‘มิตรเอิร์ธ’ แนะ ท้องถิ่นใช้ ‘ข้อมูลภูมิศาสตร์’ ให้คล่อง ช่วยรับมือ ลดสูญเสียได้ทุกวิกฤต

ย้ำ ‘ข้อมูลภูมิประเทศ’ รู้จุดไหนสูง-ต่ำ ตรงไหนร่องน้ำ จุดไหนเสี่ยง เป็นหัวใจสำคัญ การอพยพ ช่วยให้ประชาชนปลอดภัย ป้องกันเหตุซ้ำรอยน้ำท่วมหาดใหญ่ หนุนท้องถิ่นใช้แผนที่ระบุพิกัดเสี่ยงให้เป็น ช่วยวางเส้นทางอพยพแม่นยำขึ้น

จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศอพยพประชาชน ทว่า “ทุกพื้นที่ท่วมพร้อมกัน” ทำให้การเคลื่อนย้ายล่าช้าและสับสนอย่างมาก

The Active พูดคุยเรื่องนี้กับ ศ.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้ดูแลเพจ มิตรเอิร์ธ – mitrearth เปิดเผยว่า สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในนาทีวิกฤต คือ ข้อมูลภูมิประเทศ ที่บอกได้ว่าจุดใดสูง–ต่ำ จุดใดเสี่ยงน้ำเชี่ยว และควรอพยพไปพื้นที่ใด เพราะข้อมูลความสูง และภูมิประเทศ คือ หัวใจของการอพยพ

ศ.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – ผู้ดูแลเพจ มิตรเอิร์ธ – mitrearth

ศ.สันติ เล่าว่า ตอนประกาศอพยพในหาดใหญ่ คำถามสำคัญคือ จะให้อพยพไปที่ไหน ? เพราะน้ำเข้าท่วมเกือบทั้งเมืองแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ ค้นหาพื้นที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัยตามข้อมูลภูมิประเทศ เพื่อสร้างทางเลือกให้ชาวบ้านขยับไปยังจุดที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานั้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ เป็นข้อมูลภูมิประเทศจากดาวเทียม ไม่ได้สรุปจากความรู้สึกส่วนตัว เหมือนเป็นเครื่องคำนวณที่อิงข้อมูลจริง ซึ่งสามารถชี้เส้นทางน้ำ เส้นทางน้ำเชี่ยว และระดับความสูง–ต่ำของชุมชนต่าง ๆ ได้ชัดเจน

“ท้องถิ่นควรใช้ข้อมูลเองได้” ลดความเสี่ยงในทุกวิกฤต

ศ.สันติ ยังย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ท้องถิ่นต้องมีความสามารถในการใช้ข้อมูลเอง ถ้าท้องถิ่น monitoring เอง วิเคราะห์เอง และนำข้อมูลไปเตือนชาวบ้านได้ จะมีประโยชน์มาก และเตือนทันแน่นอน เพราะเขารู้พื้นที่ดีกว่าใคร โดยเฉพาะข้อมูลร่องน้ำ แนวไหลน้ำ และระดับความสูง ต่ำ สามารถช่วยให้ อบต. เทศบาล หรือจังหวัด ทำให้สามารถระบุบ้านหรือหมู่บ้านเสี่ยงได้แม่นยำ และแจ้งเตือนล่วงหน้าในจุดที่จะโดนน้ำก่อน ช่วงวางแผนเส้นทางอพยพได้ชัดเจน และยังสนับสนุนการวางผังเมืองใหม่ในอนาคตเพื่อลดความเสี่ยง

“บ้านไหนอยู่ตรงร่องน้ำ ทางน้ำไหล บ้านไหนต่ำ บ้านไหนจะโดนก่อน ถ้าท้องถิ่นรู้และนำไปใช้ จะช่วยลดความเสียหายได้มาก”

ศ.สันติ ภัยหลบลี้

ภาพ : มิตรเอิร์ธ – mitrearth

ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ นิสัยน้ำไม่เหมือนกัน

ศ.สันติ อธิบายว่า แต่ละภูมิภาคต้องดูข้อมูลคนละแบบ เพราะ “นิสัยของน้ำ” ต่างกัน โดยยกตัวอย่าง

  • พื้นที่ต้นน้ำ เช่น จ.น่าน น้ำไหลตามร่องเขาเร็ว ต้องรู้ทิศทางร่องน้ำเพื่อเตือนหมู่บ้านปลายร่อง

  • กลางน้ำ เช่น จ.สุโขทัย เมื่อแม่น้ำล้นตลิ่ง น้ำอาจไหลออกไปนอกแนวแม่น้ำเดิม ต้องรู้จุดล้น–จุดย้อน

  • ปลายน้ำ เช่น หาดใหญ่ จ.สงขลา พื้นที่แบนราบ ต้องใช้ข้อมูล ระดับความสูง ร่องน้ำเป็นตัววิเคราะห์สำคัญที่สุด

Author

Alternative Text
AUTHOR

The Active

กองบรรณาธิการ The Active