ใครจะรอด…ใครต้องไป ? เกมชีวิตชายไทย ในด่านเกณฑ์ทหาร และการปฏิรูปกองทัพที่ยังไม่สำเร็จ

เสียงเรียกชื่อดังสลับกับความเงียบงันของคนที่กำลังลุ้นชะตากรรม ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยต่างก็ส่งเสียงเชียร์ มีเดิมพันชีวิตที่ขึ้นอยู่กับกระดาษใบเล็ก ๆ ที่มือล้วงลงไปหยิบในไหใบใหญ่ เพราะหากหยิบได้ “ใบแดง” นั่นอาจหมายถึงการกำหนดวิถีทางใหม่แห่งชีวิตในอีก 2 ปีข้างหน้า

สำหรับบางคน นี่คือ “โอกาสรอด”
แต่อีกหลายคน นี่คือ “หน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

บรรยากาศการจับใบดำ-ใบแดง ในวันเกณฑ์ทหาร จึงไม่ใช่เพียงความคึกคักหรือสีสัน หากแต่เป็นภาพของระบบการบังคับเกณฑ์ทหาร ที่ยังคงดำรงอยู่ ท่ามกลางคำถามเรื่องการปฏิรูปกองทัพที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ตาม พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดไว้ว่า ชายไทยตามเพศกำเนิด ที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี (อายุครบ 17 ปีบริบูรณ์) ต้องทำการลงทะเบียนขึ้นทะเบียนทหารและรับ “ใบสำคัญทหารกองเกิน” (สด.9) โดยมีสถานะเป็นผู้รอการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ…

เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะได้รับหมายเรียก (สด.35) จากอำเภอตามภูมิลำเนา ให้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเป็นราชการทหารกองประจำการ หรือ “การบังคับเกณฑ์ทหาร” ในปีที่อายุ 21 ปี

ในกรณีที่ หลีกเลี่ยง หรือ ขัดขืน ไม่เข้ารับการตรวจเลือก มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และการหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหาร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 4 ปี

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินปี 2569 นี้ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เม.ย. (ยกเว้นวันที่ 6 เม.ย. วันจักรี) กองทัพมียอดความต้องการทหารเกณฑ์ ที่ 84,380 นาย แบ่งออกเป็น

  • กองทัพบก มีความต้องการ 42,926 นาย

  • กองทัพเรือ 11,101 นาย

  • กองทัพอากาศ 6,704 นาย

  • สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย

  • กองทัพไทย 817 นาย

แต่ด้วยมีผู้สมัครทหารออนไลน์ ไปแล้ว 22,062 นาย การตรวจเลือกบังคับเกณฑ์ทหารจริงจึงมียอดอยู่ที่ 62,318 นาย

เพื่อให้ได้บรรยากาศอันแสนระทึก สุดสัปดาห์ก่อน The Active จึงปักหมุดไปที่ วัดหลักสี่ พระอารามหลวง อีกหนึ่งพื้นที่ในกรุงเทพฯที่ทำการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 โดยมียอดต้องการพลทหารในเขต 27 นาย แต่มีผู้สมัครไปแล้วในวันนั้น 14 นาย นั่นหมายความว่ายังมีความต้องการพลทหารอีก 13 คน หรือเท่ากับมีใบแดง อยู่ 13 ใบ ให้ต้องสุ่มจับฉลากลุ้นกันนั่นเอง

ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนอบอ้าวของช่วงบ่ายกลางฤดูร้อน ชายไทยวัยหนุ่มที่กำลังรอจับฉลากใบดำ-ใบแดง ต่างรวมตัวกันใต้ถุนศาลาการเปรียญ นั่งรออย่างพร้อมเพรียงในรั้วเหล็กที่กั้นไว้ บรรดาญาติสนิท มิตรสหายต่างยืนรอสังเกตการณ์ และส่งกำลังใจจากภายนอก ทุกอย่างเป็นอย่างเรียบร้อยโดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างขมีขมัน

