พระแม่ทัพ…“นักบวช” ที่เคยเป็น “นักรบ” : สู้กับ “กิเลสในใจ” ยากกว่าสู้กับข้าศึก | พระบุญสิน โชติปัญโญ

ท่ามกลางความเงียบสงัดของวัดป่าในอำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี ชายวัยเกษียณผู้เปลี่ยนเครื่องแบบจากชุดทหารยศแม่ทัพ มาห่มผ้าจีวร ลุกจากที่นอนแผ่นบางตั้งแต่เวลาตีสองครึ่ง เพื่อเตรียมตัวทำวัตรเช้า นับตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา พร้อมฉายาทางธรรมว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ” ในขณะที่ชื่อ พล.อ. บุญสิน พาดกลาง เป็นชื่อในอดีตที่ถูกตัดออกจากชีวิตใหม่ในเพศบรรพชิต

พระบุญสิน เคยถูกเรียกว่า แม่ทัพกุ้ง หรือ ลุงแม่ทัพ เมื่อครั้งยังเป็นทหารติดยศผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพไทย แต่หลังจากพิธีอุปสมบทในเช้าวันนั้นเสร็จสิ้นลงอย่างเรียบง่ายภายในชั่วข้ามคืน นับเป็นการเริ่มต้นการเดินทางข้ามเส้นเวลาของคฤหัสถ์เข้าสู่เส้นทางร่มกาสาวพัสตร์ที่สมถะและเงียบสงบ

วันนี้อดีตแม่ทัพกุ้งกลายเป็น พระบวชใหม่ มีเพียงผ้าจีวรสีเหลืองฝาดห่มกาย และต้องเดินบิณฑบาตอยู่ท้ายแถว ชาวบ้านต่างตื่นเต้นที่เช้าวันหนึ่งมีพระบวชใหม่มาออกรับบิณฑบาต เพราะไม่คิดว่าคือ พระแม่ทัพกุ้ง จะมาบวชที่นี่

พระบุญสิน โชติปัญโญ

มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหลังการบวช ?

พระบุญสิน อธิบายว่า การบวชคือการเปลี่ยนหมดทุกอย่าง พอเป็นพระแล้ว ไม่มีพระยศพลเอก นามสกุล “พาดกลาง” ก็ไม่มี มีแต่ฉายาทางธรรม “โชติปัญโญ”

“คำว่าพลเอกเป็นบารมีทางโลก ยศถาบรรดาศักดิ์โลกธรรม 8 ลาภยศสรรเสริญ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา นี่คือโลกธรรม 8 นายพลเอกอาจจะเป็นยศสูงสุด แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ต้องติดตัวไปในภพหน้าสุคติภูมิ ถ้าเป็นพลเอกแต่ไม่มีศีลก็ไม่มีประโยชน์อะไร คุณก็มีแค่ตรงนี้ แต่หลังจากนี้ไปคุณก็ต้องรับกรรมของคุณไป”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

เหตุผลของการตัดสินใจออกบวช

พระบุญสิน ให้คำตอบว่า ช่วงที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 กลางปี 2567 ที่มีการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ว่าทหารไทยจะยึดคืนแผ่นดินได้หลายจุด แต่หลังการสู้รบที่ดุเดือดครั้งนั้น ทำให้มีผู้ใต้บังคับบัญชาต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างน้อย 42 นาย จึงตั้งใจบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทหารที่สละชีพเพื่อชาติ ให้สู่ภพภูมิที่ดี สรรเสริญดวงวิญญาณพวกเขาให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ให้มีสติอยู่ในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ

ความตั้งใจนี้นอกจากจะบวชเพื่อจะอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ยังอุทิศบุญให้แม้กระทั่งศัตรูที่สู้รบกันด้วย ?

