ค้านยุบ ‘ธนาคารที่ดิน’ หวั่นฟางเส้นสุดท้าย ทลายความหวัง ‘สิทธิที่ดิน’ คนจน สู่ วิกฤตศรัทธารัฐบาล

‘รองนายกฯ ทรงศักดิ์’ ยัน รัฐบาลไร้ธง จ้องยุบ บจธ. ย้ำ “หากมีสิ่งไหนหายไป สิ่งใหม่มาแทนต้องดีกว่าเดิม” ด้าน ภาคประชาชน จี้ รัฐคุ้มครองโฉนดชุมชน ขยายอายุธนาคารที่ดิน เร่งตั้งอนุฯ ปรับปรุงกฎหมายป่าไม้-อุทยานฯ ขู่ชุมนุมยืดเยื้อหากไร้ทางออก

วันนี้ (3 ส.ค. 2569) กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) เคลื่อนขบวนเดินเท้าจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปสมทบกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จากหลายจังหวัด ที่มารอที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล

การเคลื่อนไหววันนี้เกิดขึ้นเพื่อคัดค้านแนวคิดการ ยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. หลัง ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงต่อสื่อมวลชน เดินหน้ายุบ บจธ. ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยอ้างว่าซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ 

ทั้งนี้ตัวแทนผู้ชุมนุมฯ ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลต้องหยุดปล้นสิทธิชุมชน เร่งเดินหน้าโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน ย้ำว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อพี่น้องประชาชนคนทุกข์ยากและเกษตรกรไร้ที่ดินนับล้านคน ด้วยการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และประกาศจะยกเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ภายในเดือนกันยายน 2569 นั่นคือการทำลายความหวังของประชาชนคนยากคนจนที่จะได้เข้าถึงที่ดินอันเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและปัจจัยการผลิต ทำลาย “สิทธิชุมชน” ที่ได้รับการสถาปนาไว้อย่างมั่นคงในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ปี 2540

“เราต่างต่อสู้ด้วยแรงกาย แรงใจ เลือดเนื้อ และชีวิตกว่าจะได้มา ฉะนั้นการเดินหน้ายกเลิกโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดินนั้นจึงเป็นการประกาศศึกกับประชาชน และในวันนี้รัฐบาลต้องมีคำชี้แจงกับเราว่าจะให้เราอยู่กันอย่างไร เหตุใดจึงยกเลิกโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วท่านจะรับผิดชอบเยียวยาเราอย่างไร”

แถลงการณ์ยังย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

  1. กำหนดแนวทางและมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน โดยมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับอย่างเป็นรูปธรรม

  2. ขยายอายุสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) จนกว่าจะมีการจัดตั้งธนาคารที่ดินและดำเนินการกระจายการถือครองที่ดินแล้วเสร็จ

  3. เร่งรัดการลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขกฎหมายที่ยังละเมิดสิทธิของประชาชนผู้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ

แม้รัฐบาลจะกำหนดวันประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมแล้ว ในวันที่ 4 ส.ค. 2569  เวลา 10.00 น. ณ อาคาร ก.พ.ร. แต่ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดการเจรจาก่อนในวันนี้

แถลงการณ์ย้ำด้วยว่า หากยังไม่มีสัญญาณจากทำเนียบรัฐบาล จะยกระดับการชุมนุม และพร้อมจะปักหลักชุมนุมอย่างไม่มีกำหนด เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของเกษตรกรทุกคนและชุมชนทุกชุมชนทั่วประเทศ

ขณะที่ ประยงค์  ดอกลำใย ที่ปรึกษาพีมูฟ เปิดเผยกับ The Active ว่า ปัจจุบันมีคนเพียง 10% ถือครองที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์มากกว่า 90% ของประเทศ ขณะที่เกษตรกรและคนยากจนส่วนใหญ่กลับเข้าไม่ถึงที่ดิน โดยถือครองที่ดินรวมกันเพียงประมาณ 10% เท่านั้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน และทำให้คนยากจนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่ดินได้

ประยงค์  ดอกลำใย ที่ปรึกษาพีมูฟ

โดยหน้าที่สำคัญของ บจธ. มีเจตนารมณ์ก่อตั้งที่ผลักดันมาหลายทศวรรษเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวของที่ดิน ซึ่งเป็นที่มาของความเหลื่อมล้ำของการถือครองที่ดิน และด้วยเหตุนี้ จึงมีการผลักดันให้เกิดธนาคารที่ดินขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการกระจาย การถือครองที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าว

