กรมอุตุฯ เผย ‘ฤดูร้อน 69’ มีโอกาส ร้อนระอุทะลุ 42 องศาเซลเซียส เตือนหลายภาคทั่วไทย เตรียมรับฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ก่อนนับถอยหลังเข้าสู่ ฤดูร้อน ช่วงปลายเดือน ก.พ. นี้ คาดปีนี้ฤดูร้อนอาจมาช้าแต่ร้อนกว่าปีก่อนแน่
16 ก.พ.2569 วันนี้ ถือเป็นวันไหว้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน คนที่อาจรู้สึกได้ถึงอากาศที่ร้อนขึ้นกว่าเดิมในช่วงปลายฤดูหนาว อุตุนิยมวิทยา คาดการณ์อากาศยังร้อนจัดและมีฝนตกบางแห่งในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ และวันที่ 17-18 ก.พ. รับมืออากาศแปรปรวน กทม. ปริมณฑล ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงฉับพลัน จากมวลอากาศเย็นปะทะอากาศร้อน
ภาคเหนือยังเย็น กรุงเทพฯ-ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ ให้ระวังฝนฟ้าคะนอง
สำหรับสภาพอากาศในระยะ 1-2 วันนี้ ประเทศไทยตอนบนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวไปฤดูร้อน
ภาคเหนือและอีสาน : ตอนเช้าอากาศยังคงเย็นและมีหมอก แต่ต้องระวังสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง
ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึง กทม.และปริมณฑล : เตรียมรับมือฝนตกในบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปะทะกับมวลอากาศเย็น จังหวัดที่จะมีฝนฟ้าคะนอง นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ : ฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ร้อยละ 30 ของพื้นที่ จังหวัดที่จะเกิดฝนฟ้าคะนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล คลื่นลมบริเวณที่มีฝนสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ฝุ่นละออง: ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เนื่องจากลมพัดอ่อน

ในช่วงวันนี้ – 21 ก.พ. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคกลาง กทม. และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง 30-40 % เกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น 40-60 % เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขณะที่ 11-14 ก.พ. 2569 ไทย อากาศร้อน หลายพื้นที่ มากถึง 38.5 องศาเซลเซียส อย่าง เพชรบูรณ์ ลพบุรี

ไทยเข้า ‘ฤดูร้อน 2569’ เมื่อไหร่? เตรียมรับมือความร้อนระอุ ทะลุ 42 องศาเซลเซียส
นัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผย ฤดูร้อนของไทยปีนี้ คาดว่าจะเริ่มต้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และสิ้นสุดกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ปีนี้โดยคาดว่าอากาศจะร้อนกว่าปี 2568 ขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อนของไทยปีนี้ คาดว่า จะเริ่มช้ากว่าปกติ ซึ่งช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ โดยอากาศจะร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ 36 – 37 องศาเซลเซียส ซึ่งค่าปกติที่ 35.4 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะ ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30 – 40

ช่วงต้น-กลางเดือน มี.ค. อากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า อาจเกิดพายุฤดูร้อนได้เป็นระยะปลายเดือน มี.ค. – กลางเดือนเม.ย. อากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วประเทศ บางพื้นที่มีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42 – 43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในภาคเหนือ ยังมีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนเป็นระยะ
ปลายเดือน เม.ย. – กลางเดือนพ.ค. เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
ภาคใต้ ช่วงเดือน มี.ค.ถึงปลายเดือน เม.ย. จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนในเดือน พ.ค. ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และบางแห่งมีฝนตกหนัก คลื่นลมทะเลอันดามันสูง 2 – 3 เมตร อ่าวไทยคลื่นสูง 1 – 2 เมตร
สัญญาณ “เกณฑ์การเข้าสู่ฤดูร้อน”
กรมอุตุฯ ใช้หลักเกณฑ์ ในการประกาศเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ดังนี้
ร้อนตอนกลางวัน : พื้นที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงสุดในตอนกลางวันมากกว่า 35 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน
อุ่นตอนเช้า : อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงเช้ามากกว่า 23 องศาเซลเซียส
ลมเปลี่ยนทิศ : ลมที่พัดปกคลุมเปลี่ยนจาก “ลมตะวันออกเฉียงเหนือ” (ลมหนาว) เป็น “ลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ลมฝ่ายใต้” ซึ่งพัดนำความชื้นและความร้อนเข้ามาแทนที่
ช่วงเปลี่ยนฤดูอากาศจะแปรปรวน มีทั้งร้อนจัดสลับพายุฤดูร้อน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ ระวังโรคลมแดด (Heatstroke) และระวังอัคคีภัยในช่วงอากาศแห้งแล้งนี้ด้วย