“ใช่ กุศลส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้องและพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตที่ถูกลูกหลง แล้วก็ชีวิตของทหารฝ่ายตรงข้ามด้วย ขออโหสิกรรมให้ซึ่งกันและกัน ทำหน้าที่ของทหาร เรามายิงกันโดยไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำแต่ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติรักษาอธิปไตยของชาติ เป็นหน้าที่ของทหารด้วยเหตุผลนี้เราจึงต้องอุทิศส่วนกุศลให้กับพวกเขาด้วย อโหสิกรรมให้พวกเขาไปสู่ภพภูมิที่ดี”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

ในฐานะบรรพชิตที่เคยเป็นแม่ทัพบัญชาการรบ
ถ้าไม่อยากให้สงครามเกิด อะไร ? คือเหตุผลนำไปสู่สันติภาพได้บ้าง

“นั่นเป็นเรื่องของความมั่นคงแล้ว เป็นเรื่องของผู้นำของแต่ละประเทศที่ต้องไปคิดเอาว่าจะเกิดได้อย่างไรเราเป็นทหาร เราต้องทำหน้าที่ตามคำสั่ง ถ้าคุยกันลงตัว ไม่ต้องรบกันแล้วเราก็ไม่รบ เราก็เป็นมิตรกัน เกี่ยวพันทุกฝ่ายทั้งระดับนโยบาย ซึ่งจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

ความตั้งใจก้าวสู่ “เนกขัมมะ” สละชีวิตทางโลก
เพื่อความสงบและหลุดพ้นจากกิเลส ง่ายหรือยากอย่างไร ?

พระบุญสิน ยอมรับว่า การบวชยากยิ่งกว่าทหารฝึกใหม่หลายเท่านัก เราตั้งหลักตั้งใจเอาไว้แล้วเพื่อเจอกับสิ่งนี้ บวชเพื่อเอาร่างกายตัวเองมาปฏิบัติธรรม อีกหนึ่งเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในการบวช คือ สั่งสมบารมีทางธรรม

“พอเราบวชพระ เขาเรียกว่า เนกขัมมะบารมี คือ ออกเรือนและไม่ยุ่งเกี่ยว นามสกุลก็เปลี่ยน ไม่มีลูกเมีย ไม่มีครอบครัว มาอยู่วัดอยู่ป่า เสมือนตัดแล้วซึ่งทุกอย่างจริง ๆ”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

“วินัยทหาร” กับ “วินัยสงฆ์” ?

สำหรับ วินัยทหาร กับ วินัยสงฆ์ ในสายตาของ พระบุญสิน ยอมรับว่าแทบไม่ต่างกัน ถึงรุ่งเช้าพระสงฆ์ทุกรูปจะต้องลงมาพร้อมเพรียงกันก่อนออกบิณฑบาตเวลาตี 5 ครึ่ง รอฟัง เสียงระฆัง แทน เสียงนกหวีด สำหรับพระใหม่ บางวันยังต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าอาวาส ท่านพระครูประจักษ์ ภูริปัญโญ ให้ท่านสอนการครองจีวรก่อนออกเดินบิณฑบาตให้เรียบร้อยงดงามน่าเลื่อมใส

เวลาบ่าย 3 เป็นเวลากวาดตาด หรือ กวาดลานวัด บนพื้นที่นับร้อยไร่ พระ 10 รูป ขณะกวาดก็ตั้งสมาธิภาวนาไปด้วยตามครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้

“ท่านพระครูนอกจากจะเป็นพระสายสมาธิกรรมฐานแล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา จากเมื่อก่อนวัดป่าศรีคุณารามเคยเป็นป่ารกทึบหมดเลย ท่านก็มาบูรณะพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีขึ้น”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

วัดนี้มีสิ่งปลูกสร้างที่ค่อนข้างสวยงามและยิ่งใหญ่
ไม่ขัดกับความเงียบสงบที่วัดป่าควรจะมีหรือ ?