เมื่อช่วงเวลาแห่งความลุ้นระทึกเริ่มขึ้น ชายหนุ่มถูกเรียกไปที่ละคนเพื่อล้วงไห ที่ข้างในมีใบดำ-ใบแดง เคล้ารวมกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องดีใจที่คนใกล้ตัวใกล้ใจจับได้ใบดำ และเสียงโห่ร้องดีใจที่เฮดังกว่า เมื่อมีใครสักคนจับได้ใบแดง เพราะเท่ากับว่า 13 ใบแดงที่เหลือใกล้จะค่อย ๆ หมดไป โอกาสที่ลูกหลานตัวเองจะต้องเป็นทหารเกณฑ์ก็จะยิ่งมีน้อยลงเรื่อย ๆ

หลายคนอาจมองว่าบรรยากาศเช่นนี้เป็นความคึกคัก ความสนุกสนานและสีสันของการเกณฑ์ทหาร แต่เสียงโห่ฮาที่ดังอยู่นั้น อาจกำลังกลบบรรยากาศที่แท้จริง นั่นคือ การไม่อยากถูกบังคับเกณฑ์ทหาร

กองทัพปรับตัวต้อนรับพลทหารใหม่

แม้ทางกองทัพบกได้ออกมาแถลงความพร้อมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่าได้สั่งการประเมินความพร้อมสุขภาพจิตของครูฝึก โดยจัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพครูฝึกทั่วประเทศ วางระบบการดูแลสุขภาพทหารใหม่ทั้งร่างกายและใจ

กำหนดเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน 11,000 บาท พร้อมสิ่งของที่จำเป็น ตัดชุดสนาม กางเกงกีฬา ผ้าเช็ดตัว รองเท้า ผ้าปูที่นอนคุณภาพดีมีมาตรฐานเดียวกัน ไปจนถึงสั่งให้จัดที่พัก-ห้องน้ำ ที่สอดคล้องกับเพศสภาพที่หลากหลาย เพื่อให้พลทหารเกิดความสบายใจ

มากไปกว่านั้นยังได้ สั่งห้ามใช้ความรุนแรง เกินกว่าที่กองทัพบกกําหนด ห้ามลงโทษที่อันตรายต่อชีวิตและร่างกายอย่างเด็ดขาด และห้ามลงโทษหลังเวลา 18.00 น.

นี่เป็นความพยายามปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และเป็นไปตาม คำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 1379/2567 เรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันลงทัณฑ์หรือลงโทษที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและแบบธรรมเนียมทหาร ที่กำหนดแนวทางการลงโทษ ไม่ให้มีการทำร้ายหรือทรมานร่างกาย โดยให้ออกกำลังกายแทน

รวมทั้งเป็นไปตาม คำสั่ง ที่ 499/2567 เรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันการลงทัณฑ์หรือลงโทษที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและแบบธรรมเนียมทหาร ของกองทัพบก ที่กำหนดรูปแบบการลงโทษอย่างชัดเจน ซึ่งเน้นการใช้พลังงาน สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ 13 ท่า พร้อมทั้งหลักการอนุโลมลงโทษตามสุขภาพร่างกายและอายุของผู้ถูกลงโทษอย่างละเอียด

แต่แม้จะมีคำสั่งออกมาแล้ว ก็ยังคงมีทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่ายจากการธำรงวินัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การเกณฑ์ทหาร 2568 มาถึงปี 2569  มีข่าวทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่าย อย่างน้อย 4 นายแล้ว

หลายเสียงชายไทย ส่งตรงถึงค่ายทหาร และความคาดหวังถึงกองทัพ

ชายไทยวัยหนุ่มหลายคนในวันเกณฑ์ทหาร The Active พูดคุยด้วย ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่า “อยากได้ใบดำ เพราะไม่อยากเป็นพลทหาร” ซึ่งหนึ่งในนั้นบอกกับเราว่า

“วันนี้มาลุ้นจับใบดำใบแดง ใจจริงอยากได้ใบดำ พอทราบว่าในเขตนี้มียอดต้องการทหาร 27 คน ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพราะกังวลว่าหากต้องเป็นทหารเกณฑ์จะเสียโอกาสหางานทำถึง 1 ปี  แม้ว่าจะได้ข่าวเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ฝึกหัดทักษะอาชีพให้ทหารเกณฑ์ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นได้จริงไหม”

