน้ำอย่างเป็นธรรมแล้ว จึงมาคำนวณว่า ยังต้องการแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หากยังต้องการ ทางกรมชลประทาน ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ทำการออกแบบอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ในคลองวังโตนดตามขนาดที่ต้องการจริง ๆ
- ไม่ว่าในอนาคต จะมีอ่างเก็บน้ำใน อ.แก่งหางแมว จำนวน 3 อ่าง หรือ 4 อ่าง ให้มีการกระจายน้ำโดยคำนึงถึงพื้นที่แก่งหางแมวก่อน ที่เหลือจึงจะกระจายน้ำไปยังอำเภอข้างเคียงได้ เช่น เขาคิชฌกูฏ นายายอาม ท่าใหม่ หรือ กระจายไปให้นอกพื้นที่จังหวัดจันทบุรี อย่างพื้นที่ EEC
- อ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ถ้าจำเป็นต้องมีใน อ.แก่งหางแมว ขอให้เป็นอ่างเก็บน้ำแห่งสุดท้ายของพื้นที่นี้ เพราะอำเภอแก่งหางแมวไม่ควรเป็น TANK น้ำให้ EEC อีกต่อไป และ EEC ควรหยุดขยายตัว และมีมาตรการบริหารจัดการน้ำที่ DEMAND ไม่ใช่ไปหา SUPPLY ใหม่ไปเรื่อย ๆ

