รัฐบาลชวนคนไทยร่วมสร้างสวัสดิการชุมชน รับดูแลคนไร้ที่พึ่งในครอบครัว พร้อมเงินสนับสนุนและนักสังคมสงเคราะห์ดูแลใกล้ชิด ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
วันนี้ (17 พ.ค. 2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแบบครอบครัวอุปการะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นที่พึ่งให้กับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ด้วยการรับดูแลคนไร้ที่พึ่งภายในครัวเรือน ผ่านโครงการ “ครอบครัวอุปการะ” โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินให้ 5,000 บาท /คน/เดือน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งกระจายสิทธิประโยชน์จากภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุ 20 ปีขึ้นไป
- มีสัญชาติไทย
- สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง
- มีความประพฤติเหมาะสม
- มีที่อยู่อาศัยและความพร้อมในการดูแล
- ไม่มีพฤติกรรมรุนแรง
- สามารถทุ่มเทเวลาเอาใจใส่ผู้รับการอุปการะได้อย่างต่อเนื่อง
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุอีกว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ รัฐบาลสนับสนุนค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาท/คน/เดือน พร้อมจัดนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เผยผลจากการสำรวจร่วมกับ สสส. และ พม.พบจำนวนคนไร้บ้านเปลี่ยนแปลงดังนี้
- ปี 2559 : 1,307 คน
- ปี 2561 : 2,720 คน
- ปี 2563 : 3,534 คน
- ปี 2566 : 2,499 คน
อายุส่วนใหญ่ 40–59 ปี (56.8%) อยู่ตามลำพัง (74.1%) คนไร้บ้านหน้าใหม่ (ไร้บ้านไม่เกิน 2 ปี) สูงถึง 39% โดยจังหวัดที่พบคนไร้บ้านมากที่สุด 7 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, ขอนแก่น, กาญจนบุรี, นครราชสีมา, สงขลา
โดยผู้สนใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถยื่นคำขอได้ที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ต่างจังหวัดสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานคุ้มครองต่าง ๆ ของรัฐ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน พม. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