เมื่อถึงสิ่งที่หลายพรรคการเมืองเคยหาเสียงก่อนเลือกตั้ง ว่าจะยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร-ปฏิรูปกองทัพ เขาตอบอย่างเรียบเฉย

“ผมคิดว่าตอนนี้เขาคงไม่โฟกัสเรื่องทหารนะ
น่าจะโฟกัสเรื่องอื่นก่อน”

อีกคนหนึ่งก็หวังที่จะได้ใบดำเหมือนกัน เขาเล่าว่า ได้ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารมา 2 ปีแล้ว เพราะยังต้องเรียนหนังสืออยู่ วันนี้เรียนจบแล้ว เลยมาจับใบดำ-ใบแดง ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่า “มีความกังวลใจเรื่องการใช้ชีวิตในค่าย การธำรงวินัย การลงโทษต่าง ๆ” ที่เห็นเป็นข่าว อย่างไรก็ตาม เขาเองก็มีความเข้าใจกองทัพ และภาครัฐเรื่องนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหารและปฏิรูปกองทัพ

“อาจจะมีโอกาสที่การยกเลิกเกณฑ์ทหารจะสำเร็จ แต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลานาน เพราะว่ายังไงกองทัพก็ยังต้องใช้กำลังพลอยู่ดี”

สำหรับการปฏิรูปกองทัพในความหวังของเขาก็คือ การมีระบบเปิดรับสมัครทหาร 100%  มีเงินเดือนและสวัสดิการให้อย่างดี มีอาหารการกินที่มีคุณภาพ เพื่อให้ทหารได้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ในระหว่างรอเรียกจับใบดำ-ใบแดง ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญของวันนี้ ยังมีเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนรอในศาลาวัดกับแม่ โดยเปิดใจกับเราว่า “ไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์”

“พูดตรง ๆ ก็รู้สึกว่าอยากใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์กว่านี้ อยากเลือกงานเองอยากมีตัวเลือกที่แบบมันเยอะกว่านี้ ที่ไม่ใช่แบบข้าราชการทหาร”

“เงินเดือนที่บอกว่า 11,000 บาทอะ คือเพื่อนผมเป็นทหาร เอาจริงป่ะ โดนหักไปเหลือไม่กี่พันเองครับ แล้วคนที่เขามีภาระเยอะ ทำยังไง แล้วคนที่เคยมีเงินเดือนแบบหลาย ๆ หมื่นต่อเดือน พอรายได้มาเหลือแบบนี้ ก็ไม่อยากเป็นแล้วทหาร มันใช้ชีวิตลำบาก”

เมื่อเราแจ้งให้ทราบว่า ทางกองทัพบกมีการอบรมสุขภาพจิตของครูฝึก ยกระดับคุณภาพชีวิตของพลทหาร ข่าวนี้ทำให้รู้สึกสบายใจหรืออุ่นใจมากขึ้นไหม เขาก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา

“เอาจริง ๆ ผมก็เห็นเค้าพูดแบบนี้แทบจะทุกปี ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้เท่าไหร่ ยังมีข่าวแบบทำร้ายร่างกายอะไรกันอยู่ทุกปีเหมือนกัน”

“ใจจริงผมอยากเห็นรัฐบาลผลักดันนโยบายปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหารให้สำเร็จครับ ผมคาดหวังทุกปีครับ คาดหวังจนเลิกคาดหวังไปแล้ว ไม่อยากจะมาคาดหวังอะไรให้มันแบบว่าเสียสุขภาพจิตเล่นแล้ว จริง ๆ ผมว่าถ้ายกระดับกองทัพให้ทหารดูมีคุณค่ากว่านี้ หลายคนก็น่าจะตัดสินใจมาสมัครทหารอยู่ครับ”