พระบุญสิน อธิบายเรื่องนี้ โดยมองว่าวัดพัฒนาขึ้นก็จากแรงศรัทธาของญาติโยม การสร้างเจดีย์ก็เหมือนไว้ต้อนรับญาติโยมให้เข้ามาฝึกจิตใจ ฝึกตน ฝึกสมาธิและรับฟังเทศน์ฟังธรรม ฝึกต่อสู้กับศัตรูทางใจก็คือกิเลส

วัดใหญ่ ๆ หลายแห่งก็เป็นที่ปฏิบัติอย่างดี ไม่ได้เกี่ยวกับวัตถุที่นำมาก่อสร้าง วัตถุไม่ใช่อุปสรรค แต่ กิเลส คืออุปสรรคในการบำเพ็ญเพียร

“ภาพจิตรกรรมฝาผนังก็มีเรื่องราวพุทธประวัติเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและกองทัพพญามาร มนุษย์ก็มีการสู้รบของทหารเพื่อเอาชนะศัตรูผู้รุกรานก็ไม่ต่างกัน ต้องใช้ความเข้มแข็งอดทนต่อสู้จนชนะมารให้ได้ เหมือนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในเจดีย์นั่นแหละ พระพุทธเจ้ายังต้องต่อสู้กับมารเลย”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

นอกจากจะเดินทางสมณะสายวิปัสสนากรรมฐานแล้ว พระบุญสิน ก็เป็นพระนักพัฒนา เส้นทางเดียวกับพระอาจารย์ ท่านพระครูประจักษ์ พระที่เคารพบูชาของชาวบ้านฮีต อ.กู่แก้ว และใกล้เคียงในเรื่องการปฏิบัติและพัฒนา

“ก็เคยเปล่งวาจาไว้กับญาติโยมว่า ไปที่ไหนก็อยากนำความเจริญไปสู่ที่นั่น เช่น วันนี้ก็หาเวลาสำรวจความพร้อมใช้งานของพื้นเสื่อมโทรมของสนามกีฬาในโรงเรียนกู่แก้ววิทยา โรงเรียนประจำอำเภอ ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง จะได้หาทางช่วยปรับพื้นที่ให้ใช้งานได้ เพื่อให้เยาวชนมีสนามกีฬาที่ใช้ประโยชน์ได้ ทางผู้หลักผู้ใหญ่ก็อยากให้ลงมาดู จะได้ช่วยกันร่วมมือพัฒนาปรับปรุงให้คงทนถาวร อยากให้เด็กเรียน-เล่นอยู่กับบ้าน ไม่ต้องหนีไปเรียนที่อื่น เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอีกทางหนึ่ง เป็นความตั้งใจอีกอย่างหนึ่งระหว่างจำพรรษาอยู่ที่นี่”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

ความเข้มข้นของการปฏิบัติและวัตรของสงฆ์

สิ่งที่ พระบุญสิน ได้สัมผัสและปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้ คือ พระทุกรูปในวัดป่าศรีคุณาราม เป็นสายธรรมยุต ยึดแนวทางปฏิบัติของ พระอาจารย์เสาร์ กันตสิโล ซึ่งเป็นท่านอาจารย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก็คือ การกินให้น้อย นอนให้น้อย ปฏิบัติให้มาก ฉันอาหารมื้อเดียวคือมื้อเช้า หลังเที่ยงไปก็ฉันอะไรไม่ได้นอกจากน้ำปานะ

หากเกิดศรัทธาว่าการออกบวชเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ได้ฝึกอยู่กับความรู้สึกฝืนในสิ่งที่ตนไม่มีความสุข เพื่อให้เข้าใจว่าเรื่องของความทุกข์เป็นสัจธรรม เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อเกิดขึ้น ก็ตั้งอยู่ และดับไปได้ในที่สุด ด้วยจริยาวัตรปฏิบัติตามองค์ครูอาจารย์วัดป่าอย่างเคร่งครัด

ช่วงเข้าพรรษาล่วงมากว่าเดือนกว่าแล้ว บรรยากาศภายในวัดที่มี พระแม่ทัพกุ้ง จำพรรษาอยู่ มักจะมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบและทำบุญอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เมื่อคนรับรู้ว่าพระแม่ทัพกุ้งจำพรรษาอยู่ที่นี่

