‘นายกสมาคม อบต.’ ชี้ งบฯ-พื้นที่-เทคโนโลยีไม่พร้อม อุปสรรคท้องถิ่นจัดการขยะ เสนอรัฐหนุนงบกลาง เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน ลดเสี่ยงทิ้งขยะผิดวิธี
เมื่อเร็วๆนี้ รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม จ.ปทุมธานี เปิดเผย The Active ถึงปัญหาการบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ปัจจุบัน อบต.ส่วนใหญ่แทบไม่มีสถานที่กำจัดขยะเป็นของตัวเอง โดยประเมินว่าประมาณ 99% ไม่มีบ่อขยะของตนเอง ทำให้ต้องพึ่งพาสถานที่กำจัดขยะของเอกชน หรือใช้วิธีประมูลให้เอกชนเข้ามารับผิดชอบการจัดเก็บและกำจัดขยะทั้งหมด
โดยปัญหาสำคัญอยู่ที่ภารกิจด้านการจัดการขยะของท้องถิ่นขนาดเล็ก โดยเฉพาะ อบต. มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะที่การจัดการขยะอย่างครบวงจรจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งต้องอยู่ห่างจากชุมชน การก่อสร้างระบบกำจัดขยะ ตลอดจนการเลือกเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเผา การผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) หรือรูปแบบอื่น
ดังนั้น หากให้แต่ละ อบต. หรือเทศบาลดำเนินการจัดการขยะด้วยตัวเอง อาจเกิดปัญหาสถานที่กำจัดขยะกระจัดกระจาย และมีมาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จึงเสนอให้ยกระดับการบริหารจัดการขยะเป็นระบบ “คลัสเตอร์ขยะ” ในระดับจังหวัด โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นหน่วยงานหลักในการวางระบบและจัดหาสถานที่กำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน
“ถ้าแต่ละจังหวัดสามารถรวมขยะเป็นคลัสเตอร์เดียวกันได้ จะช่วยลดปัญหาการมีสถานที่ทิ้งขยะกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง และทำให้การบริหารจัดการมีมาตรฐานมากขึ้น โดย อบจ. สามารถรับผิดชอบเรื่องการหาสถานที่และวางระบบ ส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งนำขยะเข้าสู่ระบบเดียวกัน”
รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา

สำหรับการจัดตั้งคลัสเตอร์ขยะในแต่ละจังหวัดจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน การพัฒนาระบบกำจัดขยะ ไปจนถึงการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม แต่หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางลงมายังแต่ละจังหวัด และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน จะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐและท้องถิ่นได้
รศ.วิระศักดิ์ ยกตัวอย่างว่า บางพื้นที่มีการนำขยะไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน เช่น การผลิตเชื้อเพลิงขยะ หรือการผลิตไฟฟ้าจากขยะ โดยภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมลงทุนและรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการได้ ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่กำกับมาตรฐานและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ท้องถิ่นยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบในการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ทำให้การนำศักยภาพของเอกชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาขยะทำได้ไม่เต็มที่ จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้ อปท. สามารถร่วมมือกับเอกชนได้อย่างเหมาะสม
“อยากให้เรื่องขยะเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ควรตั้งงบประมาณจากส่วนกลางลงมาเป็นก้อน แล้วให้แต่ละจังหวัดไปบริหารจัดการ หาพื้นที่ที่เหมาะสม และร่วมกับภาคเอกชน”
รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา
พร้อมเสนอแนวทางการลงทุนในลักษณะรัฐร่วมเอกชน เช่น รัฐอาจรับผิดชอบงบประมาณบางส่วน ขณะที่เอกชนลงทุนในระบบและเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการแบ่งภาระและใช้ศักยภาพของภาคเอกชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา โดยเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการขยะได้ หากมีการปรับปรุงข้อจำกัดด้านกฎหมายและระเบียบให้เหมาะสม
อบต.สะท้อนปัญหางบฯ ไม่พอ เสี่ยงทิ้งขยะไม่ถูกวิธี
ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย มองว่าเสียงสะท้อนจากสมาชิก อบต.ทั่วประเทศส่วนใหญ่ตรงกันว่า ปัญหาหลักคือข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพราะท้องถิ่นขนาดเล็กมีรายได้และงบประมาณจำกัด แต่ต้องรับผิดชอบภารกิจด้านการจัดเก็บและกำจัดขยะของประชาชนในพื้นที่