ไม่ต่างจากหนุ่มวัย 21 ปี ที่เดินทางมาผ่อนผันการตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร เขาให้เหตุผลว่ายังติดเรียนอยู่ แต่หากเรียนจบจะสมัครพลทหาร แม้ว่าจะกังวลใจในการใช้ชีวิตในค่าย แต่ก็หวังใจว่านโยบายปฏิรูปกองทัพและยกเลิกเกณฑ์ทหารจะทำสำเร็จในเร็ววัน

เมื่อหญิงข้ามเพศต้องถูกเกณฑ์ทหาร

ในพื้นที่สำหรับรับเรื่องผ่อนผันเกณฑ์ทหาร ที่เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์นั่งเรียงราย ในนั้นมีหญิงข้ามเพศนั่งต่อแถวอยู่เช่นกัน เธอ บอกกับเรา ว่าวันนี้มาผ่อนผันเพราะยังต้องเรียนหนังสืออยู่ และรู้สึกว่ายังไม่พร้อม

เธอยอมรับว่าเคยได้ยินข่าวว่ากองทัพปรับปรุงองค์กรให้เป็นมิตรกับความหลากหลายทางเพศมากขึ้นแล้ว เช่น การจัดที่พัก-ห้องน้ำที่สอดคล้องกับเพศสภาพ

“ก็ดีนะคะทำให้ LGBTQ ให้เพศทางเลือก ได้ใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ได้สบายใจมากขึ้นที่จะเข้าไปอยู่ในนั้น เพราะว่า LGBTQ บางคนก็อยากเป็นทหาร แต่ว่ายังกลัว ๆ เพราะถ้าไปอยู่ในนั้น อาจจะไม่ได้รับการยอมรับ หรือมีปัญหาเพราะเป็น LGBTQ”

สำหรับเธอแล้ว มองว่า ในสังคมในปัจจุบันยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ว่าการบังคับเกณฑ์ทหาร ยังคงกำหนดเฉพาะเพศชายโดยกำเนิด จึงควรมีการปฏิรูปให้เป็นรับสมัครทหารด้วยความสมัครใจมากกว่า ไม่ใช่กำหนดเฉพาะเพศชายเท่านั้น

สมัครเป็นทหาร พร้อมความคาดหวัง

แต่ในจำนวนผู้ที่ยอมรับตามตรงว่าไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์ ก็ยังมีชายไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจสมัครทหารกองประจำการ หนึ่งในนั้นเดินทางมาวัดหลักสี่ สารภาพอย่างตรงไปตรงมา ว่าต้องการสมัครเป็นพลทหาร แล้วทำไม ? เขาถึงตัดสินใจแบบนั้น ก็ได้คำตอบอย่างหนักแน่นว่า

“ถ้าจับได้ใบแดงต้องเป็นทหารหนึ่งปี แต่ถ้าสมัครเลย ก็เป็นทหารแค่หกเดือน เลยตัดสินใจสมัครดีกว่า ไม่อยากเสียเวลาชีวิตเฉย ๆ เป็นพลทหาร ผมอาจจะมีความกังวลเรื่องชีวิตในค่ายนิดหน่อย เพราะไม่เคยเจอ แล้วก็เรื่องข่าวต่าง ๆ ที่เคยได้ยิน เช่นต้องรับใช้นาย การฝึก การลงโทษ

ส่วนเรื่องที่บอกว่ายกระดับสวัสดิการ เพิ่มเงินเดือน ไม่ให้ลงโทษหลังหกโมงเย็น หรือห้ามใช้ความรุนแรง คงต้องลองพิสูจน์ดูในค่าย

นอกจากนี้เขายังได้ฝากความคาดหวังกับรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะสามารถผลักดัน นโยบายทหารอาสา ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และสวัสดิการที่ดีได้สำเร็จตามที่แถลงไว้