ทุกวันวัดป่าศรีคุณาราม จะมีญาติธรรมสลับสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพทำโรงครัวเสริมสำหรับถวายพระและทำอาหารเลี้ยงผู้ที่มาทำบุญ และตั้งใจมาฟังเทศน์ฟังธรรมหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่หมั่นเพียรเทศน์สั่งสอนธรรมญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดอยู่มิได้ขาด 

ทุกวันพระ ญาติธรรมทั้งที่อยู่ในศาลาวัด และทางออนไลน์ต่างเฝ้ารอ ที่จะได้สนทนาธรรมกับ ท่านพระครูประจักษ์ และ พระบุญสิน โดยมีพระหนุ่มที่พอมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำหน้าที่เป็นแอดมินในการเผยแผ่ธรรมะ เพื่อนำธรรมะสู่ใจพุทธศาสนิกชน

ชาวบ้านหรือชาวพุทธโดยทั่วไปถือว่า วัตรปฏิบัติที่เคร่งคัดของพระสงฆ์ เป็นยิ่งกว่าคำสอนที่สร้างพลังศรัทธาให้กับญาติโยม ทำให้ทุกคนพร้อมใจกันมาร่วมทำนุบำรุงวัดให้สะอาด สงบ และสวยงามอยู่เสมอ ด้วยมีความศรัทธาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่มีจริยาวัตรงดงามสม่ำเสมอเป็นทุนเดิม 

“เราเป็นพระเป็นลูกศิษย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีหน้าที่เผยแผ่หลักคำสอน และก็ตั้งใจจะทำอย่างนั้นเช่นกัน เมื่อมีคนมาถ่ายรูป เสร็จแล้วก็คลานออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ ก็เลยเป็นเรื่องให้กลับมาไตร่ตรองหาแนวคิดว่าชาวบ้านที่มาเขาได้อะไรกลับไปบ้าง ที่มาคุยกับเรานี่มาแค่ถ่ายรูปกับพระรูปหนึ่งเหรอ ก็เลยอยากให้มีคติเตือนใจคำสอนของพระพุทธเจ้าสักข้อสองข้อติดตัวกลับไปก็ยังดี ก็มีโอกาสได้บอกโยมเหล่านั้นถึงการมีศีลบำเพ็ญเพียรภาวนา บอกให้รู้จักศีล ทาน ภาวนา หรือรู้จักศีลห้าไหม ในฐานะชาวพุทธปฏิบัติกันได้ครบทุกข้อไหม ตอนนี้เราเป็นพระ ไม่ใช่ตอนเป็นแม่ทัพจึงต้องมีความสำรวม”

พระบุญสิน โชติปัญโญ

ในแต่ละวัน ภายในวัดศรีคุณาราม หลังเสร็จกิจฉันภัตตาหารเช้าบนศาลา พระสงฆ์แต่ละองค์ต่างแยกย้ายไปปฏิบัติภาวนาที่กุฏิ แต่สำหรับ พระบุญสิน หรือ พระแม่ทัพกุ้ง จะให้เวลากับญาติธรรมที่เดินทางมาจากที่อื่น ๆ ได้เข้ากราบและร่วมทำบุญกุศลตามโอกาส 

แม้ว่าเวลาจำวัดพักผ่อนของพระวัยเกษียณแทบจะไม่มี แต่ด้วยความตั้งใจเจริญเมตตาธรรมแก่ญาติโยม พระบุญสิน ก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะต้อนรับด้วยไมตรีจิต

ดังอุปนิสัยดั้งเดิมตั้งแต่ยังเป็นแม่ทัพผู้หนักแน่นเด็ดเดี่ยว ที่ตั้งใจจะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้เป็นอานิสงค์แก่ตนเอง แก่ทหารกล้าทั้ง 42 นาย และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active