สหภาพไรเดอร์ Freedom Rider Union พร้อม 3 ตัวแทนไรเดอร์จากภาคใต้ ร่วมแลกเปลี่ยนอุปสรรคการทำงานในภาวะ ‘เอญนีโญ’ เมื่ออากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ เสี่ยงโรคเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีหลักประกัน พร้อมย้ำ “อยากได้ความมั่นคงในอาชีพ” ด้าน ผศ.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.เผยไรเดอร์ต้องมีหลักประกันทางสังคม มากกว่าจะรอประกันอุบัติเหตุจากประกันเอกชนเพียงอย่างเดียว
วันนี้ (29 ก.ค.2569) ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความร้อนสลับกับฝนเป็นช่วงๆ อันเป็นผลมาจากสภาวะเอลนีโญ ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายน โดยประเทศไทยอาจมีปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์ถึงต่ำกว่าค่าปกติ ส่วนอุณหภูมิก็มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าปกติ
เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน อากาศไม่แน่นอน ทำให้คนเลือกใช้บริการไรเดอร์ในการรับส่งอาหารมากขึ้น แม้จะส่งผลดีกับธุรกิจรูปแบบนี้ แต่ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการต้องแบกรับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ฝนตกหนัก รวมถึงฝุ่นควัน ก็ตกอยู่ที่กลุ่มไรเดอร์ ผู้มีออฟฟิศเป็นท้องถนน
“ปกติไรเดอร์จะใส่เสื้อแขนยาว ถุงมือกันแดด ผ้าคาดหัว เสื้อกันแดด ทำทุกอย่างเพื่อกันแดด แต่มันก็มีความร้อน ทำให้ข้างในตัวชุ่มเหงื่อไปหมด”
กานต์ แก่นแก้ว ไรเดอร์จากกระบี่ เปิดเผยผ่านเสวนาออนไลน์ Rider Talk on Tour EP.32 ไรเดอร์จะรับมืออย่างไรเมื่อซุปเปอร์เอลนีโญถึงไทยแล้ว ถ่ายทอดผ่านเฟสบุ๊คสหภาพไรเดอร์ Freedom Rider Union
ปัญหาความร้อนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับไรเดอร์หลายคน ถึงแม้จะกันแดดได้แต่ก็ยังกันความร้อนไม่ได้ ด้วยงานที่ต้องวิ่งกลางแดดตลอดเวลา ทำให้ยากที่จะหลีกเลี่ยง
สิ่งที่ตามมากับความร้อนคือความกระหายที่มากขึ้น ณัฐพงศ์ โพธิ์วัฒนะชัย นักบริหารแผนชำนาญการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าพฤติกรรมที่ตามมา เมื่อต้องเผชิญกับอากาศร้อนคือการบริโภคน้ำหวานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำชง เครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ประกอบไปด้วยน้ำตาลในปริมาณมาก เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงในอนาคต
นอกจากนี้ปัญหาความร้อนยังลามมาถึงสุขภาพจิต กัญญนันท์ คำคง ไรเดอร์ภูเก็ต เล่าว่าที่ผ่านมา บางครั้งความร้อนก็ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่สบายใจ มีบางทีที่ต้องไปเจอกับร้านอาหารที่รอคิวนานๆ แถมไม่มีที่ให้หลบร้อนหรือแม้กระทั่งที่ให้ไรเดอร์ยืนรอ กัญญนันท์เล่าว่าก็มีอารมณ์เสียไปบ้างเช่นกัน
ไม่ใช่แค่ปัญหาเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจ แม้กระทั่งอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ในการขับรถทำงานก็เจอผลกระทบจากความร้อนไปด้วย ตัวแทนไรเดอร์แลกเปลี่ยนว่า เจอปัญหาเสื้อทำงานซีดเร็วขึ้น เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อซัก ทำให้ใช้งานเสื้อได้ไม่นาน หรือแม้กระทั่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ขับขี่เป็นประจำก็มีสภาพเสื่อมเร็วขึ้นจากความร้อน เช่น เบาะ หรือหน้าดอกยางที่ตื้นขึ้น ไปจนถึงเรียบ ส่วนหนึ่งก็เพราะท้องถนนที่เป็นคอนกรีตที่ร้อนขึ้น