“ปัจจุบัน เกษตรกรและคนยากจนที่รอการแก้ไขปัญหามีประมาณ 1,700,000 ครอบครัว คิดเป็นประชากรราว 10,000,000 คน ยังไม่รวมคนจนเมืองที่ไม่มีความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยอีกประมาณ 3,000,000 คน รวมถึงชนชั้นกลางอีกจำนวนมากที่ต้องการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ดังนั้นบทบาทสำคัญของธนาคารที่ดินคือการกระจายการถือครองที่ดินซึ่งกระจุกตัวอยู่ในมือของคนส่วนน้อย ไปสู่เกษตรกร คนยากจนและชนชั้นกลางในเมืองที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงถาวร”

ประยงค์  ดอกลำใย

ส่วนกรณีที่ บจธ. จะถูกยุบภายในเดือนกันยายนนี้นั้น ประยงค์ ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำงานด้านที่ดินมาแล้วกว่า 50 ปี เช่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหน่วยงานอื่น ๆ รวมทั้งหมด 17 หน่วยงาน แต่ก็ยังไม่สามารถกระจายการถือครองที่ดินได้ ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดินกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น

“ในรัฐบาลชุดก่อน ก่อนที่จะมีการยุบสภา โสภณ ซารัมย์ ซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้ในรัฐบาลอนุทิน 1 ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่า บจธ. มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ โดยสอบถามไปยังทั้ง 17 หน่วยงาน และผลการตรวจสอบยืนยันตรงกันว่า บจธ. ไม่มีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานเหล่านั้น”

ประยงค์  ดอกลำใย

ประยงค์ ย้ำคำถามสำคัญ เพราะในเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 17 หน่วยงานยืนยันแล้วว่าไม่มีความซ้ำซ้อน เหตุใดรองนายกฯ ปกรณ์ จึงระบุว่ามีความซ้ำซ้อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นการตั้งธงไว้ล่วงหน้าว่าต้องการยุบ บจธ. ให้ได้ใช่หรือไม่ ?

“ก่อนการยุบสภา โสภณ ซารัมย์ ยืนยันไว้ชัดเจนว่า หนึ่ง จะไม่ยุบ บจธ. และสอง หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความซ้ำซ้อน ก็ให้เดินหน้าการดำเนินงานต่อแต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล กลับมีการประกาศว่าจะยุบธนาคารที่ดิน”

ประยงค์  ดอกลำใย

การยุบธนาคารที่ดินในครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า นโยบายที่รัฐบาลนายอนุทินแถลงต่อรัฐสภา เกี่ยวกับการลดความเหลื่อมล้ำและการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ และสถานการณ์นี้ส่งผลให้ประชาชนเกิดวิกฤติศรัทธาต่อรัฐบาล รวมถึงการตัดสินใจว่าจะยุบหรือไม่ยุบธนาคารที่ดินในครั้งนี้ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของความสัมพันธ์ระหว่างคนจนกับรัฐบาลอนุทิน

ทั้งนี้การเตรียมยุบ บจธ. นำมาซึ่งคำถามและความกังวัลต่อการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และ การกระจายการถือครองที่ดิน เพราะหากดูข้อมูลปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ดิน จะเห็นว่า คนรวย หรือคนจำนวนน้อย แค่ 10% เท่านั้น ที่ถือครองที่ดินมากถึง 90% ขณะที่คนจน ที่มีมากถึง 90% มีข้อมูลการเข้าถึง หรือถือครองที่ดิน แค่ 10% เท่านั้น

เมื่อดูข้อมูลแนวทางการปฏิรูปที่ดิน ที่ขับเคลื่อนโดยภาคประชาชน ตั้งแต่ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ก็ถูกแปลงเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่พวกเขาเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาไปสู่การถือครองที่ดินที่เป็นธรรมได้

ส่วนโฉนดชุมชุน ก็ถูกยุบแล้ว อยู่ระหว่างยื่นฟ้องศาลปกครอง ดังนั้นจึงเหลือเพียง บจธ. ที่ภาคประชาชนเห็นว่าเป็นฟางเส้นสุดท้าย หรือ แนวทางแก้ปัญหาที่ดินคนจนที่ยังเหลืออยู่

ด้าน ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้มาประชุมร่วมกับภาคประชาชน ยืนยัน ว่ารัฐบาลไม่มีธงจะยุบ บจธ. แต่หากมีสิ่งไหนที่จะหายไป สิ่งใหม่ที่จะมาแทนต้องดีกว่า

สำหรับทางออกเบื้องต้นของกรณีนี้ พีมูฟ เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้า ขยายอายุ บจธ.ที่จะหมดอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ไปจนกว่าจะจัดตั้งธนาคารที่ดิน และดำเนินการกระจายการถือครองที่ดินแล้วเสร็จ​

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active