ควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย แนะเชิญหลายฝ่ายที่เคยศึกษาความคุ้มค่า คุ้มทุนโครงการมาให้ข้อมูลก่อน ด้าน ผศ.ธรณ์ ระบุโครงการพัฒนา 2 ฝั่งทะเลไทย ทำมาแล้ว 5 รอบ แต่ไม่เคยมีโครงการไหน ที่มีข้อมูลด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจ
สมบูรณ์ คำแหง คณะทำงานสภาประชาชนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ The Active กรณีที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม จะเดินทางลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนเรื่องแลนด์บริจด์ วันที่ 8 พ.ค. ที่จะถึงนี้ว่า โดยประเมินว่า เป็นการลงรับฟังความคิดเห็น แบบพิธีกรรมและเชื่อว่าจะมีการจัดตั้งคนที่อยากให้มีส่วนร่วม
สมบูรณ์ ระบุว่า มีงานศึกษาโครงการเหล่านี้มากมายที่ ถ้าเกิดรัฐมนตรีพิพัฒน์ หรือว่ารัฐบาล สนใจที่ อยากจะฟังเสียงของประชาชนจริงๆ เสนอให้เปิดพื้นที่เชื้อเชิญ บุคคลเหล่านี้มาให้ข้อมูล
จึงให้ความเห็นว่า สิ่งที่อยากให้ทำมากกว่า การรับฟัง นั้นก็คือว่าเวลาพูดถึงเรื่องความคุ้มค่า คุ้มทุนโครงการ มีข้อมูลเยอะแยะมากมายก่อนหน้านี้ อาจจะต้องเชิญนักวิชาการ ผู้ประกอบการ กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ ระดับภูมิภาคมาด้วย
ตอนรัฐบาลไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของแนวคิดเรื่องแลนด์บริดจ์ไว้พอสมควร ซึ่งสอดคล้องกับนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ได้ศึกษาเอาไว้ อีกอันนึงคือของสภาพัฒน์ แม้ไม่ได้จะทำเรื่องแลนด์บริดจ์โดยเฉพาะแต่เขาศึกษาเรื่องความเหมาะสม วิธีการ เรื่องของการทำโลจิสติกส์
“ผมคิดว่าน่าจะดีมากกว่า แทนที่จะลงมารับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน เนื่องจากว่าการรับฟังความเห็นชาวบ้าน น่าจะเป็นลำดับสุดท้าย นั่นหมายความว่าเห็นด้วยรวมกันแล้วแหละว่าโครงการเกิดขึ้นได้
แต่อาจจะมารับฟังว่าถ้าเกิดขึ้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านและชุมชนเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งผมคิดว่ามันยังไม่ถึงจุดนั้น”
อีกทั้งระบุว่า หากจะฟังความคิดเห็นของประชาชน อาจจะต้องทำสิ่งที่กล่าวไปเบื้องต้นก่อน และต้องมีองคาพยพของกลุ่มคนในพื้นที่ ที่หลากหลาย
“อาจจะต้องรับฟังโดยเฉพาะชาวบ้านกลุ่มที่เขาเข้าไม่ถึง ข่าวสาร ชาวประมงพื้นบ้าน กลุ่มชาวเลมอแกน และ กลุ่มชาติพันธ์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาลเศรษฐา ที่พยายามศึกษาโครงการเหล่านี้ผมคิดว่าเขาก็ไม่ได้มีพื้นที่ในการรับรู้ โครงการเหล่านี้เลยอันนี้ก็เป็นจุดบกพร่องใหญ่ของการศึกษาที่ผ่านมาด้วย”
สมบูรณ์ ย้ำว่า ไม่อยากให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพราะว่ารู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายลงมาก็จะเอาไปอ้างอิงว่ามีการลงไปรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านและคนส่วนใหญ่ก็เอาด้วย
และแม้ว่าในกลุ่มเครือข่ายคณะทำงานภาคใต้จะไม่มีการ เคลื่อนไหวในวันที่มีการลงพื้นที่แต่อาจจะมีเครือข่ายประชาชนบางกลุ่มที่เขายื่นหนังสือ ในบางมิติ
ด้าน ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาทางทะเลและรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โพสต์ FB ข้อความบางส่วน
ระบุเรื่องเล่า ตลอดระยะเวลาทำงาน ทางทะเลมาเกือบ 40 ปี คาบสมุทรในภาคใต้ของไทย ฝั่งหนึ่งติดมหาสมุทรอินเดีย (ทะเลอันดามัน) อีกฝั่งติดแปซิฟิก (อ่าวไทย) แนวคิดเชื่อมต่อสองมหาสมุทรจึงมีมานาน และมีถึง 5 โครงการพัฒนา ตั้งแต่สมัย คอคอดกระ อ.ธรณ์ ระบุว่าแม้จะไม่ทันโครงการนั้น แต่ทันยุคที่มีแนวคิดเรื่อง แลนด์บริดจ์ กระบี่-ขนอม มีถนนเซาท์เทิร์นเป็นมรดกตกทอด, ต่อมาคือแนว 2 สร้างข้ามมาที่พังงา แถวๆ โคกกลอย
แต่ก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันถึงขั้นมี EIA โครงการก็เงียบไปก่อน ,มาถึงแนว 3 คือการสร้างท่าเรือปากบารา

และ 4 คลองไทย สุดท้ายมาถึงหนที่ 5 แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร และเผอิญตำแหน่งที่สร้างในระนองอยู่ไม่ไกลจากสถานีวิจัยอันดามัน คณะประมง เกษตรศาสตร์
“ทั้งหมดนี้ ผมบอกได้ว่า 5 โครงการพัฒนา สิ่งที่ขาดชัดเจนคือข้อมูลด้านธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการตัดสินใจ ผมไม่เคยเจอโครงการไหนเลยที่มีข้อมูลเพียงพอ ว่าง่ายๆ คือห่างไกลจากความมั่นใจว่าเราลงทุนสำรวจทะเลให้สาสมกับการเป็นโครงการยักษ์”
ทั้งนี้มีข้อมูลบางส่วนในโพสต์ระบุว่า ไม่เคยปฏิเสธการพัฒนา แค่อยากเห็นการพัฒนาที่เริ่มต้นอย่างถูกต้อง ข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ
“เรายังมีเวลา EHIA ยังไม่ผ่าน คชก.แทนที่จะเผชิญหน้ากัน เราสามารถทบทวนในสิ่งที่เราทำ หาทางเพิ่มเติมในข้อสงสัย ลงทุนสำรวจทำข้อมูลให้ดีพอตัดสินใจ”
อ้างอิง https://www.facebook.com/share/p/18WAmb5PcE/?mibextid=wwXIfr