ณัฐพงศ์เพิ่มเติมว่าปัจจุบันในบางพื้นที่ก็มีการพยายามรับมือกับความร้อนมากขึ้น ล่าสุด สสส.ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ร่วมสร้าง ห้องหลบร้อน เนื่องจากอากาศในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง รถยนต์ และพื้นคอนกรีต ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อน หมายความว่าอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณอื่นๆ โดยห้องหลบร้อน เพื่อให้ประชาชนได้คลายร้อนและหลบหลีกอากาศที่ร้อนจัด
หรือเงินที่มากขึ้นจะตอบโจทย์? กานต์ ไรเดอร์จากกระบี่แลกเปลี่ยนว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มมีค่ารอบเพิ่มให้สำหรับในกรณีที่ไรเดอร์ออกไปวิ่งงานตอนฝนตกหนัก แต่ทั้งนี้ค่ารอบที่เพิ่มให้ก็เก็บจากลูกค้า ซึ่งในมุมของลูกค้าเองก็ต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะฉะนั้นค่ารอบที่มากขึ้นจูงใจให้ไรเดอร์ออกไปวิ่งงานท่ามกลางสายฝน แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้ออเดอร์เยอะเสมอไป เนื่องจากราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายแพงขึ้น
แม้ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกหยิบมาพูดบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควรในทั่วทุกพื้นที่ ส่วนใหญ่ไรเดอร์ต้องเป็นคนรับมือกับอุปสรรคเหล่านี้ด้วยตัวเอง จึงนำมาสู่ความกังวลที่ว่า หากมีปรากฏการณ์ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าเดิมและแห้งกว่าเดิม ไรเดอร์จะต้องรับมือกับสภาพอากาศแบบนี้อย่างไร
“ถ้ามันเลี่ยงร้อนไม่ได้ เลี่ยงฝนไม่ได้ กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อยากให้มีความมั่นคงในอาชีพตัวเอง ถ้าเราทำงานไม่ได้และหลังจากนั้นจะเกิดอะไรต่อ อยากให้มีเงินคุ้มครองที่นอกเหนือจากประกันที่ทุกแพลตฟอร์มมีให้ เพราะแพลตฟอร์มรักษาจบก็คือจบ แต่ใครจะดูแลชีวิตไรเดอร์หลังจากนั้น” กานต์กล่าว
ผศ.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า หลักประกันด้านสุขภาพที่แพลตฟอร์มมีให้ ส่วนใหญ่เป็นประกันอุบัติเหตุจากเอกชน นอกเหนือจากนั้นมีเพียงประกันภัยภาคบังคับที่มาพร้อมกับ พ.ร.บ รถจักรยานยนต์ ผศ.กฤษฎาระบุเพิ่มว่า โดยทั่วไปแล้วแพลตฟอร์มอยากจะให้ผู้ขับขี่ใช้ประกันตาม พ.ร.บ.ก่อน หากไม่พอค่อยมาเบิกใช้กับประกันที่แพลตฟอร์มมีให้
แต่ปัญหาความร้อน เป็นสิ่งกระทบร่างกายในระยะยาว ไม่เหมือนอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทันที ความเจ็บป่วยที่ตามมาจากการทำงานไม่ว่าจะเป็นโรคปอด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคความดัน เป็นต้น ทั้งหมดล้วนเป็นความเสี่ยงที่ไรเดอร์ต้องแบกรับ
“ตากฝนตากลมบ้างก็มีโอกาสที่จะป่วยได้ มันเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพหมดเลย แต่เราไม่มีมาตรการอะไรพูดถึงเรื่องพวกนี้ ผมอาจจะคาดหวังมากกว่าการที่บริษัทแพลตฟอร์มจะทำไกด์ไลน์ออกมาว่า มีแนวทางในการดูแลตัวเองยังไง”
ผศ.กฤษฎามองว่าออกแนวทางการดูแลตัวเองยังไม่พอ ควรมองไปถึงการลงมือทำจริง เช่น แพลตฟอร์มจัดบริการตรวจสุขภาพประจำปีให้ไรเดอร์ปีละ 1-2 ครั้งเพื่อให้ประเมินความเสี่ยงสุขภาพของตัวเองได้ ที่สำคัญคือการมีหลักประกันด้านสุขภาพให้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เฉพาะกรณีการเกิดอุบัติเหตุ