เมื่ออารยะขัดขืนการบังคับเกณฑ์ทหาร

เนื่องจากบทบาทกองทัพและการทหารนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง การใช้อาวุธ การใช้ความรุนแรง การทำสงคราม การถูกบังคับให้เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การถูกฝึกให้พร้อมฆ่าและมองคนอื่นเป็นศัตรู จึงทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อศีลธรรม ความเชื่อทางศาสนา มโนธรรม จริยธรรม ที่ห้ามทำลายหรือเบียดเบียนผู้อื่น และความเชื่อด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงอาจทำให้สำนึกผิดชอบชั่วดีหายไป นำไปสู่การใช้สิทธิปฏิเสธไม่เข้าร่วมการรับราชการทหารหรือที่เรียกว่า การปฏิเสธระบบเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมสำนึก (conscientious objection) เป็นอีก อารยะขัดขืนต่ออำนาจรัฐ ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

ผู้ที่ปฏิเสธระบบเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมนั้น ไม่ได้หมายความ ว่าเขาและเธอจะปฏิเสธหน้าที่ต่อรัฐอื่นๆ ไปด้วย พวกเขาและเธออาจเต็มใจรับใช้ชาติในรูปแบบอื่นแทน เช่น สร้างสาธารณประโยชน์ หรือสนับสนุนกิจการพลเรือน ที่ไม่เกี่ยวกับการทหารมากกว่า

การปฏิเสธระบบเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมสำนึก ไม่ถือว่าเป็นการหนีทหาร แต่เป็นการปฏิเสธที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยใช้วิธีแสดงเจตจำนงชัดเจน ซึ่งอาจทำหนังสือชี้แจง หรือเคลื่อนไหวเป็นภาคประชาสังคม

นี่ถือว่าเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพราะเป็นอีกสิทธิในการมีเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา ที่ได้รับการรับรองไว้ใน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

แม้ประเทศไทยเองก็เป็นภาคี ICCPR ตั้งแต่ปี 2540 แต่กองทัพไทยและกระทรวงกลาโหม ยังไม่ได้ทบทวน พ.ร.บ.รับราชการทหาร ที่อาจกล่าวได้ว่าขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR รวมถึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 ที่กำหนดให้รัฐต้องประเมินและทบทวนกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้ผู้ที่ออกมาปฏิเสธระบบเกณฑ์ทหารต้องเผชิญกับผลลัพธ์ทางกฎหมายและการดำเนินคดีทางอาญา

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหว ที่เคยเป็นหนึ่งในผู้ปฏิเสธระบบเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมสำนึก ตั้งแต่อายุ 18 จนปัจจุบัน เขาอายุ 29 ปีแล้ว เขาย่อมตกเป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ 3118/2568 ในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45

เขาโดนคดีหลังจากเดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกเกณฑ์ทหารประจำปี 2567 ที่เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ เพื่ออ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร ทำให้นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ มอบหมายให้ พ.ท. กัมพล สังข์สาลี สัสดีอำเภอเมืองสมุทรปราการ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้ได้ถูกส่งฟ้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการแล้ว ในวันที่ 2 พ.ค. 68

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ เนติวิทย์ ในฐานะจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลแขวงส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทางด้านศาลรัฐธรรมนูญเองก็ยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา

ศาลแขวงสมุทรปราการจึงต้องเลื่อนวันฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจากวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมาไปเป็นวันที่ 20 ก.ค. 69 และเลื่อนไปฟังคำพิพากษาเนติวิทย์ ไปเป็นวันที่ 28 ก.ย. 69

หากการเคลื่อนไหวของเนติวิทย์สำเร็จ อาจถือได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของการ “ปฏิรูปกองทัพ” ที่มีพลเรือนผู้หนึ่งลุกขึ้นต่อต้านการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมสำนึกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย และต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าหนึ่งทศวรรษสำหรับการต่อสู้นั่นเอง

เมื่อการจับใบดำ-ใบแดง ยังคงถูกใช้เพื่อตัดสิน อนาคต ของคนวัยหนุ่มเพื่อ เสี่ยงดวง มากกว่า ทางเลือก คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าใครจับได้ใบอะไร แต่คือระบบนี้ยังควรดำรงอยู่ในรูปแบบเดิม หรือจำเป็นต้องทบทวน รวมถึงการ ปฏิรูปกองทัพ ที่ถูกพูดถึงมานาน กำลังรอจังหวะที่เหมาะสม หรือจริง ๆ มันแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น