เมื่อไม่มีงบประมาณเพียงพอ บางพื้นที่จึงต้องนำขยะไปกำจัดในสถานที่ที่อาจไม่ได้มาตรฐาน เช่น การนำไปทิ้งในพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ห่างไกล รวมถึงบางแห่งพยายามจัดทำเตาเผาขยะขึ้นมาใช้เอง ซึ่งอาจมีทั้งระบบที่ดำเนินการได้ถูกต้องตามมาตรฐานและระบบที่ยังมีข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
“ถ้ารัฐบาลหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีนโยบายสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางลงไปในแต่ละจังหวัด จะช่วยให้ท้องถิ่นขนาดเล็กมีโอกาสเข้าถึงสถานที่กำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน โดยจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการเรื่องสถานที่และระบบ ส่วนท้องถิ่นนำขยะเข้าสู่ระบบ”
รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา
ดังนั้นหากดำเนินการในระดับจังหวัด จะทำให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่ามากกว่า เพราะสามารถรวบรวมปริมาณขยะจากหลายท้องถิ่นเข้าสู่ระบบเดียวกัน และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับปริมาณขยะได้
ชี้ “คลัสเตอร์ขยะ” ไม่ใช่ปัญหา หากบริหารต้นทุนเหมาะสม
สำหรับข้อกังวลว่าการจัดการขยะในรูปแบบคลัสเตอร์อาจทำให้บางท้องถิ่นต้องขนขยะไปยังสถานที่กำจัดที่อยู่ไกล หรือบางพื้นที่อยู่นอกเขตปกครอง รศ.วิระศักดิ์ กล่าวว่า โดยทั่วไปไม่ได้เป็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะแต่ละท้องถิ่นสามารถพิจารณาต้นทุนและเลือกสถานที่กำจัดที่เหมาะสมได้
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญคือค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่ากำจัดขยะ โดยสถานที่ที่อยู่ใกล้กว่าอาจมีค่าใช้บริการสูงกว่า ขณะที่สถานที่ที่อยู่ไกลออกไปอาจมีต้นทุนรวมที่ถูกกว่า ดังนั้น ท้องถิ่นจะเลือกสถานที่ตามความเหมาะสมและต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
“ส่วนใหญ่ที่ถูกจะอยู่ไกล ส่วนที่อยู่ใกล้มักมีราคาแพง จึงต้องดูต้นทุนโดยรวมว่าทิ้งที่ไหนแล้วเหมาะสมที่สุด”
รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา
อบต.คลองสามใช้เอกชน-คลัสเตอร์ ลดภาระงบประมาณ
สำหรับการบริหารจัดการขยะของ อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี รศ.วิระศักดิ์ บอกว่า ปัจจุบันใช้บริการสถานที่กำจัดขยะของภาคเอกชนในลักษณะคลัสเตอร์ โดยมีการนำขยะเข้าสู่ระบบที่นำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ หรือ RDF ทำให้สามารถจัดการขยะได้เป็นระบบและลดภาระงบประมาณของท้องถิ่น
การที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบจัดการขยะ สามารถช่วยให้ท้องถิ่นประหยัดงบประมาณได้พอสมควร เนื่องจากท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างระบบกำจัดขยะขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง
ห่วงขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ กระทบประชาชน-ท้องถิ่น
ส่วนกรณีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะจากประชาชน รศ.วิระศักดิ์ ก็มองว่าในหลายพื้นที่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการขยะจากประชาชนอยู่แล้ว แต่หากประชาชนไม่จ่ายค่าธรรมเนียม ท้องถิ่นอาจไม่สามารถจัดบริการถังขยะและการจัดเก็บขยะให้ได้อย่างเต็มรูปแบบ จึงมีลักษณะเป็นการสร้างแรงจูงใจหรือกึ่งบังคับให้ประชาชนเข้าสู่ระบบ
อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมจากเดิมประมาณ 20 บาทต่อเดือน เป็น 50 หรือ 100 บาทต่อเดือน ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประชาชนมีรายได้น้อย
รศ.วิระศักดิ์ ย้ำว่า ขณะนี้ท้องถิ่นกำลังพิจารณาทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนหรือชะลอการบังคับใช้ระเบียบเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขยะ เนื่องจากเกรงว่าจะสร้างภาระให้กับประชาชนในวงกว้าง
“เรื่องนี้กระทบพี่น้องประชาชนโดยภาพรวม จึงอยากให้มีการพิจารณาเรื่องระเบียบและอัตราค่าธรรมเนียมอย่างรอบคอบ”
รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา
ทั้งนี้ นายกสมาคม อบต. ย้ำด้วยว่า ปัญหาขยะไม่ควรปล่อยให้เป็นภาระของท้องถิ่นขนาดเล็กเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีทั้งข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี และพื้นที่กำจัด จึงควรยกระดับเป็นนโยบายระดับประเทศ ให้รัฐบาล อบจ. อปท. และภาคเอกชนร่วมกันวางระบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยมีเป้าหมายให้แต่ละจังหวัดมีระบบกำจัดขยะที่ได้มาตรฐาน ลดการทิ้งขยะผิดวิธี และลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
