รมช. “ สิริพงศ์ ” นั่งหัวโต๊ะ ด้าน SEC Watch ตั้งเป้า ได้กรอบ ทิศทาง ตรงตามเป้าหมายการศึกษาภาพรวมความเหมาะสมการพัฒนาภาคใต้ โดยยึดบริบทและอัตลักษณ์พื้นที่เป็นฐาน สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และตอบสนองต่อความต้องการความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน
วันนี้ ( 30 ส.ค 69 ) ประสิทธิชัย หนูนวล ประธานเครือข่าย SEC Watch และในฐานะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ เปิดเผยกับ The Active ว่า ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายนนี้ ซึ่งมีการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา
ในระหว่างนี้ จะเป็นนัดแรกของการประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ในวันที่ 31 ส.ค.69 เวลา 10.00 ณ สำนักงานขนส่ง จังหวัดสงขลา โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสรรเพชร บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรองประธาน ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ตัวแทนภาคประชาชน กลุ่ม SEC Watch 6 คน ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ผู้แทนหอการค้ากลุ่มภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน และภาคใต้ชายแดน รวม 23 คน
ซึ่งมีอำนาจหน้าที่
1.กำหนดกรอบนโยบายแนวทางและทิศทางการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาลศักยภาพของพื้นที่ ความต้องการของประชาชนตลอดจนบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ
2. จัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมและการขนส่งในพื้นที่ภาคใต้รวมทั้งมิติการพัฒนาในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการสำคัญเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
3. ส่งเสริมบูรณาการและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
4. เชิญผู้แทนหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฎิบัติงานของคณะกรรมการ
5. ปฎิบัติหน้าที่อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมอบหมาย


ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ประธานเครือข่าย SEC Watch และในฐานะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตาในการประชุมนัดแรก จะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าหนึ่งวิธีการได้มาซึ่งแผนแม่บทจะต้องทำอย่างไร เช่น กรรมการทำเอง ออกแบบเอง หรือจำเป็นต้องจ้างหน่วยงานบางหน่วยมาศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย แล้วกรรมการก็ทำหน้าที่ในการกำกับ
“ ต้องพิจารณาดูว่า กรอบ ทิศทาง เป้าหมายกลไก และกระบวนการให้ได้มาซึ่งแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ซึ่งรัฐมนตรีวางเลยว่าจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีซึ่งก็คงจะได้หารือในรายละเอียดเรื่องเวลากันด้วย ดังนั้นวันที่ 31 นี้ จะได้แนวทาง หลักการทั้งหมดมาเพื่อที่จะเริ่มทำงานกันได้เลย หลังจากที่ประชุมกรรมการรอบแรกเสร็จ สามารถที่จะกำหนดกรอบทิศทางตรงกับเป้าหมาย หมายถึงว่าตรงกับเป้าหมายของการที่จะทำให้พัฒนาการพัฒนาภาคใต้เกิดกระจายและความยั่งยืน ก็จะทำให้กลไกทั้งหมดมันถูกรันไปได้ “ ประสิทธิ์ชัย กล่าว
ยึดหลักการใช้ข้อมูลเหตุผลในการถก เพื่อวางแนวทางพัฒนาภาคใต้ร่วมกัน
ส่วนที่มีการตั้งคำถามถึงสัดส่วนโครงสร้างคณะกรรมการ ที่มีภาคประชาชนน้อย จะส่งผลหรือไม่ เรื่องนี้ ประธานเครือข่าย SEC Watch ชี้ว่า รูปแบบการทำงานของกรรมการ จะใช้ความเห็นร่วมเป็นหลัก ไม่ใช่วิธีการยกมือ นั่นหมายความว่าหัวใจของการทำงานครั้งนี้ ทุกฝ่ายจะต้องเอาข้อเท็จจริงรอบด้านมากลางบนโต๊ะให้หมดแล้วก็ถกกัน ต่อให้มีความเห็นต่างกันแต่ถ้าถกกันอยู่บนชุดข้อมูล ยังไงก็สามารถที่จะหาแนวทางร่วมกันได้อยู่แล้ว ซึ่งโดยสัดส่วนของภาคประชาชนเสนอไป 6 คน และจะมีสัดส่วนของภาคเอกชนในภาคใต้
ซึ่งหลักๆก็จะประกอบด้วยหอการค้า ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เพราะว่าภาคใต้มีธุรกิจหลักอยู่สองประการ คือ ว่าด้วยเกษตร-ประมง และว่าด้วยการท่องเที่ยว ก็จะเป็นสองภาคส่วนนำ จะมีภาคส่วนของราชการและมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าที่ปรึกษา นอกจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว รอบนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 6 คน ในพื้นที่ภาคใต้ คือพรรคภูมิใจไทย เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาคใต้ด้วย
“ ซึ่งเมื่อเราดูองค์ประกอบทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าถ้ามีความเห็นต่างกันก็จะสามารถใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงในการถกเพื่อที่จะหาแนวทางร่วมกันได้ ” ประสิทธิชัย กล่าว
วางกรอบ 1 ปี ได้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมภาคใต้ยั่งยืน
ประสิทธิ์ชัย ยังย้ำว่า ในกรอบ 1 ปี การทำงานคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องมีผลลัพธ์คือแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ซึ่งจะมุ่งเน้นเรื่องแผนเศรษฐกิจ เพราะเวลาเราพูดเรื่องแผน จะมีหลายมิติ แต่แผนนี้จะเน้นเรื่องของแผนแม่บททางด้านเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเกี่ยวข้องมากๆ และมีมิติอื่นๆมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งต้องเอามาพิจารณาทั้งหมด
“ หัวใจสำคัญคือ แผนแม่บทการพัฒนาเศรษฐกิจพอเราได้ body ซึ่งคือแผนแม่บทแล้ว ต่อไปเราก็จะสามารถที่จะพิจารณาได้ว่าแผนการคมนาคมขนส่งหรือที่มีปัญหาอยู่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่เราอยากจะสร้างท่าเรือ อยากจะสร้างถนนขนส่งแต่มีความเห็นต่าง เพราะว่ามันมีคำถามหลายคำถามจากสังคมเรา ก็เลยเสนอกันตั้งแต่การเจรจากับรัฐมนตรี ว่าแผนที่คณะกรรมการภาคใต้จะทำ ก็จะเป็นตัวกำหนดแผนว่าด้วยการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ด้วย เพราะฉะนั้นภาพอนาคต 1 ปี เราจะได้ตัวแนวทางชัด ว่าภาคใต้เราจะไปอย่างไรกันดี เศรษฐกิจภาคใต้ที่มีอยู่ตอนนี้จากพื้นฐานเกษตรและท่องเที่ยวตอนนี้ ถ้าจะทำให้มันเติบโต เกิดการกระจายรายได้กันมันจะต้องออกแบบกันอย่างไร อุตสาหกรรมในภาคใต้จะต้องมีแนวทางอย่างไร ซึ่งอันนี้เราก็จะเห็นภาพอนาคตของอุตสาหกรรมในภาคใต้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ” ประสิทธิ์ชัย กล่าว


