ส่องสถานการณ์หลังเกิดแผ่นดินไหว ใครทำอะไรแล้วบ้าง
1 วันเต็มนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ #แผ่นดินไหว ขนาด 8.2 ความลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางบริเวณเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร
แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว แต่อาจเป็นครั้งแรกในชีวิตใครหลายคน ที่แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ใน กทม.ส่งผลให้ประชาชนตื่นตระหนก รวมถึงเกิดความสูญเสียจากกรณีอาคารก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมา
ผลกระทบที่เดินทางมาถึงเมืองหลวงในครั้งนี้ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ทั้งเหตุการณ์อาคารถล่ม ตึกสูงมีรอยร้าว การจราจรในกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต ระบบแจ้งเตือนล่าช้า รวมถึงผลกระทบทางอ้อมอื่น ๆ ที่ทำให้กำหนดการต้องเลื่อนออกไปก่อน เช่น การสอบเข้าโรงเรียนมัธยม
The Active ชวนติดตามดูว่านับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว หน่วยงานภาครัฐดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง

นายกรัฐมนตรี
หลังจากรับทราบการเกิดเหตุแผ่นดินไหว นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้สั่งหยุดการประชุมติดตามนโยบายด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยได้เปลี่ยนไปประชุมด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางออนไลน์เพื่อประเมินสถานการณ์ มีการสั่งการเพื่อรับมือและสนับสนุนการทำงานในมิติต่าง ๆ ดังนี้
- สั่งการให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน
- สั่งการทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชน รวมถึงพร้อมรับมือ After Shock ที่ตามมา
- สั่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เป็นศูนย์รวมข้อมูลแผ่นดินไหว รายงานสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบ
- สั่งกระทรวงดิจิทัล (DE) ส่ง SMS ผ่าน Cell Broadcast เตือนภัยประชาชน
- สั่งกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เตรียมกำลังพลช่วยเหลือประชาชน
- สั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดการณ์ผลแผ่นดินไหว และมาตรการป้องกัน After Shock
- สั่งกระทรวงสาธารณสุข เตรียมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน ในพื้นที่เสี่ยง
- สั่งกระทรวงมหาดไทยและ กทม. เป็ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประสานงานทุกหน่วยงาน และรายงานผลเป็นระยะ
รวมถึงมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ จากกรณีเหตุอาคารก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว ส่งผลให้มีคนงานบาดเจ็บและสูญหายจำนวนมาก
นอกจากนี้ ในวันที่ 29 มี.ค.2568 นายกฯ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์จากกรณีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่ง SMS แจ้งเตือนให้ประชาชนล่าช้า
กระทรวงคมนาคม
- ระดมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยโครงสร้างสะพาน ถนน และระบบขนส่งทางราง
- สั่งปิดการเดินรถไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบระบบ และปิดเส้นทางถนนบางเส้นทาง
- ยืนยันความปลอดภัยของพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่น ถนนพระราม 2, สะพานพระราม 3 เป็นต้น
กระทรวงสาธารณสุข
- ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน และโรงพยาบาลสนามที่บางซื่อ เพื่อรับมือเหตุอาคาร สตง. ถล่ม
- รายงานสถานการณ์สถานพยาบาล โดนมีสถานพยาบาลได้รับกระทบรวม 63 แห่งใน 17 จังหวัด
- เตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินสนับสนุน สำรองเตียงผู้ป่วย
กระทรวงมหาดไทย
- สั่งการยกระดับการจัดการสาธารณภัย เป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3)
- จัดตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่ง SMS แจ้งเตือน (ล่าช้า 5-7 ชั่วโมง)
กทม.
- ตั้งศูนย์บัญชาการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหว
- ประกาศให้ กทม. เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 2
- สั่งเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 11 แห่ง
- สั่งเปิดสวนสาธารณะ 4 สวน ได้แก่ สวนลุมฯ สวนเบญจสิริ สวนเบญจกิติ และสวนจตุจักร ตลอดคืนเพื่อดูแลประชาชนที่ยังกลับที่พักไม่ได้
- รับแจ้งรอยร้าวอาคารผ่าน Traffy Fondue โดยจะมีวิศวกรอาสาตรวจสอบต่อไป
หน่วยงานอื่น ๆ
- กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์ After Shock หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเป็นระยะ ๆ
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งให้โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เลื่อนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ออกไปก่อน
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งทุกหน่วยงานในสังกัดของ อว. พิจารณาการ Work from home รวมถึงให้มหาวิทยาลัยพิจารณาเรียนออนไลน์ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ อว. ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ส่งทีมหุ่นยนต์กู้ภัย “iRAP Robot” และเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกรณีอาคารก่อสร้เางของ สตง. ถล่ม
- กระทรวงพาณิชย์ สั่งให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย รวมถึงประสานงานกับผู้ประกอบการห้างให้เตรียมสต๊อกสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
- คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมายอมรับว่าส่ง SMS เตือนภัยล่าช้า เพราะระบบการส่ง SMS มีข้อจำกัดส่งได้ครั้งละไม่เกินประมาณ 200,000 เลขหมาย
- กรมสุขภาพจิต ขอความร่วมมือประชาชนที่มีรถยนต์ส่วนตัว เดินทางแบบ “Carpool” ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานที่เดินทางกลับบ้านในเส้นทางเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่น ๆ ที่หน่วยงานต่าง ๆ ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เช่น
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงว่าเขื่อนของกฟผ. เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่จาง เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ รวมถึงเขื่อนอื่น ๆ ของกฟผ. รวมถึงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไม่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าไม่กระทบการจ่ายไฟ
- บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ชี้แจงว่าตรวจสอบท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งแล้ว โครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานการบินอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย
- กระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่าโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า-น้ำมันไม่ได้รับผลกระทบ
- การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ชี้แจงว่าคลังน้ำมันและคลังปิโตรเลียม 22 แห่งทั่วประเทศ ไม่ได้รับผลกระทบ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่าระบบชำระเงินและบริการทางการเงินสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่การให้บริการของสถาบันการเงินผ่านสาขาอาจมีข้อจำกัด