“กองทุนทดแทน” เป็นกลไกอย่างหนึ่งที่ ผศ.กฤษฎา มองว่าสามารถมีส่วนช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพื่อให้แพลตฟอร์มเป็นคนรับผิดชอบ แทนที่จะไปเรียกร้องจากประกันเอกชนเพียงอย่างเดียว
ประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนานคือการนิยามการทำงานของไรเดอร์ ซึ่งมีตัวแทนหลายฝ่ายจากกลุ่มไรเดอร์และผู้ขับเคลื่อนเรื่องสิทธิแรงงานเห็นว่า ควรมีการเปลี่ยนนิยามจากพาร์ตเนอร์ เป็นลูกจ้าง เพื่อให้กลุ่มคนทำงานเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมกับสภาพการทำงานอย่างแท้จริง
“ต้องดูสภาพการทำงานที่แท้จริงว่า ลักษณะการทำงานของเขาเป็นอิสระจริงหรือเปล่า หรือมีการพึ่งพิง ทั้งการพึ่งพิงค่าตอบแทนการแลกเปลี่ยนงานหรือเปล่า ถ้าเข้าข่ายตรงนี้เขาก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นลูกจ้างแต่เป็นลูกจ้างประเภทไหนอันนี้เราต้องมาต้องมาพูดคุยกัน”
ท่ามกลางข้อโต้เถียงระหว่างฝั่งไรเดอร์ที่ต้องการมีสถานะเป็นลูกจ้างกับอีกฝั่งที่ไม่ต้องการ ปัจจัยการตัดสินใจของทั้ง 2 ฝั่งมาจากเงื่อนไขการทำงานและการเข้าสู่ประกันสังคม ม.33 ในฐานะลูกจ้าง โดยฝั่งหนึ่งมองว่าการเปลี่ยนสถานะเป็นลูกจ้างจะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงความคุ้มครองต่างๆ ได้มากขึ้น ขณะที่อีกฝั่งมองว่าเงื่อนไขในการทำงานจะเปลี่ยนไปหากต้องกลายเป็นลูกจ้าง
ผศ.กฤษฎาระบุว่า เรื่องสถานะเป็นสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนเพื่อหาจุดร่วม เนื่องจากการทำงานในยุคใหม่กำลังไปไกลเกินกว่ากฎหมาย
ผ่านไป 2 เดือนสำหรับการร่วมมือของไรเดอร์ไทยและต่างประเทศกับการประท้วงปิดแอป “Global Switch Off” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนอนุสัญญาเกี่ยวกับการทำงานบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้แต่ละประเทศมีกฎหมายที่คุ้มครองแรงงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากล ILO
ก้าวสำคัญต่อมาเกิดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย 2569 ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มีมติรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 193 ที่ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Decent Work in the Platform Economy) โดยเป็นอนุสัญญาฉบับแรกในโลกที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานรับจ้างอิสระ ซึ่งก็คือแรงงานในแพลตฟอร์ม
โดยสาระสำคัญของอนุสัญญาฉบับนี้ได้แก่
- จำแนกสถานะการทำงานผ่านการพิจารณาตามสภาพการทำงานจริง
- แรงงานทุกสถานะการทำงาน จะได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างครอบคลุม
- แรงงานมีส่วนในการรับรู้การใช้ระบบอัตโนมัติตามอัลกอริทึม นอกจากนี้ยังมีสิทธิเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลได้
- ปรับนิยามค่าตอบแทนให้ตรงกับสถานะการทำงานและเปิดช่องให้แรงงานเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม
“ผมคิดว่า ถึงแม้หลักการในอนุสัญญาฉบับนี้มันจะไม่ได้แทงออกไปเลยว่า เป็นลูกจ้าง แต่มันมีบรรทัดฐานอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นจากประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยก็คงจะต้องพิจารณาตามที่ประเทศอื่นเขาตัดสินเหมือนกัน” ผศ.กฤษฎากล่าว
