ACT เปิด Hall of Shame 13 กรณีอื้อฉาว สะท้อนวิกฤตคอร์รัปชันพุ่ง หลักนิติธรรมไทยทรุด

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ รวม “กรณีอื้อฉาว” สะท้อนคอร์รัปชันในรอบครึ่งปี 2569 ตอกย้ำ ความอ่อนแอของระบบหลักนิติธรรมไทย ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และการถ่วงดุลอำนาจรัฐ

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เพียง 6 เดือนแรกของปี 2569 ได้เกิดเรื่องอื้อฉาวพัวพันกับคอร์รัปชันขนาดใหญ่มากเป็นประวัติการณ์ จนต้องบันทึกใน “บัญชีดำคอร์รัปชัน” (Hall of Shame) เพื่อตีแผ่กลโกง ประณาม และสร้างความตื่นรู้ให้สังคมไทยเห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชันอย่างน้อย 13 กรณีอื้อฉาวอ้างอิงสถานะข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ค.2569  ประกอบด้วย

  1. โกงสอบข้าราชการ อปท. มูลค่าสินบน 4.5 พันล้านบาท
  2. กกร. เผยผลสำรวจ 10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนจากเอกชน
  3. ไอ้โม่งตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร มูลค่าราว 2.3 พันล้านบาท
  4. TH-Ai Passport โครงการฉาว 1.6 พันล้าน
  5. เครนถล่มงานก่อสร้างทางด่วนพระรามสอง คนตาย 2 คน บาดเจ็บ 2 คน
  6. อธิบดีกรมฝนหลวงลาออก หลังปฏิเสธคำขอจากหลานรัฐมนตรี
  7. สินบนทองคำหนัก 246 บาท มูลค่า 16 ล้านบาท พัวพันกรรมการ ป.ป.ช. กับบิ๊กโจ๊ก
  8. ป.ป.ช. มีมติปัดตกคดีนายศักดิ์สยาม สวนทางศาลรัฐธรรมนูญ
  9. มาเฟียภูเก็ต ใหญ่คับเกาะจนผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ถูกเด้ง
  10. คดี สส. 888 มีตำแหน่งใหญ่โตในรัฐสภา แม้ต้องคดีพนันออนไลน์และฟอกเงิน
  11. แจ้งเกิดเท็จ ใช้พ่อไทยทิพย์ให้ลูกได้สัญชาติไทย
  12. คดีลอบยิง สส. นราธิวาส มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน
  13. 5 ตำรวจ ตม. จัดฉากช่วยจีนเทาหนีคุก

“คอร์รัปชันยุคนี้ไม่ได้แปลว่าต้องแอบรับเงินใต้โต๊ะ หรือทำผิดกฎหมายเสมอไป พวกเขาไม่กลัวขนาดนั้นแล้ว เพราะเอากฎหมายและนโยบายรัฐมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้พวกตน และที่น่ารังเกียจกว่านั้น คือคดีคอร์รัปชันที่มีนักการเมืองหนุนหลังจะสร้างความเสียหายหนักเป็นวงกว้างเสมอ” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯกล่าว

นอกจาก 13 กรณีอื้อฉาวดังกล่าว  สังคมไทยยังวิจารณ์อย่างหนักต่อ 2 เรื่องอื้อฉาวที่อาจจบลงดื้อ ๆ ได้แก่ คดี ฮั้ว ส.ว. ที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตย และ คดีฮุบที่ดินเขากระโดง

“สองคดีนี้เจ้าหน้าที่รัฐมากมายดาหน้าใช้กฎหมายและอำนาจของหน่วยงานมาคัดง้างกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องผลประโยชน์นักการเมือง”

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ กล่าวอีกว่า  หากลองวิเคราะห์ 13 กรณีอื้อฉาวนี้ผ่านกรอบหลักนิติธรรม ( Rule of Law)  พบ “จุดอ่อน” ของประเทศไทย 4 มิติหลัก ได้แก่

 (1) การปลอดจากคอร์รัปชัน (Absence of Corruption)  ดังกรณีโกงสอบ อปท., TH-AI Passport, สินบนทองคำ ข้อเสนอเชิงนโยบาย ต้องเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เปิดเผยผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

(2) การบังคับใช้กฎหมาย (Regulatory Enforcement)  กรณีเครนถล่ม,ไอ้โม่งตุนน้ำมัน  ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย

(3) กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (Criminal Justice)  กรณีสินบนทองคำ, คดี สส. 888, 5 ตำรวจ ตมข้อเสนอเชิงนโยบาย ต้องยกระดับความโปร่งใสและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม

(4) การถ่วงดุลอำนาจรัฐ (Constraints on Government Powers)   คดีนายศักดิ์สยาม, ผลสำรวจสินบน  ข้อเสนอเชิงนโยบาย เสริมกลไกตรวจสอบและความรับผิดของหน่วยงานรัฐ

“ความท้าทายของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทุจริตรายคดีแต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของรัฐ การกำกับดูแลและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม”

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active